บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ผลซานจาเป็นเหตุ

ตอนที่ 4 ผลซานจาเป็นเหตุ

เมื่อเดินมาถึงตีนเขา หนิงเยียนเลือกที่จะเดินกลับบ้านทางทิศใต้ของหมู่บ้านเพื่อจะได้สำรวจสภาพโดยรอบไปพร้อมกัน นางเดินไปตามทางเดินดินที่คุ้นเคย

เมื่อเดินมาถึงใกล้ ๆ บ้านของสกุลเหอ นางก็เห็นเหอเฟิงกับหนานหยางงหลานชายทั้งสองของเหอหยวนกำลังเล่นอยู่กับเพื่อน ๆ ที่หน้าบ้านของพวกเขา จากความทรงจำ นางไม่เคยสนใจหลาน ๆ ของเหอหยวนเลย หนำซ้ำยังเคยทำท่ารังเกียจเด็ก ๆ เหล่านี้

“เหอเฟิง! หนานหยาง มานี่หน่อย” เสียงของหนิงเยียนดังขึ้น เหอเฟิงและหนานหยางงที่กำลังเล่นกับเพื่อนๆ อยู่หันมามองด้วยความตกใจ ใบหน้าของพวกเขาฉายแววหวาดระแวง หนิงเยียนไม่เคยเรียกพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน เพื่อนๆ ของพวกเขาก็หยุดเล่นและหันมามองด้วยสายตาที่สงสัยเช่นกัน

เหอเฟิงเดินเข้ามาหาอาสะใภ้ด้วยท่าทีหวาดกลัว หนานหยางงวิ่งตามมาหลบอยู่ด้านหลังพี่ชาย

“อาสะใภ้สามมีอะไรหรือ?” เหอเฟิงถามเสียงสั่น หนิงเยียนยิ้มบางๆ แล้วปลดตะกร้าเบี่ยงมาข้างหน้า หยิบผลซานจาสีแดงสดออกมาสองกำมือ

“นี่…ให้พวกเจ้า” นางยื่นผลไม้ให้พวกเขา “เอาไปกินซะนะ”

เหอเฟิงกับหนานหยางงมองหน้ากันด้วยความไม่แน่ใจ ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านให้ของกินพวกเขาแบบนี้มาก่อน ยิ่งเป็นอาสะใภ้ด้วยแล้วยิ่งไม่น่าเชื่อ พวกเขามองผลซานจาในมือของนางพลางกลืนน้ำลาย

“พวกเจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้ใส่ยาพิษหรอก” หนิงเยียนพูดติดตลก แต่เด็กทั้งสองคนก็ยังคงยืนนิ่งๆ

“รีบเอาไปกินสิ ผลไม้นี่ไม่ได้มีมาให้เจ้ากินบ่อยๆนะ” หนิงเยียนยิ้มอบอุ่นขึ้นอีกครั้ง เหอเฟิงจึงค่อยๆ เอื้อมมือไปรับผลซานจาจากมือของนาง หนานหยางงก็กำเอาอย่างรวดเร็ว พวกเขามองผลไม้ในมืออย่างไม่เชื่อสายตา

“ขอบคุณอาสะใภ้สาม” เหอเฟิงพูดเสียงแผ่ว หนานหยางงพยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงเห็นด้วย แล้วทั้งสองก็รีบวิ่งกลับไปหาเพื่อนๆ ของพวกเขา

เด็กๆ ที่ยืนดูอยู่ก่อนหน้านี้ต่างพากันกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ดวงตาของพวกเขาจ้องมองผลซานจาในมือของเหอเฟิงและหนานหยางงด้วยความอิจฉา

หนิงเยียนมองเห็นแววตาเหล่านั้นอย่างชัดเจน นางไม่เคยต้องมาเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ในยุคที่นางจากมา อาหารการกินอุดมสมบูรณ์จนเหลือทิ้งเหลือขว้าง แต่ที่นี่…เด็ก ๆ กลับต้องทนทุกข์กับความอดอยากจนผอมโซเหมือนกับโครงกระดูกที่หุ้มด้วยหนัง ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้พลุ่งพล่านอยู่ในอก นางรู้สึกเจ็บปวดแทนเด็ก ๆ เหล่านี้ สภาพของเด็กทุกคนไม่ต่างกันนัก เสื้อผ้าเก่าขาดเป็นรู

นางรู้ดีว่าไม่สามารถช่วยทุกคนได้ แต่นี่เป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ ที่นางพอจะทำได้

“พวกเจ้า...อยากกินกันไหม?” หนิงเยียนถามเด็กคนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“อยากขอรับ/เจ้าค่ะ!” เด็กๆ ตอบพร้อมกันเสียงดังลั่น

หนิงเยียนยิ้มแล้วหยิบผลซานจาในตะกร้าออกมาอีกสองกำมือ “มานี่สิ...ข้าจะแบ่งให้”

เด็กๆ ต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาหานางอย่างตื่นเต้น หนิงเยียนแบ่งผลซานจาให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แม้จะได้เพียงคนละไม่กี่ผล แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเด็ก ๆ ก็ทำให้หัวใจของนางกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ทันใดนั้น เสียงแหลม ๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากในบ้าน

