บท
ตั้งค่า

ตอนที่4 ท่านย่า

ตอนที่4ขอบคุณน่ายไน่(ท่านย่า)

ณ เรือนพักด้านในของจวนแม่ทัพ

ลี่อิงเดินนำมาหยุดหน้าห้องหนึ่ง ไป๋ซูเหยาก้าวตามมาช้า ๆ สายตากวาดมองเรือนไม้ที่บรรจงตกแต่งอย่างหรูหรา

“โอ้โห…จวนแม่ทัพนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ”

ไป๋ซูเหยาพึมพำเบา ๆ พลางก้าวเข้าไปด้านในจนพ้นขอบประตู ลี่อิงก็หมุนตัวกลับมา…เสียงกลอนประตูถูกปิดลงโดยไม่ทันให้นางตั้งตัว

“ห๊ะ?”

ไป๋ซูเหยาเลิกคิ้ว ยังไม่ทันเอ่ยอะไรต่อก็มีสาวใช้สี่คนโผล่ออกมาจากฉากกั้นห้องลายฉลุอย่างพร้อมเพรียง

นางเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นทั้งสี่สาวก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะย่อตัวลงคำนับอย่างนอบน้อม

“ฮูหยิน…”

ไป๋ซูเหยากระพริบตาปริบ ๆ แต่รีบยิ้มกลบเกลื่อน ยกมือเรียวขึ้นรับคำทักทายอย่างเก้ ๆ กัง ๆ

“จ้ะ…”

ไม่ทันสิ้นคำ สาวใช้สองคนก็เข้ามาใกล้พลางเอื้อมมือมาจะถอดชุดให้อย่างคล่องแคล่ว ไป๋ซูเหยาตกใจจนยกมือทั้งสองข้างปิดหน้าอกแน่นพร้อมก้าวถอยหลังทันที

“เดี๋ยว! นี่พวกเจ้าจะทำอะไร!”

สาวใช้ทั้งสองตกใจจนหน้าซีด รีบทรุดตัวลงกับพื้น ประสานมือทั้งสองก้มศีรษะลงแนบพื้นเอ่ยเสียงสั่น

“บ่าวสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินได้โปรดยกโทษให้บ่าวด้วย!”

ไป๋ซูเหยามองพวกนางอย่างอึ้ง ๆ แล้วหันขวับไปมองลี่อิงด้วยสายตาเว้าวอน ลี่อิงรีบก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“คุณหนูท่านเป็นอะไรเจ้าค่ะ พวกนางเพียงจะช่วยท่านอาบน้ำเจ้าค่ะ…”

“หา? แค่อาบน้ำต้องมาช่วยเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”

ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้างอุทานออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

ลี่อิงทำหน้าครุ่นคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“ปกติที่จวนกั๋วกงท่านก็ให้สาวใช้ช่วยท่านอาบน้ำเยอะแบบนี้อยู่แล้ว พอท่านแต่งมายังจวนแม่ทัพ ท่านก็เลยสั่งให้เพิ่มเป็นสองเท่าช่วยท่านอาบน้ำ เพื่อจะได้ใช้เรือนร่างที่งดงามของท่านมัดใจท่านแม่ทัพ…ท่านเคยกล่าวเอาไว้เจ้าค่ะ”

“หือ?”

ไป๋ซูเหยานิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน

“อ๋อออ~ข้าพูดไว้แบบนั้นเองหรอกหรือ…ลืมไปเลยแฮะ ฮ่า ๆ ”

ว่าแล้วนางก็ยืดอก กางแขนออกอย่างยอมรับชะตา

“เอาล่ะ ข้าไม่โกรธแล้ว มาเถอะ…อาบก็อาบ!”

สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วเผยรอยยิ้มบางอย่างโล่งใจ ก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างคล่องแคล้วก่อนจะก้าวตรงไปช่วยกันถอดอาภรณ์ของผู้เป็นนายอย่างเบามือ

ไป๋ซูเหยาทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องแล้วพลันคิดในใจ ไหน ๆ ก็ทะลุมิติมาแล้ว เป็นนางร้ายนี่ก็ถือว่าไม่เลวเลยนะ ร่ำรวยแถมยังสวยขนาดนี้ เอาล่ะ! จะใช้ชีวิตแบบคนรวยแล้วนะ นางหัวเราะในใจอย่างพึงพอใจเมื่อคิดได้เช่นนั้น….

เรือนอาบน้ำอบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนของเหล่าดอกไม้ตากแห้ง

“เชิญเจ้าค่ะ”

สาวใช้นางหนึ่งโค้งตัวเอ่ยเสียงอ่อน ไป๋ซูเหยาพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะหันซ้ายแลขวาเหมือนคนหลงทางเล็กน้อย ใบหน้าใสปนความงุนงงเล็ก ๆ

“อ่อ…อืม…”

ไม่รู้จะก้าวไปทางไหน สาวใช้อีกคนรีบก้าวนำอย่างรู้หน้าที่ ไป๋ซูเหยาจึงเดินตามไปช้า ๆ พอผ่านม่านแพรสีขาวบางเบา กลิ่นหอมของมวลดอกไม้ก็โชยมาแตะปลายจมูก

เบื้องหน้าเป็นอ่างน้ำหยกขนาดใหญ่ที่ลอยไปด้วยกลีบดอกไม้นานชนิด สีชมพู สีขาว แดง

ไป๋ซูเหยาเผลออ้าปากค้างตกตะลึงกับอ่างหยกแท้ขนาดใหญ่นั้น มือเรียวค่อย ๆ ปลดผ้าคลุมบางเบาออกอย่างประหม่า สาวใช้นางหนึ่งก็ก้าวเข้ามาประคองให้นางก้าวลงอ่างน้ำ กลีบดอกไม้ที่ลอยอยู่กระจายตัวเบา ๆ

“คุณหนูเจ้าคะ น้ำแร่วันนี้ใส่น้ำนมแพะสกัดเข้าด้วยเจ้าค่ะ ช่วยผิวให้เนียนใสเหมือนดังหยกขาวเจ้าค่ะ”

ไป๋ซูเหยาได้ฟังถึงกับพยักหน้าตอบแบบงุนงง พลางคิดในใจ นี่ข้าถึงกับอาบน้ำนมแพะเลยเหรอเนี่ย…”

แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะรู้สึกประหลาดใจปนตื่นเต้น ไม่นานนักสาวใช้สองนางก็เข้ามาพร้อมกับครีมข้นสีขาวละเอียดกลิ่นหอมลอยออกมาอย่างดึงดูดใจ

ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้าง มองดูเนื้อครีมขาวนั้นอย่างสนอกสนใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร ปล่อยให้สาวใช้ช่วยกันชโลมขัดผิวอย่างคล่องแคล้ว

ขณะนั้นสาวใช้อีกคนก็ก้าวเข้ามาพร้อมกระจกทองเหลืองใบเล็กในมือ ก่อนจะมายื่นให้นางอย่างนอบน้อม

“ฮูหยิน…”

ไป๋ซูเหยามองไปยังกระจกใบเล็กในมือนาง ก็พลันคิดในใจ นี่ไป๋ซูเหยาเธออาบน้ำต้องส่องกระจกด้วยเหรอ! ริมฝีปากบางยิ้มบาง ก่อนจะรับเอากระจกในมือสาวใช้มา แล้วยกขึ้นส่องใบหน้าตนเอง

“ว้าวสวยจัง ผิวหน้าดีจัง…”

นางพึมพำอย่างพึงพอใจ

“ฮูหยิน ขยับเอนตัวนิดนะเจ้าคะ บ่าวจะได้ทำความสะอาดได้สะดวก”

คำพูดยังไม่ทันจบ มือของสาวใช้ก็แตะเข้าที่ต้นขาของนางพอดี!

“อ๊ะ…ด…เดี๋ยวก่อน!”

ไป๋ซูเหยารีบนกมือเรียวเล็กสองข้างขึ้นมาปิดช่วงล่างตัวเองไว้แน่น ใบหน้าแดงแปร๊ดอย่างไม่รู้จะหลบไปทางไหน ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอัตโนมัติทันที

สาวใช้สองนางชะงักหันสบตากันด้วยความงุนงง

“จะทำจริง ๆ หรือ”

เสียงกระซิบของไป๋ซูเหยาดังแผ่ว ๆ ขณะหันไปหาลี่อิงที่ยืนอยู่เคียงข้าง ลี่อิงเพียงยิ้มน้อย ๆ แล้วพยักหน้าเบา ๆ อย่างอ่อนโยน

ไป๋ซูเหยาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะผ่อนออกมาช้า ๆ

“เอาเถอะ…ทำก็ทำ”

กล่าวจบก็เอนตัวลงช้า ๆ ดวงหน้าแดงจัดคล้ายลูกพีชสุก

…..

ยามดึก..

สายลมเย็นยะเยือกในยามค่ำพัดเอื่อยลอดผ่านหน้าต่าง กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเครื่องหอมในเตาผิงอบอวลไปทั่วห้อง

ไป๋ซูเหยาเอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนแรง ร่างบางนอนหงาย มือสองข้างกางออก ใบหน้าซบกับหมอนนุ่มอย่างพึงพอใจในชีวิตใหม่

“อืม…”

แม้ทั้งวันจะเจอแต่เรื่องแปลกประหลาด แต่ถึงอย่างนั้น…วันนี้ก็ไม่เลวเลยสักนิด!

นางกลิ้งตัวไปมาเล็กน้อยบนเตียงเหมือนแมวน้อยอารมณ์ดี และที่สำคัญ

ไป๋ซูเหยาลุกขึ้นนั่งสายตาทอดมองไปยังหีบใบใหญ่สามใบที่วางอยู่หลังฉากกั้น นั้นก็คือสินเดิมของนาง ที่เต็มไปด้วยเงินทอง และของมีค่ามากมากมาย ใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมด นางยิ้มตาหยีอย่างพึงพอใจ

แสงตะเกียงตามแนวทางเดินคดเคี้ยวในจวนแม่ทัพส่องแสงริบหรี่ สายลมเย็นพัดโชยพาให้ต้นไม้ไหวโยกไปมาในเงามืด

ลี่อิง ค่อย ๆ ปิดประตูห้องบรรทมของไป๋ซูเหยาอย่างเงียบงัน ก่อนจะหันหลังก้าวเดินไปตามทางที่ทอดยาวสู่เรือนพักของตนเอง

ลี่อิงก้าวย่างแผ่วเบา แต่ในใจกลับว้าวุ่น นางเหลือบมองสายน้ำเบื้องหน้าที่ทอดผ่านสะพานในจวน สองคิ้วขมวดแน่น

“ตั้งแต่คุณหนูฟื้นขึ้นมาจากการจมน้ำ…คุณหนูก็เปลี่ยนไปมากจริง ๆ ”

ลี่อิงพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ดวงหน้าฉายแววสับสน

“หรือว่าคุณหนูจะได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ จนทำให้นางจำเรื่องในอดีตไม่ค่อยได้…แถมท่าทางคำพูดคำจายังแปลกประหลาดไป”

ลี่อิงส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านออก แต่ว่านางกลับรู้สึกว่า แม้คุณหนูจะเปลี่ยนไป…แต่กลับดูมีชีวิตชีวามากขึ้น…

ลี่อิงหยุดยืน หันมองไปยังห้องของไป๋ซูเหยาที่อยู่ไกลออกไป สายลมเย็นยามดึกพัดโชยมาเบา ๆ ปลายอาภรณ์แพรบางไหวแผ่ว

ภายในห้องที่เงียบสงบ ไป๋ซูเหยาที่นอนบนเตียงนุ่ม พลิกตัวไปมาในใจยังงุนงงสับสน ขณะที่พลิกกายหันไปมองโต๊ะเบื้องหน้าสายตาดันไปสะดุดเข้ากับกาน้ำชาสีคราม

จู่ ๆ ภาพในหัวก็แล่นวาบขึ้นมา…

“น่ายไน่!!”

นางผัดลุกนั่ง ใบหน้าแสดงความตกใจ ก่อนจะเพ่งมองกาน้ำชานั้นนิ่ง ๆ ริมฝีปากพึมพำออกมาเบา ๆ

“หรือเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นเพราะท่าน?”

แล้วภาพในความทรงจำก็พลันแจ่มชัดขึ้นอีกครั้ง

ห้องเล็กในอาพาร์ตเม้นชั้นห้า

ห้องพักขนาดกะทัดรัด มีเพียงโต๊ะ เตียง และตู้หนังสือเล็ก ๆ

แสงจากหลอดไฟเพดานสีเหลืองนวลทอแสงลงบน “ป้ายวิญญาณของไป๋ซูเจิน” ซึ่งตั้งอยู่บนหิ้งบูชาอย่างเรียบง่าย

ไป๋หยาในชุดพนักงานออฟฟิศเดินเข้าห้องอย่างอ่อนล้า แต่พอเห็นป้ายวิญญาณของย่าก็ยิ้มออกมา

“น่ายไน่..วันนี้หนูได้กาน้ำชามาใหม่ด้วยนะ อาเหมาเขาให้มา เพราะที่บริษัทสั่งมาเกิน…”

ไป๋หยาวางกระเป๋า ก่อนจะหยิบกาน้ำชาสีขาวมุกมาโชว์ เธอยกมันขึ้นอย่างภูมิใจ แล้วเดินไปนั่งหน้าโต๊ะบูชา

“วันนี้เป็นวันที่ท่านเสียครบห้าปีแล้ว…แต่เงินเดือนหนูยังไม่ออกเลย ซื้อของดี ๆ มาให้ไม่ได้ อย่าโกรธหนูเลยนะ…”

นางหัวเราะนิด ๆ แล้วเทชาใส่ถ้วยชาใบเล็ก วางไว้หน้าป้ายวิญญาณ พร้อมแอปเปิ้ลสามลูกที่ห่อมาจากซูเปอร์ราคาประหยัดวางไว้ พลันหันไปมองยันต์คุ้มภัยอันเล็กที่วางอยู่ข้าง ๆ ป้ายวิญญาณ

มือเล็กหยิบขึ้นมาสวมใส่คอของตนเอง ในใจพลันนึกถึงตอนที่ย่ายังมีชีวิตอยู่ ย่ามักจะเอ่ยกับเธอว่าให้ใส่ยันต์คุ้มภัยนี้ติดตัวตลอด เพราะเมื่อถึงเวลามันจะนำโชคดีมาให้

“สวมแล้ว ๆ อย่ามองหนูแบบนั้นสิ เพิ่งถอดไว้เมื่อวานเอง”

หญิงสาวยกถ้วยชาขึ้นจิบเองหนึ่งคำ ก่อนทอดสายตามองไปยังหน้าป้ายวิญญาณเธอนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ

“น่ายไน่ เมื่อไหร่มันจะนำโชคดีมาล่ะ …”

ทันใดนั้น กึก!

เสียงหนังสือหล่นลงจากกองบนโต๊ะหนังสือ ไป๋หยาเอียงคอ หรี่ตาอย่างงุนงง ก่อนจะเดินไปหยิบมันขึ้นมา

“เล่ห์ร้ายมัดใจแม่ทัพเว่ยหยาง…”

ริมฝีปากของเธอยิ้มบาง ๆ

“อ๋า เล่มนี้อ่านไปนานมากแล้ว สนุกอยู่นะ…นางเอกเจ้าเล่ห์มากจัดการนางร้ายได้แสบมาก…”

เธอเดินกลับมาทิ้งตัวนอนบนเตียง แล้วกางหนังสือออก กะว่าจะอ่านอีกสักรอบ แต่ไม่ทันได้ครึ่งบทแรก…เปลือกตาหนักอึ้งลงด้วยความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวัน

หนังสือหล่นลงแนบอก แสงไฟส่องลงบนใบหน้านวลที่หลับสนิทไปบนเตียงนุ่ม….

ไป๋ซูเหยายกมือขึ้นลูบหน้าเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความคลุมเครือ

“น่ายไน่…หรือนี่จะเป็นโชคดีที่ท่านเคยบอก…”

นางพึมพำเบา ๆ น้ำเสียงนุ่มนวล แต่แล้วกลับทำหน้าฉงนเล็กน้อยก่อนขมวดคิ้ว

“แต่ทำไม…ทำไมท่านไม่ให้ข้าเป็นนางเอกล่ะ?”

ริมฝีปากเม้มแน่นนิดหนึ่ง แล้วถอนหายใจเฮือกยาวพลางพลิกตัวบนฟูกนุ่ม

“เป็นนางร้ายตัวประกอบแบบนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรเลย…”

เสียงงึมงำดังในหมอน

“แต่ก็ช่างเถอะ…อย่างน้อยข้าก็ร่ำรวย…”

เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางก็หัวเราะเบา ๆ อย่างมีความสุขพร้อมกับซุกตัวใต้ผ้าห่มอย่างสบายใจ….

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel