ตอนที่ 6 อาหารล้ำค่าจากป่า
เมื่อกินข้าวเช้าเสร็จแล้วคิมหันต์นำเงินที่เหลือไปให้ใบหม่อนเก็บเอาไว้และแบ่งให้พี่ชาย สิบสี่ทองแดงพวกเขาจะทำเช่นนี้เสมอหากขายของป่าเสร็จและเงินที่เหลือจากการซื้อของเข้าบ้านจะแบ่งเงินที่เหลือกันคนละครึ่งทันที จะได้มีเงินเหลือเก็บในเวลาที่ขัดสนก็สามารถนำออกมาช่วยเหลือกันได้ คิมหันต์เห็นใบหม่อนเหลาไม้ไผ่ตั้งแต่เช้าเขาได้แต่สงสัยว่านางจะเหลาไปทำสิ่งใดจึงได้เอ่ยปากถามออกมา
“ใบหม่อนน้องเหลาไม้ไผ่จะทำอะไรเช่นนั้นหรือ”
“อ่อ ข้าจะลองทำอาวุธสำหรับล่าสัตว์ดูน่ะเจ้าค่ะท่านพี่ แต่ข้าก็ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่”
“อ่อ แล้วเจ้าเรียนรู้มาจากที่ใดใครสอนเจ้าหรือ” เมื่อสามีสงสัยใบหม่อนจะทำเช่นไรล่ะทีนี้ เอาก็เอาวะอ่านนิยายมาก็หลายเรื่อง ใช้วิธีนี้ ก็แล้วกัน
“ท่านพี่เจ้าคะข้ามีอะไรจะบอกท่านจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน ตอนที่ข้าคลอดลูกข้าหมดสติไปและมีคนมารับเอาวิญญาณข้าไปยังประตูผี ที่ปรโลกพอข้าไปถึงคนที่พาข้าไปกลับบอกว่าพามาผิดคนข้าเลยโวยวายถามหาความรับผิดชอบ พวกเขาเลยให้พรข้ามาเจ้าค่ะ ส่วนพรก็คือความรู้ในการสร้างสิ่งของและความโชคดีแถมด้วยวิชาการต่อสู้เจ้าค่ะ”
เมื่อฟังเมียพูดจบคิมหันต์หน้าเหวอยืนนิ่ง ในใจเขาคิดว่านี่เมียเขาเกือบตายไปแล้วโชคยังดีที่พาไปผิดคนขอบคุณสวรรค์ที่เอานางมาคืนให้เขาขอบคุณจริงๆ ใบหม่อนเห็นสามียืนนิ่งเหมือนคนวิญญาณออกจากร่างจึงได้เรียกด้วยเสียงอันดังจนคิมหันต์ได้สติกลับมา
“ท่านพี่ ท่านพี่เจ้าคะ ท่านเป็นอะไรหรือไม่”
แทนที่คิมหันต์จะตอบเธอแต่กลับคว้าเอาใบหม่อนเข้ามากอดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“ท่านพี่ปล่อยก่อนท่านเป็นอะไร”
“ขอบคุณ ขอบคุณสวรรค์ที่เจ้ากลับมา หากเจ้าเป็นอะไรไปพี่จะอยู่ได้ยังไง” คิมหันต์พูดไปน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลไป เขาคิดไปถึงว่าลูกๆ ตายคาท้องเมียเขา ยังดีที่สวรรค์คืนนางและลูกมาให้เขา
“ท่านพี่ไม่ต้องร้องแล้วข้ากลับมาแล้วนี่ไง ข้าอยู่ตรงนี้”
“ฮึก เรื่องนี้เจ้าห้ามให้ใครรู้นอกจากคนในครอบครัวมันจะนำพาอันตรายมาหาเจ้า เข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้ว แล้วท่านพี่ไม่กลัวข้าหรือเจ้าคะ”
“ไม่ พี่ไม่กลัวเจ้า ไม่ว่ายังไงเจ้าก็คือเมียคือแม่ของลูกพี่”
“ท่านพี่ ข้าอยากให้ท่านพี่ตัดไม้ไผ่มาทำรั้วบ้านให้แข็งแรงกว่านี้ เจ้าค่ะ และซ่อมแซมบ้านให้ดีกว่านี้ข้ากลัวว่ามันจะพังในตอนที่หิมะตกลงมา”
“ได้พี่จะจัดการให้ แต่ว่าเราคงมีเงินไม่พอซ่อมบ้านแน่ๆ”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพี่เอาไม้ไผ่มาซ่อมไปก่อนแค่เสริมความแข็งแรงก็น่าจะดีขึ้น เอาไว้เรามีเงินแล้วค่อยสร้างบ้านใหม่”
“ได้พี่จะขึ้นเขาไปวางกับดักขากลับจะตัดไม้ไผ่ลงมาด้วยจะได้ให้พี่อนันต์ทำรั้วไปพลางๆ ก่อน”
“เจ้าค่ะ เห็ดขายได้ราคาดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ดีมากเลยล่ะ ชั่งละหนึ่งทองแดงเลย”
“เช่นนั้นข้าจะไปเก็บมาให้ท่านพี่เอาไปขายอีกดีหรือไม่จะได้มีเงินพอซื้อผ้าห่มและชุดหนาๆ ใส่หน้าหนาว”
“ได้พี่จะไปกับเจ้าด้วย แต่ลูกล่ะจะทำยังไง”
“เดี๋ยวข้าให้นมลูกเสร็จค่อยไปเจ้าค่ะ ไปไม่นานกลับมาลูกยังไม่ทันได้ตื่นหรอก”
“ได้เอาตามเจ้าว่า พี่ไปบอกพี่อนันต์ซ่อมรั้วบ้านไปพลางๆ ก่อน”
“เจ้าค่ะข้าจะได้ฝากพี่บัวตองดูลูกให้”
ใบหม่อนให้นมลูกเสร็จก็ปล่อยให้เด็กๆ นอนโดยมีบัวตองคอยเฝ้าอยู่เป็นเพื่อนหลาน อนันต์ออกไปซ่อมประตูและรั้วบ้านตามที่น้องชายได้บอกไว้ ใบหม่อนเดินนำหน้าคิมหันต์เข้าไปยังป่าด้านขวามือซึ่งเป็นทางที่ไม่ค่อยมีชาวบ้านเข้าไปหาของป่าด้วยเพราะไม่ค่อยมีคนเข้าไปจึงกลัวว่าจะเจอกับ สัตว์ร้ายได้
เดินมาไม่นานใบหม่อนก็มาถึงยังลานเห็ดที่เขามาเก็บไปเมื่อวาน นางอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมพี่ชายสามีบอกว่าไม่มีเห็ดสักดอกหรือว่าเขาไปผิดทางกันแน่หรือนางบอกทางผิดก็ไม่น่าจะใช่ทางมาที่นี่ก็หาได้สลับซับซ้อนอะไรเดินตรงมาก็ถึงแล้ว
“นี่มัน เห็ดโคน เห็ดผึ้งหวาน ทางนั้นยังมีเห็ดสนเหลืองอีก ทำไมมากมายเพียงนี้ พี่เชื่อแล้วว่าเจ้าได้พรแห่งความโชคดีมา” คิมหันต์พูดออกมาเสียงแผ่วเหมือนคนละเมอ
“รีบเก็บเถอะเจ้าค่ะท่านพี่ ประเดี๋ยวลูกจะตื่นเสียก่อนแล้วท่านค่อยขึ้นมาเก็บอีกรอบก็ได้”
“ได้ๆ เอาตามนั้น” ทั้งสองช่วยกันเก็บเห็ดจนเต็มตะกร้าที่เอามาด้วยทั้งสองใบ ได้เห็ดเป็นจำนวนมากจากนั้นก็พากันกลับบ้านทันทีใบหม่อนเองก็กลัวลูกๆ จะตื่น ทั้งสองคนเร่งฝีเท้ากลับมาถึงบ้านในเวลาไม่นาน อนันต์รู้สึกแปลกใจมากเหตุใดน้องชายของเขาถึงได้กลับมาไวนักจึงได้ถามออกไป
“คิม ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะหรือไม่ได้อะไรเลย”
“เปล่าหรอกพี่ใหญ่พอดีว่าเห็ดเต็มตะกร้าแล้วน่ะขอรับก็เลยต้องกลับมาประเดี๋ยวข้าจะกลับไปใหม่หลังใบหม่อนให้นมลูกอีกรอบเสร็จ ตอนนี้ข้าจะช่วยท่านซ่อมรั้วบ้านก่อน”
“อือ ตามที่เจ้าสะดวกเถอะ” อนันต์เดินไปดูเห็ดเต็มตะกร้าทั้งสองตะกร้าเขาได้แต่ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก
“ท่านพี่ฝากท่านดูลูกด้วยนะเจ้าคะข้าจะไปที่ลำธารเสียหน่อย”ใบหม่อนบอกสามี
“ข้าจะลองเอาเจ้าสิ่งนี้ที่ข้าทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานไปลองดักปลาที่ ลำธารดูเจ้าค่ะ” ใบหม่อนยกที่ดักปลาที่นางทำจากไม้ไผ่ให้สามีดู
“พี่จะไปกับเจ้าด้วย พี่ใหญ่ข้าฝากลูกประเดี๋ยวนะขอรับ ข้าจะรีบกลับมา”
“ไปเถอะๆ มีบัวตองดูอยู่ไม่ต้องห่วงหรอก”
ทั้งสองมุ่งหน้ามาที่ลำธารใบหม่อนไม่รอช้าหาที่เหมาะๆ วางที่ดักปลาทันทีและเอาเชือกผูกที่ดักปลาไว้กับต้นไม้เพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดักปลาลอยไปตามน้ำได้จากนั้นนางจึงชวนสามีเดินดูรอบๆ ลำธารเผื่อจะมีอะไรให้นางเก็บกลับไปได้บ้าง
“มันจะได้ผลหรือหม่อนพี่ไม่เคยเห็นใครใช้ที่ดักปลาแบบนี้เลย”
“ข้าก็ไม่รู้คงต้องรอดูเท่านั้น ท่านพี่ข้าขอเดินดูอะไรแถวนี้หน่อย เผื่อจะมีอะไรให้เก็บเอาไปทำกับข้าวได้”
“อืม เดินระวังๆ ด้วยล่ะ ระวังจะลื่นตกน้ำเอา”
“เจ้าค่ะ” เฮ้อหน้าก็หล่อ นิสัยก็ดี ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างล่ะ ใบหม่อนได้แต่คิดในใจ ไหนๆ ก็ได้มาอยู่ตรงนี้แล้วก็คงต้องเค้นสมองนำพาให้ครอบครัวอยู่รอดต่อไป เดินมาจนเจอหินก้อนใหญ่อยู่กลาง ลำธารน้ำใสมากจนมองเห็นปลาที่แหวกว่ายไปมา น้ำไม่ได้ลึกเท่าที่ควร ใบหม่อนลงไปในลำธารที่มีความลึกเพียงแค่หัวเข่านางเท่านั้น
นางเดินไปในน้ำเรื่อยๆ จนรู้สึกเหมือนจะเหยียบอะไรเข้าตอนแรกนางคิดว่าจะเป็นก้อนหิน เมื่อหยิบขึ้นมาดูถึงได้รู้ว่ามันเป็นหอยน้ำจืดหน้าตาเหมือนหอยกาบตัวใหญ่มาก ใหญ่กว่าฝ่ามือของนางอีกคิมหันต์มองภรรยาเขาเก็บก้อนหินในน้ำขึ้นมาดูอย่างสงสัยก็อดถามออกมาไม่ได้
“ใบหม่อนน้องเก็บก้อนหินจะเอาไปทำอะไรหรือ”
“นี่ไม่ใช่ก้อนหินนะท่านพี่มันเป็นหอยชนิดหนึ่ง ความรู้สึกข้าบอกมาเช่นนั้น”
“มันกินได้หรือไม่”
“ข้าก็ไม่รู้แต่ถ้ามันเป็นหอยกาบก็น่าจะกินได้นั่นแหละหรือไม่ ถ้าหากเราโชคดีกว่านั้นก็อาจจะเจอไข่มุกน้ำจืดข้างในตัวเจ้าหอยนี่”
“น้องพูดจริงๆ หรือถ้ามีไข่มุกจริงพี่จะช่วยเจ้าหาเจ้าหอยนี่” คิมหันต์ถามออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ข้าก็ไม่รู้ คงต้องเอาไปแกะดูเท่านั้น ท่านพี่ท่านช่วยกลับไปเอาถัง ที่บ้านมาหน่อยเจ้าค่ะข้าเห็นกุ้งตรงซอกหินตัวใหญ่มาก”
“ได้ๆ พี่จะรีบไปรีบกลับ” คิมหันต์ไม่เคยสงสัยในคำพูดของภรรยาอีกตั้งแต่นางบอกเล่าเรื่องราวให้เขาฟัง เขาก็เชื่อนางจนหมดใจไร้ข้อกังขาทันที คิมหันต์ไปไม่นานก็กลับมาพร้อมถังไม้ ทั้งสองช่วยกันจับกุ้ง และหาหอยกาบหรืออาจจะเป็นหอยมุกน้ำจืดก็เป็นได้ หาอยู่นานได้หอยมาห้าตัวใหญ่ๆ และกุ้งอีกครึ่งถังไม้ นางจึงเดินขึ้นไปดูกับดักที่ดักปลาไว้ว่ามีปลามาติดหรือไม่ ถ้ามีจะได้เอากลับไปทำกับข้าวตอนเย็น
“ท่านพี่เดี๋ยวเราไปดูกับดักที่น้องดักปลาก่อนว่ามีปลามาติดหรือไม่ ถ้ามีจะได้เอากลับไปทำกับข้าวมื้อเย็น”
“ได้ๆ ไปกันเถอะป่านนี้เด็กๆ คงจะตื่นแล้ว”
เมื่อเดินมาถึงจุดวางกับดักไว้ใบหม่อนให้คิมหันต์ดึงเชือกขึ้นมาจากน้ำ คิมหันต์รู้สึกถึงน้ำหนักของที่ดักปลาสร้างความแปลกใจให้เขาอยู่ไม่น้อยเขาดึงขึ้นมากจากน้ำ ทันทีที่กับดักถูกดึงขึ้นมาเหนือผิวน้ำ คิมหันต์มอง ที่ดักปลาอย่างโง่งม ในกับดักมีปลาตัวใหญ่อัดแน่นอยู่สิบกว่าตัว อ่า นี่เมียเขาได้พรวิเศษมาจริงๆ สินะ
“กลับกันเถอะท่านพี่จะได้รีบเอาปลาไปเทแล้วเอากลับมาวางใหม่”
“ได้ๆ กลับกันเถอะ” ทั้งสองคนมุ่งหน้าเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขอย่างน้อยๆ วันนี้ยังมีอาหารมาเพิ่ม ลำธารที่ไหลลงมาจากแนวป่าช่างดีจริงๆ วันนี้นางมีอาหารล้ำค่าจากป่ามาทำอาหารไม่ว่าจะเป็นเห็ดหรือผักป่า จนกระทั่งปลาพวกนี้ล้วนเป็นอาหารที่หาได้จากป่าทั้งนั้น
อนันต์เมื่อเห็นน้องชายถือของมาเต็มไม้เต็มมือก็รีบวิ่งมาช่วยเขาถือทันที และเมื่ออนันต์มองเห็นปลาในกับดักที่ทำจากไม้ไผ่ ที่เขาเห็นน้องสะใภ้อย่างใบหม่อนนั่งทำตั้งแต่เมื่อวานก็อดแปลกใจไม่ได้นี่มันได้ผลจริงๆ ด้วย ได้ปลามามากมายขนาดนี้
“โอ้โห ปลาตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น สิ่งนี้ที่เจ้าทำเมื่อวานนี้หรือใบหม่อน”
“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเรียกมันว่าที่ดักปลาเจ้าค่ะ”
“ดียิ่งนัก เอาไว้เจ้าสอนพี่ทำด้วยได้หรือไม่”
“ได้เจ้าค่ะตอนนี้เอาปลาไปใส่อ่างน้ำไว้ก่อนเจ้าค่ะ”
อนันต์และคิมหันต์เอาปลาและกุ้งไปไว้ในครัวจากนั้นทั้งสองออกมาช่วยกันซ่อมรั้วบ้านต่อจนเวลาล่วงเลยมาจนพลบค่ำ ทันทีที่แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าทั้งสองคนถึงได้หยุดมือลงพร้อมกับไปอาบน้ำเตรียมตัวกินข้าวเย็น
