ตอนที่ 7 ขายเห็ด ขายไข่(มุก)
ในระหว่างกินข้าวเย็นนั้นใบหม่อนนำลูกๆ ทั้งสามออกมานอนเรียงกันที่โถงกินข้าว โดยการนำผ้าห่มมาปูที่พื้นบ้านจากนั้นถึงได้ไปกินข้าวกับคนอื่นๆ วันนี้ใบหม่อนทำอาหารง่ายๆ มีปลาเผาเกลือ น้ำแกงปลาใส่เห็ดและกุ้งคั่วเกลือ และหุงข้าวอีกหม้อใหญ่ แต่เพียงไม่นานอาหารที่มองมาเยอะมากแล้วได้หมดลงเพราะสามีของนางและพี่ชายสามี
“อร่อยมากเลย ข้าไม่ได้กินข้าวที่เรียกว่าข้าวจริงๆ นานเท่าไหร่แล้วนะ” อนันต์พูดออกมา
“นั่นสิพี่ใหญ่การที่เราถูกไล่ออกมาจากบ้านนั้น นับว่าเป็นเรื่องดี ไม่น้อยแต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหากเมื่อก่อนเราสองคนตอบโต้เสียบ้างก็คงไม่ทำให้ลูกเมียลำบากเช่นนี้” คิมหันต์พูดออกมาด้วยความรู้สึกผิด
“ข้าสองคนไม่โทษพวกท่านหรอกนะเจ้าคะ ข้ารู้ว่าพวกท่านเห็นแก่ท่านพ่อ แต่ท่านพ่อเองก็คงไม่รู้ว่าภรรยาใหม่ของท่านปฏิบัติกับเราเช่นนี้” บัวตองพูดออกมา
“ช่างมันเถอะต่อไปนี้ก็ต่างคนต่างอยู่เราถือว่ามีกันแค่นี้หาได้ ข้องเกี่ยวกับคนบ้านนั้น แต่ถ้ายังล้ำเส้นอีก ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว ตอนนี้ข้ามีลูกแล้วข้าต้องเข้มแข็งกว่านี้เจ้าค่ะ” ใบหม่อนพูดออกมา
“พี่ขอโทษเจ้านะใบหม่อนที่พาเจ้ามาลำบากทั้งๆ ที่พี่รับปากพ่อตาแล้วก่อนที่พ่อตาจะสิ้นลมว่าจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด”
“ท่านพี่ ท่านพ่อของข้าท่านคงไม่กล่าวโทษท่านเลิกโทษตัวเองได้แล้ว”
“อืม เช่นนั้นพี่เก็บชามไปล้างก่อนแล้วไอ้หอยประหลาดนั่นเจ้าจะแกะดูเลยหรือไม่”
“แกะเลยเจ้าค่ะท่านพี่ช่วยนำอ่างใส่น้ำและมีดปลายแหลมมาให้ข้าพร้อมกับหอยด้วย ข้าจะแกะเองเจ้าค่ะ”
“หอยอะไรหรือคิม ใบหม่อน” อนันต์อดถามไม่ได้
“ข้าเดาว่ามันจะเป็นหอยมุกน้ำจืดน่ะ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ต้องรอแกะดูว่าจะมีไข่มุกหรือไม่”
“เช่นนั้นพี่จะไปช่วยคิมล้างชามก่อนแล้วจะเตรียมของมาให้พวกเจ้ารอที่นี่ พี่ไปไม่นาน”
พี่ชายน้องชายสองคนออกไปล้างถ้วยชามหลังบ้านเสร็จก็นำของที่ ใบหม่อนต้องการกลับเข้ามาในบ้านทันที เมื่อใบหม่อนได้ของที่ต้องการแล้วนางลงมือแกะหอยมุกทันที ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของทั้งสามคนทันทีที่หอยตัวแรกถูกใบหม่อนแกะออกไข่มุกสีสันสวยงามปรากฏแก่สายตาอนันต์ถึงกับร้องเสียงหลง จนก้อนแป้งทั้งสามสะดุ้งตกใจร้องไห้ออกมา ผลที่ตามมาคืออนันต์โดนบัวตองทุบไปหนึ่งทีจากนั้นจึงรีบไปปลอบหลานๆ เมื่อเด็กๆ หยุดร้องแล้วใบหม่อนกลับมาแกะหอยมุกอีกครั้ง
“ใบหม่อนมีจริงๆ ด้วย สีชมพูสวยมาก ดูสิเม็ดนี้สีอมม่วงล่ะ” บัวตองพูดด้วยความตื่นเต้น
“นั่นสิพี่ไม่คิดว่าจะมีไข่มุกจริงๆ สวรรค์เมตตาเราแล้ว” อนันต์เองพูดออกมาทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ
“พี่ใหญ่รีบเอาใส่อ่างเถอะจะได้ล้างและเช็ดให้แห้ง ยังเหลืออีกหลายตัวยังไม่ได้แกะ” คิมหันต์บอกผู้เป็นพี่ชาย
“ได้ๆ พี่ดีใจมากไปหน่อย”
หลังจากที่ใบหม่อนแกะหอยจนหมดทุกตัวแล้ว พวกเขาได้ไข่มุกสีชมพูเม็ดใหญ่สภาพไร้ที่ติทั้งหมด สิบเม็ด สีชมพูอมม่วงอีกสิบเม็ด และยังมีสีขาวมุกเม็ดเล็กลงมาหน่อยอีก สิบห้าเม็ด ใบหม่อนยิ้มปากกว้าง พลางคิด ในใจว่า ในเมื่อส่งเธอผู้มีความรู้มากมายติดตัวมาเรื่องอะไรเธอจะยอมให้ครอบครัวอดตายและลูกๆ ตายตั้งแต่ยังเด็กกัน ไม่มีทางเสียหรอก คอยดูเอาไว้เลยต่อไปจะมีแต่ความร่ำรวยและมั่งคั่ง
“ท่านพี่พรุ่งนี้นำไปขายทั้งหมดเลยนะเจ้าคะ พร้อมกับเห็ดที่เก็บมาวันนี้ด้วย”
“ได้ พี่จะเอาไปขายให้ แล้วเจ้าอยากได้อะไรอีกหรือไม่จะได้ซื้อมาเสียทีเดียว”
“ซื้อผ้าห่มก่อนเจ้าค่ะและเสื้อกันหนาวสำหรับทุกคน ผ้าห่มเอามาห้าผืนนะเจ้าคะ ก้อนสามก้อนนั้นจะได้ไม่หนาวมาก”
“ได้ แต่พี่ไม่รู้ว่าไข่มุกจะได้ราคาเท่าไหร่คงต้องลองสอบถามร้านเครื่องประดับดูก่อนค่อยนำออกมาขาย”
“เจ้าค่ะท่านพี่ แล้วหากพวกเราจะสร้างบ้านใหม่ต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่เจ้าคะ”
“น่าจะหลายทองอยู่ พี่ก็ไม่แน่ใจขึ้นอยู่กับว่าจะใช้อิฐหรือดินเหนียวหลังคาจะใช้กระเบื้องหรือฟางนั่นแหละ”
“อีกอย่างขึ้นอยู่กับขนาดของบ้านด้วยนะใบหม่อน” อนันต์กล่าวเสริมผู้เป็นน้องชาย
“เช่นนั้นต้องดูก่อนว่าพรุ่งนี้จะขายได้เงินมากน้อยเท่าไหร่ พวกท่านซ่อมรั้วบ้านเสร็จแล้วหรือยังเจ้าคะ”
“เสร็จแล้วล่ะ แข็งแรงมากด้วยเพราะส่วนด้านหน้าพวกพี่ใช้ไม้ต้นใหญ่แทนไม้ไผ่น่ะ”
“ดีแล้วเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าคิดว่าพวกท่านสองคนควรซื้อเกวียนวัวเอาไว้ใช้ก็ดีนะเจ้าคะ จะได้เดินทางสะดวก”
“อืมข้าเห็นด้วย เจ้าว่าอย่างไรคิม”
“ข้าเห็นด้วยพี่ใหญ่ ตอนนี้รั้วบ้านเราซ่อมแซมแล้วเอาไว้ตอนมีเงินสร้างบ้านค่อยทำกำแพงล้อมรอบอีกที”
“อืมเช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ พาลูกๆ ของเจ้ากลับไปนอนเถอะนี่ก็ดึกมากแล้ว”
คิมหันต์และใบหม่อนอุ้มเจ้าก้อนกลับมานอนที่ห้องโดยที่อนันต์อุ้มหลานอีกคนตามมาส่งด้วย ก่อนจะกลับห้องของตัวเองไปนอนเช่นกัน ตอนนี้บัวตองเองท้องได้ห้าเดือนแล้ว อีกหน่อยนางก็ไม่สามารถจะทำงานอะไรได้ ดีไม่น้อยที่ทั้งสองคนไม่ท้องเวลาเดียวกันและคลอดพร้อมกันไม่อย่างนั้นแย่แน่ๆ เด็กๆ สี่คนจะดูแลยังไง
“ท่านพี่ ข้ากลัวว่าเงินจะได้มาน้อยพรุ่งนี้ท่านตื่นแต่เช้าไปดูเห็ดตรงที่ข้าพาท่านไปวันนี้ได้หรือไม่จะได้ไปขายเพิ่มสักตะกร้า”
“ได้ๆ พี่จะไปดูให้และจะไปดูกับดักที่ทำไว้ด้วย แล้วที่ว่าเจ้าจะทำอาวุธนั่นเจ้าจะทำอาวุธอะไรหรือ”
“อ่อ ข้าจะทำอาวุธที่ยิงลูกดอก เรียกว่าธนูเจ้าค่ะแต่ไม่แน่ว่าจะทำสำเร็จข้าเพียงแต่ทดลองดูเท่านั้น”
“อืม อย่าหักโหมให้มากเจ้าเองก็ต้องพักผ่อนมากๆ”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะนอนกันเถอะ”
เมื่อห้าคนพ่อแม่ลูกเข้าห้วงนิทราไปแล้ว ได้มีร่างโปร่งแสงสองร่างลอยอยู่เหนือกระท่อมน้อยอันเป็นที่อยู่ของใบหม่อนและสามี จากนั้นมีแสง สีฟ้าพวยพุ่งเข้าสู่ร่างของคิมหันต์พร้อมกับคำอวยพร
“ขอให้เจ้ามีพละกำลังดั่งช้างสารและมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมนะลูกเขย”
เมื่อแสงสีฟ้าหายเข้าไปในร่างของคิมหันต์หมดแล้วสองร่างโปร่งแสงก็หายวับไปทันที เช้าวันใหม่คิมหันต์ตื่นขึ้นมาด้วยความกระปรี้กระเป่าเขารู้สึกว่าร่างกายเขาแข็งแรงมากๆ จากนั้นหลังจากล้างหน้าบ้วนปากแล้วเขาสะพายตะกร้าขึ้นเขาไปทันที โดยนำคบไฟไปด้วยเพื่อเป็นแสงสว่างนำทาง เขาเดินเลยขึ้นไปดูกับดักที่วางเอาไว้ก่อน
จากนั้นค่อยย้อนไปอีกทางที่ใบหม่อนพาเขาเข้าไปเก็บเห็ด วันนี้มีไก่ฟ้ามาติดกับดักทั้งหมดห้าตัว แต่พวกมันยังไม่ตายคิมหันต์จึงติดว่าจะเอากลับไปเลี้ยงที่บ้านเพื่อให้มันออกไข่จะได้มีไข่กิน เมื่อจัดการนำไก่ออกจาก กับดักแล้วเขากลับออกจากป่าและมุ่งหน้าไปอีกด้านของป่าเพื่อดูว่ามีเห็ดอยู่หรือไม่ เมื่อเดินมาถึงเขาก็ต้องแปลกใจ มีเห็ดเกิดขึ้นมาจริงๆ ไม่รอช้าเขารีบเก็บเห็ดอย่างว่องไวเมื่อได้เต็มตะกร้าแล้วก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
เมื่อกลับมาถึงบ้านอนันต์และคนอื่นๆ ก็ตื่นนอนพอดี อนันต์เห็นน้องชายเดินเข้ามาในบ้านในมือมีไก่ป่าและตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดก็ต้อง อ้าปากค้างและตำหนิน้องชายที่ไม่เรียกให้เขาไปช่วยเก็บ
“เจ้าไปไหนมาแต่เช้าคิม แล้วทำไมไม่เรียกพี่จะได้ไปช่วยกันเก็บ”
“ข้าไปดูกับดักและลองไปดูตรงที่เก็บเห็ดเมื่อวานพบว่ามีเห็ดอยู่ ข้าเลยเก็บมาด้วยท่านพี่ท่านไปดูกับดักปลาหน่อยขอรับหากได้มากจะได้นำไปขายด้วย”
“ได้ๆ พี่จะไปเดี๋ยวนี้” อนันต์เดินออกไปพร้อมกับถังไม้ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับปลาเต็มถัง ทั้งสองคนไม่รอกินข้าวเช้ารีบเตรียมของทันทีเห็ดที่เก็บมาเขาเปลี่ยนใส่ตะกร้าที่ใหญ่ขึ้นได้เต็มสองตะกร้า จากนั้นแบ่งปลาไว้ให้ใบหม่อนทำอาหารเช้าและแบ่งใส่ถังสองถัง แต่ละคนจะสะพายตะกร้าและถือถังคนละใบ เดินมุ่งหน้าเข้าเมืองตั้งแต่ฟ้ายังมืดเมื่อเดินมาถึงประตูเมืองเป็นเวลาที่แสงอาทิตย์ส่องแสงพอดี
