บทที่ 5 เมียพี่เปลี่ยนไป
คิมหันต์ที่กลับจากการล่าสัตว์เร่งฝีเท่ากลับบ้านไปทันที เขาลัดเลาะมาตามทางลัดที่ทะลุถึงหลังบ้านเขาพอดิบพอดี ในใจเขาร้อนรนว่าภรรยา ของเขาจะกลับมาแล้วหรือยัง เมื่อมาถึงบ้านเห็นภรรยาของเขาอยู่ในห้องครัวเขาค่อยโล่งใจหน่อย
“หม่อนน้องกลับมานานแล้วหรือยัง” คิมหันต์ถามออกไป
“กลับมานานแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ท่านพี่ได้อะไรมาบ้างเจ้าคะ”
“ไก่ป่าสองตัวและหมูป่าอีกหนึ่งตัวน่ะ”
“เช่นนั้นท่านพี่ ขายแค่หมูพอเจ้าค่ะส่วนไก่ท่านช่วยข้าทำความสะอาดทั้งสองตัวเลยเจ้าค่ะจะได้ทำอาหารค่ำ”
“ได้จ้ะ พี่จะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ แล้วลูกๆ ล่ะตื่นหรือยัง”
“ยังเจ้าค่ะ พี่บัวตองช่วยดูแลให้น่ะเจ้าค่ะ”
“อ่อเช่นนั้นหรือ นอกจากทำความสะอาดไก่แล้วมีอะไรให้พี่ช่วยอีกหรือไม่”
“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะท่านทำความสะอาดไก่เสร็จก็ไปอาบน้ำได้เลย จะได้มาทานข้าว”
คิมหันต์ถอนขนไก่ควักเครื่องในและล้างทำความสะอาดจากนั้นก็นำมาให้ภรรยาทำมื้อค่ำ เขาไปอาบน้ำที่ลำธารหลังบ้านพร้อมกับซักเสื้อผ้าของตัวเองด้วย ในตอนที่อาบน้ำนั้นคิมหันต์รู้สึกว่าทำไมเมียเขาแปลกๆ จะว่าเปลี่ยนไปก็ไม่เชิงเอาเป็นว่าเปลี่ยนเล็กน้อยก็แล้วกัน อาบน้ำไปสักพักอนันต์ผู้เป็นพี่ชายก็เดินมาอาบน้ำเช่นกันสองพี่น้องคุยกันถึงความเปลี่ยนแปลงของใบหม่อน
“คิม ข้าว่าเมียเจ้าแปลกๆ ไปนะเจ้าคิดเหมือนข้าไหม”
“อืมก็แปลกๆ ไปนะพี่แต่นางเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น อย่างน้อยๆ ก็คงเข้มแข็งขึ้นล่ะมั้ง เพราะนางต้องเลี้ยงลูกตั้งสามคนนางเองคงเปลี่ยนตัวเองล่ะมั้ง”
“แต่ข้าว่านางดูฉลาด รอบรู้ขึ้นไม่รู้สิ เหมือนกับว่าบางเรื่องนางหลงลืมไป บางเรื่องที่คนอื่นไม่รู้แต่นางกลับรู้”
“พูดอะไรของพี่ ยิ่งพูดก็ยิ่ง งง ช่างมันเถอะน่าจะเปลี่ยนไปขนาดไหนข้าก็รักเมียข้าเหมือนเดิมขอแค่ไม่เปลี่ยนจนหย่าขาดจากข้าก็พอ”
“เอ้าๆ ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่นางเปลี่ยนไปก็ดีแล้วอาจจะเป็นผลมาจากการคลอดลูกทีเดียวสามคนเลยก็ได้ ใครใช้ให้เจ้ามีลูกแฝดสามกัน เกินหน้าเกินตาจริงๆ”
“พี่ใหญ่ พี่ว่าถ้าหากท่านพ่อกลับมาจากทำงานคุ้มกัน ท่านพ่อจะทำยังไงกับเรื่องของเรา” คิมหันต์อดถามพี่ชายออกมาไม่ได้
“ข้าก็ไม่รู้ แล้วแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจ ว่าจะเชื่อในสิ่งที่เราพูดหรือ เชื่อในสิ่งที่เมียของท่านพ่อพูด”
“อืม ดีเท่าไหร่ที่เราไม่ได้ไปคุ้มกันคาราวานด้วยเพราะเมียท้องแก่ ถ้าเกิดเราสองคนไปด้วยพี่คิดไหมว่าลูกเมียเราจะมีชีวิตรอดหรือเปล่า”
“นั่นสิ โชคดีจริงๆ นางไล่เราออกมาแต่นางคงบอกกับท่านพ่อว่าเราอกตัญญูขอแยกบ้านนั่นแหละ คนอย่างนางหรือจะยอมรับง่ายๆ ดีเท่าไหร่ ที่เรายังมีที่ดินของท่านแม่อยู่ ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เหลือทางรอดหรอก” อนันต์พูดด้วยความเจ็บใจ
“ช่างมันเถอะ ตอนนี้เราก็ออกมาแล้ว หนังสือตัดขาดเราก็ได้มาแล้ว แต่พวกนั้นยังหน้าด้านมาดักแย่งชิงสิ่งของจากพวกเราข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วที่ผ่านมาถือว่าเห็นแก่ท่านพ่อ แต่ตอนนี้ข้ามีครอบครัวที่ต้องดูแลลูกเมียข้าต้องได้กินอิ่มท้อง”
“อืมข้าก็เช่นกันจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกเมียข้าได้อีก พรุ่งนี้เจ้าจะเข้าเมืองไปขายของป่าหรือไม่”
“ไปสิพี่ ไม่รู้จะได้กี่เงินวันนี้ข้าได้หมูมาตัวใหญ่เชียวล่ะ”
“คิม วันนี้เมียเจ้าได้เห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานมาเต็มตะกร้า นางบอกว่ามีเกิดจนเต็มป่า พอข้าไปดูตรงจุดที่นางบอก ข้ากลับไม่เจอเห็ดสักดอก เจ้าว่าแปลกหรือไม่”
“ห๊ะ ท่านพูดจริงหรือ พี่ใหญ่ เห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานใช่จะหากันได้ง่ายๆ ท่านล้อเล่นหรือ”
“ไม่เชื่อเจ้าก็ไปดูที่บ้านสิ แถมนางยังให้ข้าไปตัดไม้ไผ่มาให้นางด้วยนางบอกจะลองทำอะไรสักอย่างเอาไว้ล่าสัตว์ด้วย”
“เมียของข้าเปลี่ยนไปจริงๆ นั่นแหละตอนนางเห็นหน้าข้าหลังจากนางคลอดลูกนางก็พาลใส่ข้า พอมาวันนี้นางกลับยิ้มแย้มพูดจาไพเราะกว่าตอนนั้นมาก ข้าทำตัวไม่ถูกอยู่พักใหญ่เลยล่ะ”
“กลับกันเถอะพวกนางคงทำอาหารเสร็จแล้วล่ะ ช่างมันเถอะนางจะเปลี่ยนหรือไม่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้คือนางยังเป็นเมียเป็นแม่ของลูกเจ้า”
“อืมข้าเข้าใจแล้ว กลับไปข้าจะไม่ไปถามอะไรนางหากนางอยากบอกก็ให้นางบอกเอง”
สองพี่น้องเดินมาถึงบ้านก็จมูกได้กลิ่นหอมของอาหารทำเอาท้องของทั้งสองคนแข่งกันร้องคำราม ไม่รอช้าทั้งสองสาวเท้าเข้าไปในบ้านทันที
“บัวตองทำอะไรกินหรือหอมมากเลย” อนันต์ถามเมียรัก
“ข้าไม่ได้ทำหรอกท่านพี่ ใบหม่อนเป็นคนทำน่ะ”
“หอมมากเลย ใบหม่อนทำอะไรกินหรือมีอะไรให้พี่ช่วยหรือไม่” คิมหันต์รีบเสนอตัวกับเมียรักทันที
“ท่านพี่ท่านมายกออกไปเลยเจ้าค่ะไม่มีอะไรต้องทำแล้วจะได้กินข้าวกัน”
คิมหันต์เข้าไปยกอาหารตามที่ใบหม่อนบอก เขาเข้าไปในห้องครัว ก็ต้องตกใจกับอาหารวันนี้มาก วันนี้นับเป็นอาหารที่ดีที่สุดตั้งแต่พวกเขาถูกไล่ออกมา
“หอมมากเลย พี่หิวแล้วล่ะ ไปกันเถอะ”
