บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 12 ความหน้าด้านนี้ท่านได้แต่ใดมา

หลังจากที่แยกชิ้นส่วนของหมูออกเป็นกองๆ แล้ว อนันต์นำถังมาใส่ไว้ก่อนพรุ่งนี้พวกเขาถึงจะลงมือแปรรูปเพราะตอนนี้อากาศเริ่มจะเย็นลงแล้วทำให้ไม่ต้องกลัวว่าเนื้อหมูจะเน่าเสียหรือมีกลิ่นเหม็น จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องมาจากในบ้านและก็ไม่ใช่ใครเจ้าเสี่ยวเป่านั่นเองร้องสะอึกสะอื้นโดยมีพี่ชายทั้งสองส่งเสียอ้อแอ้คล้ายปลอบโยนน้องชาย

“มาแล้วๆ แม่มาแล้ว ไม่ต้องร้องแล้วเห็นหรือไม่พี่ๆ ของเจ้ายังไม่ร้องเลย”

ใบหม่อนรีบเข้ามาปลอบเด็กขี้แยจอมโวยวายและไม่ลืมที่จะกอดหอมลูกๆ อีกสองคนด้วย เจ้าเสี่ยวเป่าที่ร้องไห้งอแงเพราะตัวเองฉี่รดที่นอนผ้าอ้อมเปียกเฉอะแฉะไม่สบายตัวถึงได้ร้องงอแง เมื่อนางจัดการลูกๆ ทั้งสามเสร็จแล้ว ก็ให้นมลูกต่อจากนั้นก็นอนเล่นกับลูกๆ อยู่สักพักพอลูกหลับนางถึงได้ออกจากห้องไป

“ท่านพี่ ท่านแบ่งหมูไปให้ป้าหวานหน่อยสิเจ้าคะ ตอนที่ข้าจะคลอดได้ป้าหวานช่วยดูแล”

“ได้ๆ เจ้าเตรียมใส่ตะกร้าให้พี่เลยเดี๋ยวพี่เอาไปให้เอง”

“เจ้าค่ะ แต่ว่าข้าจะไปด้วยเสียหน่อยข้าว่าจะไปขอซื้อที่ดินเพิ่มน่ะเจ้าค่ะ”

“หืม ที่ตรงไหนหรือใบหม่อนที่น้องอยากซื้อ”

“ที่ดินว่างที่ติดกับบ้านเราไม่ทราบว่ามีเจ้าของหรือไม่คงต้องไปถามที่หัวหน้าหมู่บ้านดูเจ้าค่ะ”

“ได้ๆ เช่นนั้นก็ไปพร้อมกันเสียกับพี่เลยก็แล้วกัน ประเดี๋ยวพี่จะฝากให้พี่อนันต์มาดูหลานให้ก่อน”

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นรอข้าสักครู่ข้าไปเตรียมของก่อน”

ใบหม่อนแบ่งเนื้อหมูใส่ตะกร้าและปลาตากแห้งที่นางทำเองใส่ลงในตะกร้าคิมหันต์สะพายตะกร้าขึ้นหลังจากนั้นทั้งสองคนเดินออกจากบ้านเชิงเขามุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านทันที ระหว่างทางที่เดินผ่านหมู่บ้านนั้นมีชาวบ้านทักทายทั้งสองคนบ้างประปรายแต่ใบหม่อนและสามีไม่ได้พูดคุยกับใครมากนัก เดินมาไม่นานก็มาถึงบ้านป้าหวาน บ้านของป้าหวานนั้นเป็นบ้านหลังขนาดกลางๆ ป้าหวานอยู่กับลูกชายและลูกสะใภ้ส่วนสามีของนางตายไปเมื่อสามปีก่อน