ทั้งสองคนสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังเหลาอาหารของท่านลุงตงทันที เนื่องจากทั้งสองเข้าเมืองมาเป็นเวลาเช้ากว่าปกติจึงทำให้เมื่อมาถึงที่เหลาอาหารแล้วยังไม่มีชาวบ้านคนอื่นๆ ที่นำของมาขายถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะเขาทั้งสองคนไม่ต้องการให้มีคนรู้เห็นว่าพวกเขานำอะไรมาขายให้แก่เหลาอาหารลุงตง
“ลุงตงสวัสดีตอนเช้าขอรับ”
“อ้าวสวัสดี คิมหันต์ อนันต์ ทำไมมาแต่เช้าขนาดนี้ล่ะได้อะไรมาเช่นนั้นหรือวันนี้”
“วันนี้มีแค่เห็ดกับปลาน่ะขอรับท่านลุงตง” อนันต์เป็นคนตอบคำถามลุงตง
“เห็ดหรือไหนๆ มีเห็ดโคนมาด้วยหรือไม่”
“วันนี้มีเห็ดโคน เห็ดผึ้งหวานและเห็ดสนเหลืองขอรับ”
“โอ้ ดีๆ ข้ากำลังนึกอยู่เชียวว่าพวกเจ้าจะได้เห็ดมาหรือไม่ตอนนี้เห็ดพวกนี้เป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นอย่างมาก พวกเจ้ารอสักครู่ข้าจะให้พนักงานเอาไปชั่งให้ ไหนล่ะพวกเจ้าได้ปลาอันใดมาเอามาให้ข้าดูเร็วเข้า”
“นี่ขอรับท่านลุงตงปลาตัวใหญ่สดๆ ข้าพึ่งจับมาเมื่อตอนรุ่งเช้าตอนนี้พวกมันยังไม่ตายขอรับ” อนันต์ส่งถังปลาทั้งสองถังให้ท่านลุงตงดู
“สดยิ่งนักตัวใหญ่เนื้อแน่นมากข้าให้ตัวละ ยี่สิบห้าอิแปะ พวกเจ้าพอใจหรือไม่”
“พอใจขอรับ ขอบพระคุณท่านลุงตงมาก”
“ไม่ต้องขอบใจอันใดข้าหรอก ปลาของพวกเจ้าทั้งสดทั้งตัวใหญ่เหมาะสมกับราคาแล้ว ทั้งหมดมีสิบตัวนะเป็นเงิน สองทองแดงห้าสิบอิแปะ เดี๋ยวข้าค่อยรวมกับค่าเห็ดของพวกเจ้า”
“ขอรับท่านลุง”
ทันใดนั้นพนักงานเอาตะกร้ามาคืนให้ทั้งสองคนพร้อมกับแจ้งน้ำหนักเห็ดแก่ท่านลุงตง
“เถ้าแก่ขอรับ เห็ดโคนหนักยี่สิบชั่ง เห็ดผึ้งหวานยี่สิบชั่ง และเห็ดสนเหลืองสามสิบชั่งขอรับ”
“รวมทั้งหมดก็เจ็ดสิบชั่ง เห็ดสนเหลืองข้าให้เจ้าชั่งละสองทองแดงนะเพราะเห็ดชนิดนี้มีราคาแพงและหายากกว่าเห็ดโคนและเห็ดผึ้งหวาน รวมเป็นเงิน หนึ่งเรียนเงินกับสองทองแดงห้าสิบอิแปะรวมค่าปลาเรียบร้อยแล้ว พวกเจ้าคิดดูถูกต้องหรือไม่”
“ถูกต้องขอรับท่านลุง”
“อืมนี่เงินของพวกเจ้าอย่าลืมนะถ้าได้อะไรมาอีกต้องเอามาขายที่ร้านข้าก่อน”
“ได้ขอรับ ข้าไม่ลืม พวกข้าขอตัวก่อน”
เมื่อทั้งสองออกจากเหลาอาหารก็มุ่งหน้าไปที่ร้านเครื่องประดับทันที ส่วนที่เหลาอาหารตอนนี้ ท่านลุงตงนั่งจิบชาด้วยความสบายอกสบายใจ เขามีอาหารจานเห็ดหายากเอาไว้บริการลูกค้าแถมตอนนี้การค้าของเขานับว่าดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่เมื่อก่อนลูกค้าได้หายไปบ้างเพราะมีเหลาอาหารเปิดใหม่มากมายแต่ตอนนี้ตราบใดที่พี่น้องบ้านนี้มีของป่าดีๆ มาขายให้เขา เขาก็สามารถทำเงินได้อีกไม่น้อย