เมื่อยกทุกอย่างออกมาแล้ว ทั้งสี่คนเริ่มลงมือกินกันทันที ใบหม่อนทำผัดเห็ดโคนและน้ำแกงไก่ใส่เห็ดผึ้งหวาน อาหารทุกอย่างที่ผ่านมือนางล้วนอร่อยทุกอย่าง นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปทำอาหารอร่อยขึ้นมากถึงมากที่สุด คิมหันต์กินอาหารอย่างมีความสุข หลังจากกินอาหารเสร็จแล้วคิมหันต์นั่งเอามือลูบท้องป่องๆ ของเขาไปมาการมีอาหารให้ได้กินจนอิ่มท้องนี่ช่างเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ
“ท่านพี่เจ้าคะพรุ่งนี้ท่านพี่จะเอาหมูไปขายในเมืองตอนไหนเจ้าคะ” ใบหม่อนถามสามีสำเร็จรูปของเธอ
“พี่คงไปตั้งแต่เช้ามืดนั่นแหละเจ้าอยากได้อะไรหรือไม่พี่จะซื้อมาให้”
“ท่านพี่ซื้อข้าวสารมาเพิ่มกับพวกเครื่องปรุงเครื่องเทศก็พอเจ้าค่ะ”
“เห็ดที่น้องเก็บมาจะเอาเก็บไว้กินหรือให้พี่เอาไปขายด้วยกันเลย”
“ท่านพี่เอาไปขายเถอะเจ้าค่ะจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น”
“ได้ๆ พี่ซื้อมาให้ครบตามที่เจ้าต้องการ”
“คิม พรุ่งนี้เจ้าให้พี่ไปด้วยหรือไม่”
“พี่ใหญ่ท่านอยู่คอยดูแลทางนี้เถอะข้ากลัวคนบ้านนั้นจะมาราวีเอาตอนที่พวกเราไม่อยู่”
“ท่านไปกันทั้งสองคนนั่นแหละเจ้าค่ะไม่ต้องห่วงข้าเอาตัวรอดได้ต่อไปนี้ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกได้อีก”
ใบหม่อนพูดขึ้นด้วยดวงตาแข็งกร้าว ได้เวลาฉีกหน้ากากนางแม่เลี้ยงแล้ว ฮึ่ยเสียดายไม่ได้อ่านนิยายจนจบดันปาทิ้งซะก่อนเลยไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ คงต้องเขียนบทเอาเองแล้วล่ะหม่อนเอ๊ย ชะตาข้าลิขิต เอาแบบนี้แหละ คิมหันต์นั่งมองหน้าเมียประเดี๋ยวโมโหประเดี๋ยวยิ้มน้อยๆ เขากับพี่ชายได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กจนใบหม่อนขอตัวไปดูลูกๆ คิมหันต์ถึงได้ลุกเดินตามเมียกลับห้อง
“ข้าขอไปดูลูกๆ ก่อนนะเจ้าคะประเดี๋ยวตื่นมาจะร้องงอแงเพราะหิว”
“ไปเถอะๆ พี่สองคนก็จะเข้านอนแล้ว”
หลังจบการพูดคุยและตกลงกันแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน เช้าวันใหม่คิมหันต์ตื่นมาตั้งแต่เช้ามืดเขาสองคนกับพี่ชายตั้งใจจะเดินเท้าเข้าเมืองเพื่อไปขายของที่หามาได้จึงต้องออกจากบ้านเร็วกว่าปกติ ถ้าหากขึ้นเกวียนโดยสารในหมู่บ้านเข้าเมืองก็อาจจะเจอคนบ้านแม่เลี้ยง เอาได้ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเขาเกรงกลัวอะไรคนพวกนั้นแต่เพราะลูกยังเล็กเมียเขายังไม่แข็งแรงด้วยกลัวว่าคนพวกนั้นจะพาลไปลงลูกกับเมียของเขา ทั้งสองจึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงก่อน
อนันต์เอาตะกร้าเห็ดขึ้นสะพายใส่หลัง จากนั้นก็ออกเดินทางเข้าเมืองระหว่างทางเนื่องจากวันนี้หมูตัวใหญ่มากทั้งสองคนจึงได้ผลัดกันแบกไปจนถึงในเมือง ทั้งสองมาถึงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แสงอาทิตย์ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีสองพี่น้องมุ่งหน้าไปยังเหลาอาหารที่ตัวเองเคยนำเนื้อสัตว์มาขายเป็นประจำ ไม่รอช้าทั้งสองมุ่งหน้าไปที่เหลาอาหารทันที
“สวัสดีขอรับท่านลุงตง” คิมหันต์เมื่อเดินมาถึงก็เจอเข้ากับท่านลุงตงอยู่หลังร้านพอดี
“อ้าว เป็นพวกเจ้าเองรึคิมหันต์ อนันต์”
“ขอรับพวกข้าเองท่านลุง”
“ทำไมวันนี้มาแต่ไก่โห่เช่นนี้ล่ะ”
“พอดีเมียของข้าคลอดแล้วข้าจะรีบกลับไปดูแลนางขอรับ” คิมหันต์กล่าวออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“โอ้ เช่นนั้นดอกรึ ดีใจกับเจ้าด้วย วันนี้พวกเจ้าได้อะไรมาหรือ”
“หมูป่าหนึ่งตัวขอรับ และก็มีเห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานอีกนิดหน่อยขอรับ”
“เจ้าว่าอะไรนะ เห็ดโคนกับเห็ดผึ้งหวานเช่นนั้นรึ รีบเอาออกมาให้เข้าดูเร็วเข้า”
“ขอรับ นี่ขอรับ” อนันต์ยื่นตะกร้าส่งให้ลุงตง
“นี่มันดอกใหญ่และสวยมาก เจ้ายังมีอีกหรือไม่”
“มีแค่นี้ขอรับบังเอิญข้าไปเจอมาก็เลยเก็บมาด้วย”
“ข้าจะรับไว้ทั้งหมด ข้าให้ชั่งละ 1 ทองแดงเจ้ารอสักครู่จะให้เด็กๆ นำไปชั่ง”
“ไม่มากไปหรือขอรับท่านลุงตง”
“ไม่มากมายหรอกเจ้าคิดว่าเห็ดพวกนี้หาได้ง่ายๆ หรือไง ไม่บ่อยนักถึงจะมีคนนำมาขายส่วนหมูของเจ้าข้าให้ชั่งละ 25 อิแปะ เหมือนเดิมหมูตัวนี้หนักทั้งหมด 150 ชั่งเป็นเงิน 37 ทองแดงกับ 50 อิแปะ เห็ดของเจ้าทั้งหมดหนัก 15 ชั่ง เป็นเงิน 15 ทองแดง รวมทั้งหมดเป็นเงิน 52 ทองแดงกับ 50 อิแปะ เจ้าลองดูถูกต้องหรือไม่”
“ถูกต้องขอรับลุงตง ขอบคุณท่านมากข้าสองคนขอตัวก่อน”
“อืม ถ้าเจ้ามีเห็ดอีกอย่าลืมมาขายให้ข้าล่ะรับรองข้าให้ราคาดีแน่”
“ขอรับ ได้ขอรับ”
“คิมไปซื้อของกันเถอะจะได้รีบกลับตอนนี้ยังเช้าอยู่ซื้อเสร็จค่อยจ้างเกวียนไปส่งของ”
“อืม ข้าจะรีบกลับไปวางกับดักเพิ่มเผื่อจะได้อะไรมาขายพรุ่งนี้”
ทั้งสองรีบไปซื้อข้าวสารและเครื่องปรุงเครื่องเทศต่างๆ จากนั้นก็รีบกลับบ้านทันที ตอนแรกตั้งใจว่าจะจ้างเกวียนไปส่งแต่ คิมหันต์เห็นว่าที่หนักก็มีแค่ข้าวสารพวกเขาพี่น้องสามารถแบกกลับไปได้ คิมหันต์ซื้อข้าวสารกลับไปทั้งหมดสามสิบชั่ง ในราคาชั่งละ ห้าสิบอิแปะเป็นเงิน สิบห้าทองแดง และซื้อเครื่องปรุง น้ำตาล เกลือและเครื่องเทศต่างๆ อีก ห้าทองแดง และแป้งสาลีอีก สิบชั่งเป็นเงินอีกสี่ทองแดง ทำให้ตอนนี้เขาเหลือเงินอยู่ ยี่สิบแปดทองแดงกับห้าสิบอิแปะ
เมื่อได้ของครบตามที่ต้องการแล้วสองพี่น้องสาวเท้ามุ่งหน้ากลับบ้านทันที ทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาอาหารเช้าพอดิบพอดี ทั้งสองคนกินอาหารเช้าด้วยความหิวโหยเพราะความรีบทำให้ทั้งสองไม่ได้หาอะไรกินในเมืองก่อนที่จะกลับมา