“ป้าหวานๆ อยู่บ้านหรือไม่ขอรับ” คิมหันต์ตะโกนเรียกป้าหวานที่หน้าบ้าน

รอไม่นานป้าหวานเดินอุ้มหลานชายออกมา เมื่อเจอกับคิมหันต์และใบหม่อนอยู่หน้าบ้านนางรีบเปิดประตูให้ทั้งสองคนเข้ามาในบ้านทันที

“พวกเจ้าเข้ามาก่อนมาหาข้ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”

“ไม่มีหรอกเจ้าค่ะท่านป้า ข้าเอาเนื้อหมูมาแบ่งให้น่ะเจ้าค่ะ”

“ข้าจะรับเอาไว้ได้ยังไง พวกเจ้าเอากลับไปเถอะนี่มันมากเกินไปแล้ว”

“ป้าหวานท่านรับไว้เถอะขอรับ เมื่อเช้าข้ากับเมียได้หมูป่าตัวใหญ่มาสองตัว ข้าเลยแบ่งมาให้ตลอดเวลามีเพียงท่านที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ในยามที่พวกข้าลำบาก ท่านรับไว้เถอะขอรับถือว่าเป็นการแสดงความขอบคุณของข้ากับเมีย”

“ใช่เจ้าค่ะป้าหวานรับเอาไว้เถอะอย่างน้อยๆ จะได้เอาไว้ให้ตัวเล็กนี่กินตอนหน้าหนาว มีปลาแห้งที่ข้าทำเองด้วยนะเจ้าคะรับรองว่าอร่อยมาก”

“ขอบใจพวกเจ้ามาก ตอนนี้ใกล้จะถึงหน้าหนาวแล้ว งานการก็หาทำยากพวกเจ้าเตรียมเสบียงพอแล้วหรือ”

“พอแล้วเจ้าค่ะ ของที่ต้องซื้อมีเพียงข้าวแป้งและพวกเครื่องปรุง ส่วนเนื้อสัตว์ข้าหาในป่าเอาเจ้าค่ะ”

“ป้าหวานหากน้องชายกำจรไม่ได้ไปทำงานในเมืองหากจะขึ้นเขา ล่าสัตว์ก็ให้ไปหาข้านะขอรับ”

“ได้ๆ ขอบใจพวกเจ้านะ คิม ใบหม่อน”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พวกข้าขอตัวก่อน”

สองสามีภรรยาออกจากบ้านป้าหวานเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านหัวหน้าหมู่บ้านทันที ทั้งสองคนเดินจับมือกันมาเรื่อยๆ จนถึงบ้านเดิมของพวกเขาบ้านหลังนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของท่านพ่อท่านแม่ร่วมกันสร้างขึ้นแต่เขาไม่คิดว่าท่านพ่อจะไปรับเอานางมารเฒ่ามาเป็นภรรยา ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินผ่านไปนั้น นางหลี่อันออกมาจากข้างในบ้านพอดี เมื่อเห็นคิมหันต์และ ใบหม่อนก็พูดจาถากถางด่าทอทันที

“พวกเจ้ามาทำอะไรที่บ้านข้า ในเมื่อไม่นับข้าเป็นแม่ของพวกเจ้าและไม่แสดงความกตัญญูต่อข้าซึ่งเป็นผู้อาวุโสของบ้านแต่ข้าก็เป็นเมียของพ่อเจ้า เจ้าสมควรจะแสดงความเคารพและกตัญญูต่อข้า ในเมื่อพวกเจ้ายืนยันแน่ชัดแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้วมาที่บ้านข้าทำไม”

นางหลี่อันรีบพูดออกมาเพราะกลัวว่าคิมหันต์จะมาขนเอาข้าวของในบ้านไป ถึงแม้ว่ามันจะเป็นของที่คิมหันต์กับพี่ชายหามาก็เถอะแล้วยังไง ในเมื่อตอนนี้คนที่ใหญ่สุดในบ้านคือนาง สามีหน้าโง่ของนางก็ไม่อยู่ หากสามีของนางกลับมานางแค่ออดอ้อนทำตัวให้น่าสงสารแค่นี้ สามีนางก็ใจอ่อนแล้วไม่เช่นนั้นจะตกหลุมพรางที่นางขุดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนหรือ

ใบหม่อนที่ได้ยินนางหลี่อันพูดขึ้นมาแบบนี้ก็อดที่จะสวนกลับไม่ได้ คนอะไรนิสัยไม่ดีแล้วยังขี้มโนอีกแบบนี้ต้องตบให้ฟันหลุดเหมือนลูกสาว ดีหรือไม่จะได้ไม่ต้องมาพ่นอะไรที่ไม่น่าฟังออกมาอีก ช่างน่ารังเกียจที่สุด

“จิ๊ๆๆๆๆ ท่านนี่ยังไง คิดเองเออเองได้เก่งยิ่งนัก ข้าสองคนเพียงแค่เดินผ่านใครอยากจะมาเหยียบบ้านของคนหน้าด้านเช่นท่าน อ่อข้าลืมไปหาใช่บ้านท่านไม่ บ้านของแม่สามีข้าลงแรงลงมือสร้างมันขึ้นมา ท่านแค่หน้าด้านมาอาศัยอยู่ ข้าอยากถามท่านสักหนึ่งข้อ”

“อะไร เจ้าพูดอะไรใครหน้าด้าน นี่มันบ้านผัวข้า ในเมื่อผัวข้าอยู่ที่นี่ แล้วข้าเป็นเมียข้าก็ต้องอยู่บ้านผัวข้าสิ นี่ไม่รู้หรือโง่”

“ข้าถามจริงๆ นะ ข้าขอถามหน่อยเถอะ ความหน้าด้านนี้ท่านได้ แต่ใดมาหรือ หรือว่าท่านได้มาตั้งแต่เกิดแล้วถึงได้หน้าด้านหน้าทนอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของๆ ตัวเอง ท่านจำเอาไว้ด้วยว่าสามีของข้าและพี่ชายของสามีข้าหาได้มีอะไรข้องเกี่ยวกับท่านไม่ ท่านก็อย่าได้ไปยุ่งวุ่นวายที่บ้านข้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือนฝากบอกลูกสาวท่านด้วยหากยังพูดจาว่าร้ายคนในครอบครัวข้า ไม่ใช่แค่เพียงฟันหลุดเท่านั้นรอบนี้ข้าจะหักขานาง”

“เจ้า เจ้ากล้า หรือ” นางหลี่อันชี้หน้าใบหม่อนพูดปากคอสั่น ภาพที่ใบหม่อนถีบลูกสาวนางจนฟันหักไปสองซี่และสลบไปนั้นยังติดตานางอยู่

“กล้าหรือไม่กล้า พวกท่านจะลองดูก็ได้นะ ที่ผ่านมาที่ข้ายอมลงให้พวกท่านเพราะข้าเห็นแก่พ่อของสามี แต่ตอนนี้แยกบ้านกันแล้วถือว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีก ท่านไม่ได้เป็นคนเบ่งสามีข้าออกมาอย่ามาร้องหาความกตัญญูท่านไม่ได้มาเลี้ยงดูสามีข้า คนอย่างท่านอย่าหน้าหนามาเรียกหาความกตัญญู”

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกสะใจยิ่งนักที่นางหลี่อันโดนใบหม่อนตอกกลับจนหน้าหงาย นางหลี่อันและนางหลี่อ้ายแม่ลูกคู่นี้ขี้เกียจนิสัยไม่ดี ชอบว่าร้ายชาวบ้านถือว่าตัวเองมีลูกเขยเป็นอันธพาลที่มาจากหมู่บ้านเฉิน ถึงได้กร่างไปทั่ว จากนี้ก็ดีแล้วชาวบ้านเองก็ไม่คิดว่าใบหม่อนหญิงสาวเรียบร้อยพูดจาน้อยคำจะเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ คงเพราะแรงกดดันและโดนสองแม่ลูกนี้รังแกมาตลอดเมื่อใบหม่อนคลอดลูกแล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นแบบนี้

