บทที่ 4 อยู่ที่เรียนรู้ อยูที่ยอมรับมัน
ตอนนี้ใกล้หน้าหนาวเข้ามาเต็มทีใบหม่อนที่สภาพจิตใจคงที่แล้ว และทำใจยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นใครที่ส่งเธอมาที่นี่ แต่เธอจะไม่ยอมให้ครอบครัวลำบากและอดตายและถูกกลั่นแกล้งเหมือนในนิยายที่เธออ่าน อีกอย่างจากที่สังเกตสามีเขาเองก็หาใช่คนโง่งมเหมือนในนิยายที่เขียนเอาไว้ เมื่อยอมรับได้แล้วต่อไปนี้เธอก็จะเป็นใบหม่อนในโลกแห่งนี้ และจะเป็นหญิงสาวผู้โชคดีที่สุดครอบครัวอบอุ่นที่สุด อุ่นจนร้อนเลยล่ะทุกคน
“ใบหม่อนเจ้าหิวหรือยังพี่จะไปหาอะไรให้เจ้ากินก่อนแล้วพี่ค่อยออกไปวางกับดักล่าสัตว์ เผื่อจะได้นำไปขายบ้าง”
“ไม่หิวเท่าไหร่เจ้าค่ะ ท่านพี่ก็มากินพร้อมกันกับข้าเสีย” คิมหันต์ทำตัวไม่ถูกทำไมวันนี้เมียเขาไม่เกรี้ยวกราดแล้วล่ะ
“จ้ะๆ พี่รู้แล้ว” อ่า ทำตัวไม่ถูกจริงๆ เหมือนคนกลัวเมียเลย แต่จริงๆ ก็กลัวไม่ใช่หรือไง คิมหันต์ได้แต่คิดในใจ
หลังจากกินข้าวเช้าแล้วคิมหันต์เตรียมอุปกรณ์ล่าสัตว์และทำกับดัก ส่วนอนันต์ไม่ได้ไปกับน้องชายด้วยเพราะตอนนี้บัวตองท้องอ่อนๆ และครรภ์ไม่ค่อยแข็งแรงร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เขาจึงอยู่ดูแลภรรยา น้องสะใภ้เองก็ต้องดูแลลูกทั้งสาม ทำให้วันนี้มีคิมหันต์คนเดียวที่เข้าป่าไป
“พี่อนันต์ ข้าไปก่อนฝากดูเมียและลูกๆ ของข้าด้วย” คิมหันต์บอกพี่ชาย
“ไปเถอะไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลให้ส่วนเจ้าก็ระวังตัวด้วย”
ในตอนที่คิมหันต์กำลังจะออกจากบ้านเพื่อล่าสัตว์และหาของป่านั้น ใบหม่อนก็สะพายตะกร้าขึ้นหลังเดินออกมาเรียกให้เขาหยุดรอ
“ท่านพี่รอข้าด้วย”
“ใบหม่อนเจ้าจะไปไหน เจ้าพึ่งคลอดลูกและยังไม่แข็งแรงดีเลย แล้วใครจะดูลูก”
“ข้าขอไปแค่เก็บผักป่าตอนนี้ลูกๆ กินอิ่มนอนหลับไปแล้วอีก หลายชั่วโมงกว่าจะตื่นข้าจะรีบกลับมา ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“มันจะดีหรือใบหม่อน พี่ว่าเจ้าอยู่กับบัวตองดีหรือไม่พี่จะไปเก็บผักให้เอง” อนันต์เอ่ยบอกน้องสะใภ้
“ข้าแข็งแรงดีแล้ว ร่างกายข้าข้ารู้ดี ท่านอยู่กับพี่บัวตองนั่นแหละฝากดูลูกๆ ข้าด้วย ข้าจะรีบกลับมา”
ใบหม่อนพูดจบก็ไม่รอให้ใครเอ่ยทัดทานได้อีก รีบเดินออกนอกรั้วบ้านมุ่งหน้าเข้าป่าหลังบ้านไปทันที คิมหันต์ได้แต่มองตามภรรยาตาปริบๆ ก่อนที่เขาจะรีบตามใบหม่อนไป
“เฮ้อ ดื้อรั้นยังไงก็ยังดื้อรั้นยังงั้น” บัวตอง
“ทำใจเถอะ กลับเข้าบ้านไปดูหลานเถอะ” อนันต์
“เจ้าค่ะท่านพี่” อนันต์ประคองบัวตองเข้าไปในบ้านมุ่งหน้าไปยังห้องที่มีสามแฝดนอนอยู่ทันที
“บัวตองนอนเป็นเพื่อนหลานเถอะ พี่จะทำงานบ้านรอหากต้องการอะไรให้เรียกพี่อย่าฝืนทำเองรู้หรือไม่”
“เจ้าค่ะท่านพี่ ข้ารู้แล้วท่านไปเถอะไม่ต้องห่วงทางนี้ หลานๆ ข้าดูแลได้”
อนันต์หลังจากจัดแจงให้บัวตองนอนลงแล้ว ตัวเขาก็ออกไปซักผ้ากวาดบ้านผ่าฟืนตักน้ำใส่โอ่งจนเต็ม หลังจากนั้นก็ทำอาหารกลางวันเอาไว้เมื่อทำงานเสร็จแล้วจึงได้เข้าไปดูหลานๆ อีกรอบ ใบหม่อนและคิมหันต์เดินมาถึงชายป่า คิมหันต์บอกผู้เป็นภรรยาว่าให้เก็บผักแค่รอบนอกนี้เท่านั้น เขาเข้าไปวางกับดักในป่าลึกเข้าไปอีกชั้น เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองแยกย้ายกันทันที ใบหม่อนเดินลัดเลาะไปตามป่ารอบนอก เพื่อหาของที่จะนำไปทำอาหารและกักตุนไว้ตอนหน้าหนาว เธอเดินไปเรื่อยๆ ก็พบกับเห็ดโคนและเห็ดผึ้งหวานเป็นจำนวนมาก ไม่รอช้าใบหม่อนรีบเก็บใส่ตะกร้าทันที เมื่อเก็บจนหมดแล้วจึงเดินต่อไปเดินมาไม่นานก็เจอกับต้นหอมป่า กระเทียมป่าทั้งยังมีผักป่าหลายชนิด ใบหม่อนเก็บทุกอย่างจนเต็มตะกร้าจึงได้เดินออกจากป่าและกลับบ้านไป
“เฮ้อยังดีนะที่เจอของที่กินได้บ้าง แต่ว่าทำไมคนที่นี่ไม่เก็บไปกินกัน เห็ดดีๆ ทั้งนั้น”
ใบหม่อนไม่มีทางรู้เลยว่าไม่ใช่ชาวบ้านไม่ไปเก็บมากิน แต่เห็ดชนิดนี้ไม่ใช่ใครจะพบเจอได้ง่ายๆ ซ้ำยังมีราคาแพงอีกด้วยนางแบกตะกร้ากลับบ้านด้วยความอารมณ์ดี อย่างน้อยๆ วันนี้ก็มีเห็ดกิน เมื่อเดินมาถึงบ้านอนันต์ที่กวาดลานบ้านอยู่เห็นน้องสะใภ้กลับมาพร้อมด้วยของป่าเต็มตะกร้า เขารีบเข้าไปรับเอาตะกร้ามาถือเอง เมื่อเห็นของในตะกร้าเท่านั้นแหละ ถึงกับร้องเสียงหลงเลยทีเดียว
“ใบหม่อน นี่มัน นี่มัน” นี่มันอยู่ครึ่งค่อนวันก็หาเสียงไม่เจอ
“อะไรหรือพี่อนันต์ หรือว่าเห็ดที่ข้าเก็บมามันกินไม่ได้หรือเจ้าคะ”
“ไม่ใช่แบบนั้น เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ”
ใบหม่อนเดินตามอนันต์เข้าไปในบ้านด้วยความไม่เข้าใจ เดินเข้ามาถึงส่วนที่เป็นห้องครัว เมื่ออนันต์วางตะกร้าลงแล้ว บัวตองที่ได้ยินเสียงสามีร้องโวยวายเสียงดังก็เดินออกมาดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ พอสายตานางปะทะเข้ากับตะกร้าเห็ดเท่านั้นแหละ ยืนนิ่งอ้าปากค้างไปอีกคน ใบหม่อนล่ะไม่เข้าใจสองผัวเมียนี่จริงๆ มีอะไรนักหนากะอีแค่เห็ดเนี่ย เกิดดาษดื่นเต็มป่าไปหมด
“พวกท่านเป็นอะไรเนี่ย พี่บัวตองก็อีกคนท่านตกใจอะไรเจ้าคะ”
“จะไม่ให้ข้าตกใจได้ยังไง เห็ดโคน เห็ดผึ้งหวานมากมายขนาดนี้ เจ้าไปเก็บมาจากที่ไหน รู้หรือไม่มันเป็นเห็ดที่หากินยากและมีราคาแพงมาก”
“หายากอะไรพี่บัวตองเกิดเต็มป่าไปหมดนี่ตะกร้าข้าเต็มหรอกข้าเลยกลับ ข้ากะว่าจะเอามาตากแห้งเก็บไว้กินตอนหน้าหนาวน่ะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ เกิดเต็มป่าเช่นนั้นหรือตรงไหนข้าจะไปเก็บมาให้เอง หากได้มาอีกจะได้นำไปขายในเมืองจะได้มีเงินซื้อข้าวและผ้าห่มเตรียมไว้สำหรับหน้าหนาวจะมาถึง”
“ก็ป่ารอบนอกอย่างไรเล่าพี่อนันต์” ใบหม่อนบอกจุดที่เจอเห็ดให้พี่ชายสามีอนันต์ไม่รอช้ารับสะพายตะกร้าเข้าป่าไปทันที แต่เมื่อมาถึง เขากลับไม่เจอเห็ดเลยสักดอกไม่เหมือนกับที่น้องสะใภ้บอกเขาเลย เขาหาอยู่เป็นนานสองนานก็ไม่พบจึงได้กลับบ้านไปด้วยความเสียใจ
“อ้าวท่านกลับมาแล้วหรือไหนเห็ดล่ะ” บัวตองถามสามี
“ไม่มีข้าไปถึงก็ไม่มีเห็ดแล้วหรือว่าจะมีคนไปเจอก่อนแล้วเก็บไปหมดกัน”
“หรือใบหม่อนบอกจุดท่านผิดหรือเปล่านางไม่ได้ไปหาของป่านานแล้วนางอาจจะลืมได้”
“อืมสงสัยจะเป็นแบบนั้นเอาไว้ค่อยไปถามนางอีกที”
ใบหม่อนเดินออกมาจากห้องนอนหลังให้นมลูกทั้งสามแล้วเมื่อกินอิ่มก็หลับต่อช่างเลี้ยงง่ายเสียจริงๆ ไม่งอแงไม่ร้องโยเย เดินมาถึงห้องครัวเพื่อจะทำอาหารก็เจอกับสองสามีภรรยายืนทำหน้าเครียดอยู่ในครัว
“พี่สองคนเป็นอะไรเจ้าคะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ”
“เปล่าหรอกเพียงแต่ข้าไปเก็บเห็ดตรงที่เจ้าบอกมา เมื่อไปถึงไม่มีเห็ดให้พบเห็นเลย ใช่เจ้าบอกจุดผิดหรือไม่”
“ไม่นะเจ้าคะ หรือมีชาวบ้านมาเก็บไปก่อนที่ท่านจะไปถึง”
“อืมก็อาจจะเป็นไปได้”
“เห็ดนี่แบ่งทำกับข้าวแค่มื้อนี้เท่านั้น ที่เหลือท่านนำไปขายเถอะ เจ้าค่ะตอนนี้เงินในบ้านแทบไม่เหลือแล้ว ข้าวสารเองก็เหลือน้อยเต็มที”ใบหม่อนบอกพี่ชายสามี
“ได้ๆ เดี๋ยวรอคิมหันต์ก่อนว่าจะได้สัตว์อะไรมาหรือไม่จะได้นำไปขายพร้อมกันเลย”
“ระวังคนพวกนั้นให้ดีล่ะท่านพี่ประเดี๋ยวจะมาแย่งชิงไปอีก”
“พี่ไม่กลัวหรอกนะบัวตองที่ผ่านมาพี่และคิมหันต์ยอมเพราะเห็นแก่ท่านพ่อเท่านั้น ทางนี้ก็ลูกและทางนั้นก็ภรรยาและลูกพี่แค่ไม่อยากสร้างความหนักใจให้ท่านพ่อเท่านั้น”
“แต่ตอนนี้เราไม่สามารถจะยอมได้แล้วนะเจ้าคะ”
“พี่รู้และไม่คิดจะยอมที่ผ่านมาถือว่าพวกพี่ทำเพื่อท่านพ่อก็แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ ยังไงก็ต้องระวังตัวเองไว้ คนพวกนี้มากเล่ห์นัก”
“พี่อนันต์ท่านช่วยไปตัดไม้ไผ่ให้ข้าหน่อยได้ไหมเจ้าคะ” ใบหม่อนบอกพี่ชายสามี
“เจ้าจะเอามาทำอะไรหรือใบหม่อน”
“ข้าจะลองทำบางอย่างดูเจ้าค่ะไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ตอนนี้ข้ายังพูดไม่ได้ต้องลองทำดูก่อน”
“ได้ๆ ข้าจะไปตัดให้เดี๋ยวนี้”
“เจ้าจะทำอะไรหรือใบหม่อน” บัวตองถามออกมา
“ข้าก็ยังไม่รู้ว่ามันจะสามารถใช้ได้หรือไม่เพียงแค่ลองดูเท่านั้น”
“อืม เอาเถอะ พี่ไปหุงข้าวก่อนส่วนกับข้าวจะทำอะไรบ้าง”
“ท่านไปอยู่กับหลานๆ เถอะพี่บัวตองส่วนงานครัวข้าจะทำเอง”
“ได้ๆ ตามใจเจ้า หากต้องการอะไรให้ช่วยก็บอกมา”
“ข้ารู้แล้วขอบคุณท่านมาก”
บัวตองออกจากห้องครัวไปอยู่กับหลานๆ อนันต์เข้าป่าไปตัดไม้ไผ่ จนเวลาพลบค่ำคิมหันต์ถึงได้กลับมาพร้อมหมูป่าและไก่ป่าอย่างละตัว พรุ่งนี้เขาจะนำไปขายในเมืองได้เงินมาแล้วจะได้ซื้อข้าวสารและธัญพืชมากักตุนอาหารเพื่อรับมือกับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง เขาเดินกลับบ้านด้วยความสุขใจ
