ตอนที่5 ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว
ตอนที่5ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว
ณ สวนดอกไม้ในจวนแม่ทัพ
กลีบดอกเหมยปลิวตามสายลมราวหิมะโปรยในฤดูหนาว ไป๋ซูเหยาสวมชุดผ้าไหมสีอ่อนนั่งอยู่ใต้ศาลากลางสวน มือเรียวถือถ้วยชาอุ่น พลางชมดอกไม้ด้วยแววตาเปี่ยมสุข ลมอ่อนพัดกลิ่นหอมเย็นของดอกไม้เคล้าสมุนไพรในน้ำชา
“คุณหนู! คุณหนู!”
เสียงเร่งเร้าดังขึ้นจากทางเดินหินกรวด ลี่อิงรีบก้าวเข้ามา ท่าทางเหนื่อยหอบ หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าศาลา แววตาเต็มไปด้วยความร้อนรน
ไป๋ซูเหยาเงยหน้าขึ้นจากถ้วยชา เอ่ยเสียงนุ่มนวล โดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“มีเรื่องอันใดหรือ ลี่อิง”
“ท่าน…ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”
ลี่อิงเอ่ยเสียงสั่นเครือ เจือทั้งความดีใจและกังวล
“อืม…”
ไป๋ซูเหยาเพียงพยักหน้าช้า ๆ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางอย่างเจ้าเล่ห์
ลี่อิงขยับกายคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ้ำอึ้งสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“คุณหนู…แต่…”
ไป๋ซูเหยาวางถ้วยชาในมือลง พลางหันไปสบตาลี่อิงแล้วเผยรอยยิ้มบาง ก่อนจะถามเสียงเรียบ
“เขาพาสตรีกลับมาด้วยใช่หรือไม่”
ลี่อิงพยักหน้าพร้อมกล่าวขึ้น
“ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูท่านอย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าคะ”
ไป๋ซูเหยาไม่ตอบเพียงยิ้มอย่างมีความสุข เพราะนางรู้อยู่แล้ว…ก็นี่มันนิยายที่นางเคยอ่าน แต่เสียดายอ่านผ่านมานานมากแล้วจำได้แค่ราง ๆ ว่าไป๋ซูเหยาก็คือนางร้ายตัวประกอบที่หวังจะทำร้ายนางเอกหลันอวี้โดยวางยาแล้วพาชายฉกรรจ์มาทำลายความบริสุทธิ์ทำให้นางเอกเสื่อมเสีย…แต่นางกลับโดนนางเอกซ้อนแผนจนเป็นคนถูกกระทำเสียเองจนกลายเป็นคนเสียสติและเลือกจบชีวิตเองต่อมา…
แต่ช่างเถอะ ขอแค่พระเอกที่เป็นแม่ทัพสมหวังกับนางเอกที่เป็นผู้ช่วยชีวิตเขา โดยนางยอมหย่าให้แต่โดยดี…แค่นี้นางก็รอดพ้นชะตากรรมนางร้ายตัวประกอบแล้ว…
สมบัติของข้าจ๋ารอหน่อยนะ…
คิดถึงตรงนี้ รอยยิ้มของไป๋ซูเหยาก็สดใสราวบุปผาเบ่งบาน นางสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาสว่างวาบด้วยแผนที่วางไว้อย่างแนบเนียน
“ไปกัน…”
นางเปล่งเสียงสดใส แล้วลุกขึ้นยืนหันไปหาลี่อิงที่ยังยืนงุนงงอยู่
“เจ้าค่ะ”
ลี่อิงพยักหน้าตอบ แล้วหันหลังก้าวเดินตามนายหญิงของตนเองไปอย่างุนงง
เสียงล้อเกวียนเคลื่อนที่มาหยุดอยู่หน้าจวนใหญ่ของตระกูลเว่ย
ไป๋ซูเหยาก้าวช้า ๆ มาหยุดยืนหน้าเขตเรือน ไม่นานนักแม่ทัพเว้ยหยางก็ก้าวลงมาจากรถม้า ร่างสูงสง่าคลุมเสื้อคลุมสีหมึก เบื้องหลังมีสตรีนางหนึ่งก้าวตามลงมาอย่างอ่อนโยนท่วงท่าสง่างาม
ไป๋ซูเหยายิ้มอย่างตื่นเต้น พลันคิดในใจ ในที่สุดพระเอกนางเอกในนิยายเรื่องนี้ก็ปรากฏกายตรงหน้านางแล้ว…
ว้าวช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก…บุรุษมาดเข้มกับสตรีอ่อนโยน
“คุณหนู…ท่านยิ้มทำไมเจ้าคะ…หรือว่าท่านเสียใจจนเสียสติไปแล้ว?”