“ไปกันเถอะท่านพี่ ก่อนที่ข้าจะทนไม่ไหว”

“อืม ไปกันเถอะ” คิมหันต์หันมามองนางหลี่อันด้วยสายตาคมกริบลองนางหลี่อันกล้าลงมือกับภรรยาเขา เขาก็ยินดีจะลงมือกับนางหลี่อันเช่นกัน

“พวกเจ้าจำเอาไว้แล้วจะได้เห็นดีกัน ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ”

คิมหันต์พาใบหม่อนเดินมาจนถึงบ้านหัวหน้าหมู่บ้านและได้แจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้านว่าต้องการซื้อที่ดินที่ติดกับบ้านของพวกเขาทั้งหมดหัวหน้าหมู่บ้านตกใจมาก นี่พวกเขามีเงินมากขนาดไหนกันจากที่โดนบีบให้ออกจากบ้านแบบมือเปล่าแต่ใช้เวลาเพียงไม่นานกลับลืมตาอ้าปากได้แล้ว

“ท่านลุงเทียนขอรับข้ากับภรรยาต้องการซื้อที่ดินว่างเปล่าที่ติดกับบ้านข้าไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่หรือขอรับ”

“ที่ดินที่เป็นที่ว่างติดกับบ้านเจ้าไม่มีเจ้าของแถมมันใกล้ภูเขาอีกด้วยก็ราคาไม่ได้แพงเหมือนในหมู่บ้าน ราคาไร่ละ หนึ่งเหรียญเงิน”

“มีทั้งหมดจำนวนกี่ไร่หรือขอรับข้าเอาทั้งหมด”

“ข้าดูแปบนะ ค่อนข้างเยอะทีเดียว หนึ่งร้อยไร่ เจ้าจะเอาหมดหรือไม่ คิดเป็นเงิน หนึ่งเหรียญทองพอดี”

“เอาหมดขอรับ”

คิมหันต์ยืนเงินหนึ่งเหรียญทองกับอีกหนึ่งเหรียญเงินให้หัวหน้าหมู่บ้านถือว่าเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาหลังจากที่ลงชื่อในหนังสือสัญญาซื้อขายทั้งสามฉบับแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านเอาให้คิมหันต์เก็บไว้หนึ่งใบ ส่วนอีกใบจะเก็บเอาไว้ให้หัวหน้าหมู่บ้าน ส่วนใบที่สามหัวหน้าหมู่บ้านจะเอาไปส่งให้ทางการและให้ทางการออกโฉนดที่ดินให้ เมื่อได้โฉนดที่ดินมาแล้วค่อยนำมามอบให้คิมหันต์อีกที

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคิมหันต์กับใบหม่อนก็ขอตัวลากลับบ้านทันที ทั้งสองเดินผ่านหมู่บ้านระหว่างทางมีชาวบ้านเข้ามาทักทายเช่นเดิม ตอนที่เดินกลับมามีชาวบ้านเข้ามาทักทายเช่นเคยบางคนก็พูดให้กำลังใจ บางคนก็พูดจาไม่ดีใส่แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้ใส่ใจต่างจูงมือกันเดินกลับบ้านที่เชิงเขาทันที ในใจใบหม่อนกำลังคิดหาทางแก้เผ็ดนางมารเฒ่าหลี่อันพรุ่งนี้นางจะขึ้นเขาเข้าป่าหากโชคดีนางเจอหมามุ่ยล่ะก็ หึหึ คงได้คันสมใจแน่ๆ คิมหันต์หันมาเห็นรอยยิ้มจองภรรยาเขารู้สึกว่ามันดูเจ้าเล่ห์ยังไงไม่รู้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel