6 ความรู้สึก
ช่วงหัวค่ำหน้าโต๊ะทำงาน เขาวางพักสายตาหันไปดูนาฬิกาบนหัวเตียง เวลานี้ประมาณ 23:00 น. ลูกของเขาก็คงจะเข้านอนแล้ว เขาหันไปมองประตูที่ถูกเปิดออก
ป้าแหม่มยกกาแฟที่คุณผู้ชายดื่มแก้ง่วงเข้ามาในห้องนอน
“หนูดาหลับแล้วยังป้า”
เขาถามแต่มือยังคงนวดขมับวันนี้มีเรื่องให้เขาต้องคิดมากทั้งวันจริงๆ ไหนจะเรื่องงานที่บริษัท ไหนจะเรื่องผู้หญิงคนนั้นที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนผิดสังเกตนี่อีก ที่เขาเป็นห่วงที่สุดคงจะเป็นลูกของเขา
ที่พริมโรสพูดนั้นก็ไม่ผิด เขาไม่เคยแบ่งเวลาว่างมาให้หนูดาเลย มักจะติดงาน อ้างเรื่องงานอยู่เสมอ หลายปีมานี้นับว่าหากย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาเหลวไหลเกินไปจริงๆ
“คุณหนูยังไม่หลับค่ะ บอกว่าจะนอนกับคุณผู้หญิงอยู่ท่าเดียว ป้าเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ให้คนเฝ้าคุณหนูอยู่ในห้อง”
เขาเงยหน้าขึ้นมองป้าแหม่ม ขมวดคิ้วแน่น ทำไมต้องเป็นผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว เธอมีดีอะไรกันทำไมลูกของเขาถึงไปชอบผู้หญิงแบบนั้นได้
“อืม เดี๋ยวผมออกไปดูเอง” เขาโบกมือ ปิดคอมลงลุกขึ้น “ป้าว่าผมดูใจร้ายกับหนูดาไปหรือเปล่า”
อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นแบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย ทำเอาป้าแหม่มหน้าซีดไม่กล้าพูด เรื่องในวันนี้ที่คุณผู้หญิงพูดก็ถูกส่วนหนึ่ง เด็กไม่ควรปล่อยให้โดดเดี่ยวขาดความอบอุ่น
เขาเห็นท่าทีอึดอัดของป้าแหม่มจึงถามขึ้น “เอาเถอะป้า ผมไม่โกรธ พูดมาตามความจริงเถอะ ผมจะได้ปรับเปลี่ยน”
“ค่ะ….ถ้าเป็นแบบนี้ป้าจะพูดตามตรงเลยนะคะ คุณผู้ชายควรแบ่งเวลามาให้คุณหนูบ้างก็ดีนะคะ เอาจริงป้าก็สงสารคุณหนูที่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้กับคนใช้ คุณผู้ชายเองวันๆก็ไม่ค่อยกลับบ้าน กลับมาทีก็อยู่คุยกับคุณหนูไม่กี่ประโยค จนคุณหนูต้องไปเรียกร้องหาคุณผู้หญิงแต่ก็ถูกเธอผลักไสโดนตีมาเรื่อยๆ คุณหนูเจ็บปวดมามากแล้วนะคะ หวังว่าคำพูดของป้าจะทำให้คุณผู้ชายคิดอะไรได้”
เขากำหมัดแน่น ที่ผ่านมาเขามัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงปล่อยเด็กคนนี้ให้เป็นแบบนี้ เขาสูดหายใจเข้าปอดข่มอารมณ์มองไปทางหญิงชรา “ผมเข้าใจแล้ว…ป้ากลับไปนอนพักเถอะดึกมากแล้ว ส่วนหนูดาผมจะจัดการเอง”
“ค่ะ”
เขาเดินไปตรงหน้าประตูสีชมพู ความคิดหนึ่งทำให้เขาต้องหันกลับไปมองประตูที่ถัดออกไปอยู่ไม่ไกล ตอนนี้ไฟห้องของเธอได้ปิดสนิทแล้ว
เขาไม่ได้สนใจ เธอจะหลับ หรือตอนนี้อยู่ในห้องหรือไม่ ตอนนี้ที่เขาสนใจมากที่สุดคือหนูดา เขาเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในไฟห้องสว่าง
บนเตียงสีชมพู มีตุ๊กตารอบๆ หัวเตียง ข้างๆเด็กสาวกำลังนั่งวาดรูปบนโต๊ะ ไม่ได้สนใจเขาที่กำลังเข้ามา
เขาเดินมาข้างหลังหนูดา มองภาพที่เด็กสาวกำลังวาด “หนูดาทำไมยังไม่นอน”
เด็กสาวชะงักวางดินสอสีในมือลง หยิบตุ๊กตากระต่ายมากอดแน่น เบือนหน้าหนี “หึ!...ปะป๊าไม่ให้หนูดานอนกับมามี้….”เด็กสาวหันหน้ามามองผู้เป็นพ่อบึ้งตึง “โป้ง!....ปะป๊าใจร้าย หนูดาไม่รักปะป๊าแล้ว”
เขามองท่าทีของเด็กสาวกำลังเง้างอน เขาบีบแก้มอวบอิ่มของเธอเบาๆ “เดี๋ยวนี้เพื่อมามี้…ถึงกับยอมเกลียดปะป๊าแล้วใช่ไหม หรือหนูดาไม่ต้องการปะป๊าแล้ว”
เด็กสาวส่ายศีรษะ เงยหน้าขึ้นผู้เป็นพ่อที่กำลังลูบหัว เธอบุ้ยปาก
“ไม่ใช่….หนูดาแค่อยากกอดมามี้ หนูดาอยากรู้ว่ากอดมามี้จะมีความสุขจริงไหม ปะป๊า….หนูดารู้นะคะว่าปะป๊าไม่ชอบมามี้ เพราะใครๆ ก็พูดกันว่าป๊าเกลียดมี้ มามี้เป็นคนดี ปะป๊าไม่โกรธมามี้ใช่ไหม”
‘มี้เป็นคนดี?...ต้องเป็นเธอที่สอนคำนี้กับหนูดาแน่’
เขายิ้มบางๆ ลูบศีรษะเด็กสาวมองไปยังกระดาษที่ลูกเขาวาด เป็นภาพครอบครัว ที่เขานั้นไม่เคยมอบให้หนูดาได้เลยสักครั้ง เขาจุกในลำคอ น้ำตาแทบกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ มามองดวงตาใสแจ๋ว
เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจเธอไปมากกว่านี้ หากเป็นสิ่งที่เด็กคนนี้ต้องการ ไม่ว่าอะไรเขาก็พร้อมที่จะหามาให้
“ป๊าไม่ได้โกรธมี้ ป๊ารักมี้ ช่วงนี้ป๊าแค่ไม่ค่อยมีเวลา ว่างๆ ป๊าจะหาวันหยุดพาหนูดาไปเที่ยวนะ”
“เย้…มามี้ไปด้วยใช่ไหมคะ”
เขาพยักหน้า กล่าวว่า “คืนนี้หนูดาเป็นเด็กดี ปิดไฟแล้วเข้านอน วันนี้มี้คงหลับไปแล้ว ดังนั้นหนูดาจะต้องไม่รบกวนมี้นะ”
“อื้อ!....” เด็กสาวยิ้มแก้มป๋องรีบเก็บของ ลงจากเก้าอี้ปีนขึ้นไปนั่งนอนบนเตียงทันที ในมือถือตุ๊กตาไว้แน่น
เด็กสาวหลับตาลงท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ ข้างเตียงยังมีชายร่างสูงนั่งข้างๆ รอจนกว่าลูกสาวจะหลับสนิท เขาจึงออกมาข้างนอก หันไปปิดประตูเบาๆ กลัวว่าเด็กสาวจะตื่น เขาเดินทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาเรื่อยๆ คำพูดเตือนสติของพริมโรสเข้ามาสู่โสตของเขาอีกครั้ง ตอนนี้เขาหยุดยืนหน้าประตูห้องของเธอ ยกมือขึ้นจะเคาะ กลับหยุดชะงักกลางอากาศ เขาเดินผ่านหน้าห้องเธอไปไม่หันกลับมามองอีก