เสียงกระซิบจากลี่อิงเรียกสตินางกลับมา ไป๋ซูเหยาหันขวับไปถลึงตาใส่สาวใช้คนสนิททันที
แม่ทัพเว่ยหยางก้าวเข้ามาใกล้ มาหยุดอยู่ตรงหน้าไป๋ซูเหยา สีหน้าเรียบเฉยแววตาเย็นชา ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ
“นางชื่อหลันอวี้ เป็นผู้มีพระคุณของข้า นางกำพร้าตั้งแต่วัยเยาว์ ไร้ที่พึ่งพิง ข้าจึงพานางกลับมาพักที่จวน”
ไป๋ซูเหยายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร กวาดสายตามองทั้งสองด้วยความตื่นเต้น
“…งดงามเหมาะสมกันยิ่งนัก…ลี่อิง จัดห้องที่ดีที่สุดให้นาง ห้องข้างเรือนแม่ทัพดีหรือไม่จะได้ไปมาหาสู่กันสะดวก”
คำพูดนั้นยังไม่ทันจบดี หลันอวี้กลับขมวดคิ้ว หน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงสั่น
“ข้ากับท่านแม่ทัพเราบริสุทธิ์ใจต่อกัน ไม่เคยผิดทำนองคลองธรรม!”
คำเอื้อนเอ่ยนั้น ทำให้สีหน้าของแม่ทัพหนุ่มพลันเปลี่ยน เขาหันขวับมาทางไป๋ซูเหยา แววตาขุนเคือง
“ไป๋ซูเหยา เจ้าจะมากเกินไปแล้วนะ หลันอวี้นางจิตใจดีงาม ไม่เคยคิดเรื่องต่ำตมเช่นนั้น”
น้ำเสียงของเขากดต่ำ เต็มไปด้วยความขุนเคือง
ไป๋ซูเหยาชะงักอ้าปากค้าง ก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยน
“นี่ข้ายังไม่ได้ใส่ร้ายนางเลย ถ้ากลัวนางเสียหายขนาดนั้นท่านก็หย่ากับข้าแล้วไปแต่งกับนางสิ…”
แม่ทัพหนุ่มกัดฟันแน่น เอ่ยช้า ๆ อย่างไม่สบอารมณ์
“หากมิใช่เพราะงานแต่งนี้เป็นสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดหรือว่าข้าจะยอมแต่งงานกับสตรีปากร้ายอย่างเจ้า!”
“ดี! เช่นนั้นข้าจะเข้าวังไปทูลขอหย่าเอง! ข้าก็ไม่อยากแต่งกับท่านนักหรอก!”
พูดจบ นางก็ก้าวเท้าหมุนตัวจากไป กระโปรงยาวสะบัดตามแรงลม ท่ามกลางสายตาของผู้คนในจวนที่ต่างตกตะลึง…
ลี่อิงชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะรีบก้าวตามผู้เป็นนายทันที
ไป๋ซูเหยาเดินเร็วเข้าห้อง ลี่อิงก้าวตามมาติด ๆ พอทั้งสองเข้าด้านใน นางรีบปิดประตูแล้วถอนหายใจเฮือก
ลี่อิงก้าวตรงไปรินชาใส่ถ้วยชาใบเล็ก แล้วยกมายื่นให้ ไป๋ซูเหยารับมาจิบ ก่อนจะยื่นถ้วยชาเล็กคืนให้ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก้าวเข้าไปทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้
“ตอนเขาโกรธ…ก็น่ากลัวอยู่แฮะ”
“คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือไม่เจ้าค่ะ?”
ลี่อิงถามพลางยื่นจานองุ่นให้
ไป๋ซูเหยาหยิบองุ่น ลูกหนึ่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ ครู่หนึ่ง นางก็ลุกขึ้นเล็กน้อย โน้มตัวเท้าคางลงบนโต๊ะ หรี่ตาพลางเอียงคอ
“ลี่อิง…พรุ่งนี้ฮ่องเต้จะจัดงานเลี้ยงตอนรับแม่ทัพที่นำชัยกลับมาใช่หรือไม่”
ลี่อิงพยักหน้ารับ
“เจ้าค่ะ”
“แล้วข้า…ต้องไปด้วยหรือไม่”
“ไปเจ้าค่ะ ท่านเป็นฮูหยินแม่ทัพยังไงก็ต้องไปร่วมงานเจ้าค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ริมฝีปากบางโค้งยิ้มทันที พลางคิดในใจ พรุ่งนี้แหละ…ข้าจะทูลขอฮ่องเต้ให้หย่ากับแม่ทัพหน้าเก๊กนั้นซะ แล้วเอาสินเดิมของข้าไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข….
ลี่อิงยืนกระพริบตาอยู่ด้านข้าง มองคุณหนูของนางสลับกับองุ่นในมือนั้นอย่างงุนงง