“นั่นเจ้ากำลังให้ลูกข้ากินอะไร?!” นางตะโกนเสียงดัง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

หนิงเยียนหันไปมองตามเสียงนั้น ก็เห็นไป๋หลันกำลังยืนจ้องนางอยู่ด้วยดวงตาวาวโรจน์ ใบหน้าซีดเซียวนั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว

“พี่สะใภ้ใหญ่” หนิงเยียนเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ท่าทางของนางดูเหมือนจะทำให้ไป๋หลันโกรธยิ่งกว่าเดิม

“พี่สะใภ้ใหญ่ อย่าเพิ่งใจร้อน นี่มันผลซานจา ไม่ใช่ของแปลกอะไร” หนิงเยียนพยายามอธิบาย

“ผลซานจา?! ข้าก็รู้อยู่ว่ามันคืออะไร! แต่ในยามเช่นนี้! เจ้าไปเอามาจากไหน! หรือว่าเจ้าขโมยมา!” ไป๋หลันยังคงไม่ลดละ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหที่หนิงเยียนกล้าดีมาให้ของกินแก่ลูกชายของนางโดยไม่ได้รับอนุญาต และนางยังกลัวว่าหนิงเยียนจะไปทำเรื่องวุ่นวายอะไรอีก

“ข้าไม่ได้ขโมยมา ข้าขึ้นไปเก็บบนเขามาต่างหาก”

ไป๋หลันทำเสียงในลำคอ “หึ! อย่างเจ้าเนี่ยนะ!...วันๆไม่ทำการทำงานอันใดมีแต่จิกหัวใช้สามี จะขึ้นเขาไปหาเก็บผลไม้อย่ามาโกหกข้าเลย!”

นับดาวที่อยู่ในร่างของหนิงเยียนรู้สึกว่าความอดทนของนางกำลังจะหมดลงเรื่อยๆ “ข้าไม่ได้โกหก! ข้าขึ้นไปหาบนเขามาจริงๆ”

คำพูดของหนิงเยียนไม่ได้ทำให้ไป๋หลันเชื่อ นางยังคงมองหนิงเยียนด้วยความสงสัยและเคลือบแคลง “แล้วทำไมเจ้าถึงให้ผลซานจากับลูกข้า! เจ้าคงหวังจะให้เขาทำอะไรไม่ดีให้เจ้าอีกใช่ไหม!”

หนิงเยียนถอนหายใจยาว “พี่สะใภ้ใหญ่...ข้าไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย ที่ข้าให้ผลซานจาแก่เด็กๆ ก็เพราะข้าเห็นว่าพวกเขาน่าสงสาร ข้าก็อยากจะแบ่งปันให้พวกเขาบ้างก็เท่านั้นเอง”

“แบ่งปันเหรอ!” เสียงของไป๋หลันดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าจะแบ่งปันอะไร! ตัวเจ้าเองยังเอาตัวไม่รอดเลย! เจ้าไปเอาของใครมาแล้วมาแสร้งทำเป็นใจดีใช่ไหม! เจ้าคงหวังจะให้ชาวบ้านสรรเสริญเจ้า! เจ้ามันร้ายกาจยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก!”

“งั้นก็แล้วแต่ท่านจะคิดแล้วกัน” หนิงเยียนตอบอย่างเหนื่อยหน่าย นางหันหลังกลับเดินไปโดยไม่คิดจะโต้แย้งอีกต่อไป การพูดคุยกับไป๋หลันในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการเทน้ำลงบนพื้นดินที่แห้งแล้งอย่างไร้ประโยชน์

“นังหนิงเยียน! กล้าดียังไงมาเดินหนีข้าไป!” ไป๋หลันแผดเสียงดังลั่นตามหลังมา นางรู้สึกว่าความไม่พอใจในตัวหนิงเยียนพุ่งถึงขีดสุด นางกำหมัดแน่นแล้วหันไปตวาดใส่ลูกชายที่กำลังกินผลซานจาอย่างอร่อย

“เอามาให้แม่เดี๋ยวนี้!” ไป๋หลันรีบเดินเข้าไปแย่งผลซานจาจากมือของเหอเฟิงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาหาหนานหยาง

"หนานหยาง เอาผลไม้มาให้ป้าเดี๋ยวนี้!"

หนานหยางกำผลไม้ในมือแน่น แล้วรีบวิ่งไปหามารดาในบ้านทันที

“ทำไมท่านทำแบบนี้!” เจียวฮวาจึงเดินออกมาจากบ้านด้วยความไม่พอใจ “มันก็แค่ผลไม้! ทำไมท่านต้องทำให้มันเป็นเรื่องด้วย!”

“เจ้าไม่ต้องยุ่ง!” ไป๋หลันหันไปตวาดใส่เจียวฮวา “เจ้าไม่เห็นหรือว่านังนั่นมันเป็นคนให้มา! ข้าจะเอาไปทิ้งให้หมด!”

หนิงเยียนได้ยินเสียงโวยวายของไป๋หลันที่ดังตามหลังมา แต่นางไม่ได้หันกลับไปสนใจอีกแล้ว นางเดินต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าบ้านของตัวเอง ก็เห็นเหอหยวนยืนอยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่นางด้วยความไม่พอใจ

“เจ้าหายไปไหนมา!”

หนิงเยียนที่กำลังอารมณ์เสียมาจากไป๋หลันอยู่แล้วถึงกับหัวเสียไม่น้อย

“ทำไม? ข้าออกไปข้างนอกไม่ได้รึไง?” นางย้อนกลับทันที ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้อยู่ในร่างของหนิงเยียนที่เขาเกลียดเข้าไส้ ความเย็นชาที่เขามีต่อนางจึงเป็นเรื่องปกติ นางถอนหายใจยาว พยายามระงับอารมณ์ ก่อนจะยกตะกร้าในมือให้เขาดู

“ข้าขึ้นเขาไปหาของกินมา”

เหอหยวนมองตะกร้าในมือของนางอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะก้าวเข้ามาดูใกล้ ๆ เขามองเข้าไปในตะกร้าอย่างละเอียด มันป่าหลายหัวถูกวางรวมกันอยู่กับผลซานจา

“นี่มันผลซานจา! เจ้าไปเอามาจากไหน?” เหอหยวนถามเสียงดังขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความไม่พอใจเป็นความประหลาดใจ

“ก็บนเขาไง” นางตอบสั้น ๆ ก่อนจะเดินผ่านเขาเข้าไปในบ้านทันที ทิ้งให้เหอหยวนยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านอย่างงงงวย

เขาตามนางเข้ามาในบ้านพร้อมถุงผ้าใบหนึ่ง เขามองดูหนิงเยียนที่กำลังวางตะกร้าลงบนพื้นห้องโถงอย่างเงียบ ๆ

“เจ้าไม่ได้ขโมยของใครมาใช่ไหม?” เหอหยวนถามขึ้นอีกครั้ง

“ข้าไม่ได้ขโมยมา ผลไม้ที่อยู่บนเขาคงไม่มีใครเป็นเจ้าของหรอกมั้ง”

เหอหยวนไม่ได้ตอบ แต่สายตาของเขายังคงจ้องมองนางอย่างไม่วางตา หนิงเยียนรู้สึกอึดอัดกับสายตาของเขา จึงหันไปถามด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิด

“มีอะไร? ท่านมองข้าแบบนี้ทำไม?”

“ข้า...ข้าไม่เคยเห็นเจ้าทำอะไรแบบนี้มาก่อน” เขาพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาดูสับสนและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

หนิงเยียนเท้าเอวมองหน้าเขา ก่อนจะกล่าวว่า “แล้วท่านอยากเห็นข้าเป็นคนแบบไหน? ผู้หญิงร้ายกาจที่เอาแต่ใช้เงินท่านไปซื้อของไร้สาระ? หรือผู้หญิงที่สร้างปัญหาให้ท่านและมีเรื่องกับชาวบ้านไปทั่ว?”

คำพูดของภรรยาทำให้เหอหยวนนิ่งไป เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างโต๊ะ มือของเขากำถุงผ้าแน่น

“ใช่...ข้าเกลียดเจ้า” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้หนิงเยียนได้ยิน

“เจ้าไม่ควรออกไปข้างนอก เพราะเจ้าทำตัวให้ชาวบ้านเอือมระอา พอเจ้าออกไปก็มีแต่เรื่อง และวันนี้เจ้าก็ออกไปหาเรื่องคนอื่นอีกแล้วใช่ไหม และที่ข้าต้องแยกบ้านออกมาไม่ใช่เพราะข้าเชื่อฟังคำยุยงของเจ้า แต่มันเป็นเพราะข้าทนเห็นเจ้าทะเลาะกับพี่สะใภ้ทั้งสองและแม่ทุกวันไม่ได้” เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมหน้าตัวเองอย่างเจ็บปวด “ข้าทนไม่ไหวที่เห็นเด็ก ๆ ต้องทนมองเจ้าต่อปากต่อคำกับแม่ของพวกเขาเพราะเรื่องเล็กน้อย”

เหอหยวนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรอีกดี ความคับแค้นใจที่เขามีต่อภรรยาสาวที่เขานั้นเลือกแต่งงานด้วยตนเองนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

นับดาวรู้สึกจุกอยู่ในลำคอ นางรู้ดีว่าหนิงเยียนในอดีตนั้นทำตัวแย่แค่ไหน และนางรู้สึกผิดแทนหนิงเยียนคนเดิมที่ทำให้เขาต้องลำบากขนาดนี้

“ข้า...ข้าก็คิดว่าท่านควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้” นางพูดออกมาในที่สุด

“เจ้ากำลังพูดถึงอะไร?” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ

“เราหย่ากันเถอะ ท่านจะได้เป็นอิสระจากข้า ไม่ต้องแบกรับเรื่องเหล่านี้อีก”

คำพูดของหนิงเยียนทำให้เหอหยวนลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกตะลึง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel