บท
ตั้งค่า

บทที่ ๒ เอ้า! แหลงแบบนี้ ต่อยกันหม้ายละบาว

ขมิ้นร้องโอดโอย พลางลูบก้นตนเองที่โดนเทพฝึกหัดคนนั้นถีบส่ง ในใจก็ก่นด่าสาบส่งสารพัดเรื่องราวร้อยล้านแปด จนไม่ได้สนใจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่อยู่ในตอนนี้สักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ตบตีกับความคิดตัวเอง จน...

“อ๊ะ!!” อยู่ดี ๆ ขมิ้นก็รู้สึกเจ็บจี๊ดปวดหัวกะทันหัน จนต้องร้องออกมา น้ำตาคลอหน่วย แต่พอยกมือขึ้นมาจะเช็ดน้ำตาเท่านั้นแหละ ขมิ้นผงะหยุดชะงักทันที ถ้าจำไม่ผิดนี่ไม่ใช่มือเธอนะ เธอไม่ได้มีมือที่เรียวสวยและผิวสุขภาพดีขนาดนี้นะ มือของใครกัน! คิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนแทบผูกกันเป็นโบว์ พยายามค้นหาคำตอบ ก่อนที่ภาพต่าง ๆ จะโผล่เข้ามาในหัวเรื่อย ๆ ราวกับน้ำหลากทะลักเข้ามา

“เร่อจริง มันอิเจ็บไอไหรขนาดนั่น แรงหวาโถกใครเอาไม้มาตีหัว” ขมิ้นกัดฟันพยายามข่มความเจ็บรวดร้าว จนในที่สุดเธอก็ไม่อาจทนความเจ็บปวดได้ จึงได้หมดสติไปทันที แต่ภาพในหัวก็ผุดขึ้นมา ไม่พักให้เธอได้หายใจเลย ภาพที่เธอเห็นนั้นเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง มีใบหน้างดงาม ผิวพรรณเปล่งปลั่งขาวราวหิมะแรก ทรวดทรงอกเอวเป็นอะไรที่ผู้หญิงยุคเธอใฝ่ใันมาก สวมใส่เสื้อผ้าสีแดงแสบสันซะเหลือเกิน แต่พอเห็นหน้าเท่านั้นแหละ อยากจะจ้างไปขึ้นมะพร้าวเลย แม่เจ้าโว้ย! หน้าวอกยิ่งกว่าผีจูออน แก้มนี้แดงแปร๊ดยิ่งกว่าลิงอีก ใครเห็นแล้วไม่ช๊อกตายก็บุญวิญญาณพวกเขาแล้ว

คนในครอบครัวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ไม่ช็อกตายกันบ้างหรือยังไงนะ ไม่เอ๊ะใจทักท้วงกันมั่ง เธอรับไม่ได้อย่างแรง! ถ้าเป็นเธอนะแม่จะแต่งหน้าให้สวยเช้งเลย ใครมันบ้าไปแต่งกลบความงามที่มี เพิ่งเคยเจอนี่ล่ะคนแรกเลย

“เอ๊ะ! ทำไมถึง...”

เมื่อภาพผู้หญิงชุดสีแดงโดนชายหนุ่มในชุดสีเขียวอ่อนลายไผ่ตบเข้าให้ที่ใบหน้าเรียวสวยฉาดใหญ่ โดยมีผู้หญิงอีกคนในชุดสีขาวยืนอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มชุดเขียวน้ำตานองหน้า ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับลอบยิ้มสะใจ ส่งสายตาเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง ขมิ้นเองก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีปากเสียงอะไรกันถึงขั้นลงไม้ลงมือ ภาพแล้วภาพเล่าวนเวียนหมุนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่ซ้ำกัน ยิ่งขมิ้นได้เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนั่นแล้ว ก็รู้สึกปรี๊ดโกรธแทนผู้หญิงชุดแดงสุด ๆ

เป็นผู้ชายเสียเปล่า ๆ แต่กลับทำตัวได้หน้าตัวเมียมาก ฮึ่ม! ยิ่งเห็นยิ่งหงุดหงิด อยากจะบ้าตาย แล้วประเด็นสำคัญคือเธอเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่อง ยามบุปผาผลิบาน เป็นนางร้ายจ้า ไม่ใช่นางเอกแต่อย่างใด ส่วนนางเอกนะหรือ? ของปลอมชัด ๆ มีที่ไหนจับปลาสองมือ พระเอกก็จะเอา พระรองก็อยากได้ ให้ความหวังไปทั่ว เจอแบบนี้มันน่าตบสักฉาดสำหรับความโลเลหลายใจ

“เห็นภาพพวกนี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างเล่า” จู่ ๆ เทพฝึกหัดคนเดิมก็โผล่ออกมาตรงหน้าขมิ้น ทำเอาเธอตกใจเล็กน้อย แม้จะเป็นเพียงในฝันก็เถอะ ไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนขวัญอ่อนบ้างเหรอ

“อุ้ย! ตาเถรตก... มาไม่ให้สุ้มให้เสียงอยากให้ฉานตกใจจนขิตอีกรอบนึงเหอ” เธอยกมือขึ้นลูบอกเบา ๆ ค่อย ๆ พรั่งพรูลมหายใจเข้าออกทีละน้อย

“อ้อ! อีกอย่างนะ ช่วยเปลี่ยนคำพูดคำจาของเจ้าเสีย หากมิอยากถูกมองว่าเป็นคนสติฟั่นเฟือน” ชายหนุ่มชุดขาวเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีหรือเปล่านะ!

“เปลี่ยนแบบไหน”

“เจ้าเคยดูซีรี่ย์จีนย้อนยุคไหมล่ะ”

“ก็เคยอยู่นะ พรืออ่ะ!”

“ก็หมายความว่า ในตอนนี้เจ้าได้มาอยู่ในยุคจีนโบราณอย่างไรล่ะ ส่วนร่างที่เจ้าได้เข้าไปอยู่ นางชื่อว่า ซูอี้ เป็นบุตรสาวพ่อค้า มีบิดาชื่อว่า ชิงเฉิง มารดาชื่อ ฟางหรง และพี่ชายชื่อ โม่โฉว ครอบครัวฐานะปานกลาง ส่วนเรื่องอื่น ๆ อีกเดี๋ยวเจ้าก็ได้รู้เอง”

“ก็ได้ ๆ” เพื่อชีวิตใหม่ที่แสนสดใสรออยู่ ต่อให้ต้องเป็นนางร้าย ก็ต้องร้ายแล้วได้พระเอกมาทำ ผะ ผัว...

“ไหนลองพูดให้ข้าฟังสิ!”

“อิให้แหลงไหรล่ะเจ้าคะ ท่านเทพ”

“พูดดี ๆ”

“แล้วนี่ไม่ดีตรงไหน?”

“ทุกตรงนั่นแหละ”

“เอ้า! แหลงแบบนี้ ต่อยกันหม้ายละบาว”

“นี่ไง! ยังไม่ทันขาดคำ เอาอีกแล้ว เห้อ... หากยังเป็นอยู่เช่นนี้ งั้นก็ไม่ต้องกลับไปเกิดใหม่แล้วกัน”

“หืม! ไม่ด้ายยย!! ในเมื่อถีบส่งฉันมาแล้ว จะมากลับคำตอนนี้ไม่ได้ ระวังฟ้าผ่าสวรรค์ลงโทษคงไม่รักษาสัจจะ”

“หึ! ทีอย่างนี้ละมาทำพูด” ต้องให้ขู่อยู่เรื่อย

“เจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ไปต่อปากต่อคำกับท่านเทพ” เอาวะ! ซีรี่ย์ใช่ว่าจะไม่เคยดู ลองสักตั้งก็ไม่เสียหายอะไร

“นี่ไง! พูดดี ๆ ก็เป็น แล้วไม่พูดตั้งแต่คราแรก”

“หากข้าใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ จะโดนควบคุมโดยนักเขียนหรือเปล่าล่ะ ข้ายังไม่อยากโดนบังคับฝืนใจให้ทำตามบทหรอกนะ”

“ไม่หรอก ถึงที่นี่จะเป็นโลกที่มาจากนิยาย แต่ก็เปรียบเสมือนโลกอีกใบนึงได้เลย อีกทั้งเจ้ายังใช้ชีวิตได้อิสระเหมือนเดิม”

“งั้น เป็นอันตกลง”

“เยสส!”

“เอ๊ะ!!” ทำไมคำอุทานท่านเทพฝึกหัดมันฟังดูคุ้นหูพิลึก สมัยนี้เทพเขาเรียนภาษากันด้วยหรือ? ว่าแล้วเหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหูตนเอง

“ตามนั้น!”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel