ตอนที่ 11 เห็ดหลินจือและหมูสองตัว
หลังจากจัดการกับพวกหน้าด้านไร้ยางอายไปในวันนั้น ตอนนี้ทั้งครอบครัวช่วยกันทำปลาตากแห้งหลังจากที่ตากปลาเสร็จแล้วคิมหันต์กับ ใบหม่อนก็เข้าป่าหาของป่าตามเคย โดยทิ้งให้อนันต์ดูแลหลานและภรรยาท้องแก่ของเขาไปซึ่งอนันต์เองก็เต็มใจทำหน้าที่เป็นอย่างดี ปลาที่พวกเขาดักจากลำธารในแต่ละวันมีจำนวนมาก และใบหม่อนเองก็ทำกับดักปลาเพิ่มขึ้นโดยนางสอนให้อนันต์ทำด้วยเช่นกัน ระหว่างที่อยู่ดูแลเด็กและสตรีท้องแก่ ที่บ้านเขาก็นั่งทำกับดักปลาไปด้วย
สองสามีภรรยาแบกตะกร้าขึ้นหลังเดินมุ่งหน้าเข้าป่าตามเคย เหมือนใบหม่อนจะลืมไปว่านางขังหอยมุกไว้ในถังน้ำในครัวยังไม่ได้แกะดูเพราะมัวแต่ยุ่งเตรียมตุนอาหารและวันนั้นก็มัวเสียเวลากับพวกหน้าด้านเช่นนางมารเฒ่าหลี่อันตั้งแต่ใบหม่อนถูกส่งมาที่นี่เป็นเวลาห้าเดือนแล้วนางพึ่งได้รู้ว่าหมู่บ้านที่นางอาศัยอยู่มีชื่อว่าหมู่บ้านไผ่งาม ห่างออกไปเป็นหมู่บ้านหวงและก่อนถึงหมู่บ้านของนางเป็นหมู่บ้านอี้
คนแต่ละหมู่บ้านก็ใช้ชีวิตคล้ายๆ กันมีบางหมู่บ้านที่มีวัฒนธรรมส่วนใหญ่ไปทางประเทศจีนในโลกที่นางจากมา แต่ก็อีกนั่นแหละนิยายเรื่องนี้มันเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมหรือแม้กระทั่งผู้คนและการแต่งกายทุกอย่างมั่วไปหมด แต่มีอย่างเดียวที่ใช้เหมือนกันคือไม่ได้ใช้ภาษาจีนในการสื่อสารถึงแม้บางสิ่งบางอย่างจะใช้เรียกเป็นภาษาจีนแต่ก็มีน้อยมาก ยังดีที่นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนใช้ภาษาไทยในการดำเนินเรื่องแต่สำหรับใบหม่อนมันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดี แต่ในเมื่อส่งนางมาแล้วนางก็จะใช้ชีวิตให้ดีก็แล้วกันไม่ต้องมานั่งใส่ใจว่าจะใช้ภาษาอะไรขอแค่นางใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีและมีค่าที่สุดก็พอแล้ว
“ท่านพี่ข้าว่าจะทำผักดองสูตรที่ข้าคิดค้นขึ้นเองเอาไว้กินในหน้าหนาว หรือทำมากหน่อยแล้วนำไปขายดีหรือไม่”
“แต่เราไม่มีผักมากขนาดนั้นนะใบหม่อน”
“ต้นหอมป่าสามารถทำได้เจ้าค่ะ จากที่เข้าเห็นก็มีเยอะพอสมควรน่าจะได้หลายไหอยู่นะเจ้าคะ”
“หากเจ้าอยากทำก็ตามใจเจ้า แล้วเย็นนี้เจ้าจะทำปลารมควันหรือไม่พี่จะได้ตัดใบสนกลับไปด้วย”
“ไม่ทำเจ้าค่ะ ข้าว่าจะทำปลาหมักเปรี้ยว (หรือปลาส้มในโลกที่นางจากมา) เจ้าค่ะ”
“หืม อาหารชนิดใหม่ของเจ้าอีกแล้วหรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ท่านพี่ช่วยไปซื้อไหมาให้ข้าด้วยเอามา สักยี่สิบไหนะเจ้าคะ”
“มากมายเพียงนั้นหรือ”
“เจ้าค่ะข้ามีอะไรที่อยากทำอีกเยอะแยะไม่ว่าจะเนื้อหมักเค็ม เนื้อหมักเปรี้ยว เนื้อตากแห้ง”
“ตามใจเจ้า พี่จะไปซื้อมาให้ก็แล้วกันอย่าลืมเอาแบบบ้านมาให้พี่เสียด้วย พี่จะได้เลยไปคุยกับช่างไม้เอาไว้และตกลงราคาพอหมดหน้าหนาวจะได้ให้ช่างมาเริ่มลงมือก่อสร้าง และจะได้ทราบราคาตั้งแต่เนิ่นๆ หากเงินที่เรามีไม่พอจะได้หาเพิ่ม”
“เจ้าค่ะ เอาไว้คืนนี้ข้าจะเอาให้ท่านพี่นะเจ้าคะ”
“อืม รีบเดินเถอะ เดี๋ยวเจ้าแสบเสี่ยวเป่าตื่นมาไม่เจอเจ้าจะร้องลั่นบ้านเอา”
“เจ้าค่ะ” ทั้งสองคนมุ่งหน้าเข้าป่าวันนี้พวกเขามาอีกทางซึ่งเป็นทางที่ชาวบ้านไม่เข้ามาหาของป่ามากนัก ทำให้ยังเป็นป่ารก ใช่รกจริงๆ รกจนกลัวว่าจะมีสัตว์เลื้อยคลานออกมา คิมหันต์ต้องใช้มีดถางเพื่อเปิดทางให้ทั้งสองคนสามารถเดินเข้าไปได้
“ท่านพี่เดี๋ยวก่อนทำไมมีไก่ป่าสีดำด้วย ดูนั่นมีเยอะมาก ข้าอยากได้ไปเลี้ยงที่บ้าน ท่านช่วยข้าเอากับดักไปวางหน่อย”
กับดักที่ว่านางทำด้วยเชือกถักเป็นตาข่ายเหมือนที่ดักนกแต่ใหญ่กว่ามาก
เมื่อจัดการวางกับดักเสร็จก็เดินเลี่ยงไปอีกทางทันที ทั้งสองคนเดินเก็บผักป่าต้นหอมป่ามาเรื่อยๆ จนใบหม่อนเจอเข้ากับบางสิ่งบางอย่างทำให้นางดีใจจนอยากจะกรี๊ดลั่นป่าเลยทีเดียว จะไม่ให้ดีใจได้ยังไงเล่านี่มันอ้อย มันคืออ้อยชัดๆ แบบนี้ก็ทำน้ำตาลเองได้แล้วซื้อทำไมให้เปลืองเงิน นางยังไม่ตัดมันไปตอนนี้หรอกนางจำไว้แล้วว่าอยู่ตรงไหนวันหลังค่อยมาตัดก็ไม่เสียหาย เดินมาอีกสักพักนางมาเจอดงหน่อไม้ฝรั่งเยอะมากนางรีบเก็บทันทีคิมหันต์ที่ไม่รู้ว่าเจ้าต้นแบบนี้กินได้ถึงได้รีบห้ามเพราะกลัวจะมีพิษ
“ใบหม่อนเจ้าจะทำอะไรมันกินได้หรือไม่ใช่มันมีพิษหรอกนะ”
“กินได้สิอร่อยด้วยต้นนี้เรียกว่าหน่อไม้ฝรั่งน่ะท่านพี่”
“เช่นนั้นหรืองั้นก็รีบเก็บเถอะพี่จะเก็บหอมป่าให้”
ทั้งสองคนช่วยกันเก็บอย่างว่องไวไม่นานก็เก็บจนหมด แล้วออกเดินต่อทันทีการเข้าป่าวันนี้ใบหม่อนได้หน่อไม้ฝรั่งหอมป่าและเห็ดหลินจือมา สองดอก ตอนที่นางบอกสามีว่ามันคือเห็ดหลินจือนั้นคิมหันต์ตกใจจนอ้าปากค้างตาโตนี่เมียเขาเป็นลูกรักของสวรรค์หรือไร คราวที่แล้วก็โสมป่า เดินมาอีกไม่นานใบหม่อนเจอเห็ดหอมกับเห็ดหูหนูดำ สองสามีภรรยาต่างก็ช่วยกันเก็บจนเต็มตะกร้าพอหันหลังจะเดินกลับเพื่อมาดูกับดักที่ดักไก่ป่าดำไว้
ก็พบกับหมูป่าตัวใหญ่สองตัวใบหม่อนไม่รอช้านางกับคิมหันต์ช่วยกันเอาธนูที่นางทำขึ้นและสอนสามีใช้จนชำนาญยิงทันที ด้วยคิมหันต์ได้รับพร ให้เขามีพละกำลังมากกว่าคนอื่นโดยที่เขาไม่รู้ตัวนั้นทำให้เขาสามารถยิงลูกธนูได้แรงกว่าคนปกติ หลังจากที่เสียลูกธนูไปห้าดอกหมูสองตัวก็ขาดใจตายทันที
“ท่านพี่สองตัวเลย จะเอากลับไปยังไงล่ะทีนี้”
“เจ้ารอพี่สักครู่พี่จะไปตัดไม้ไผ่มา หาบกลับไป”
“เช่นนั้นข้าจะหาเถาวัลย์มัดขาพวกมันติดกันรอท่านก็แล้วกัน”
“ได้พี่ไปไม่นานฝากเจ้าด้วย”
เมื่อคิมหันต์กลับมาพร้อมไม้ไผ่ลำใหญ่ใบหม่อนก็มัดขาหมูเสร็จแล้วเหมือนกันแต่ว่าหมูตัวใหญ่ตั้งสองตัวสามีนางจะหาบลงไปไหวหรือหรือนางจะกลับไปตามพี่ชายสามีมาช่วยขนกลับดี
“ท่านพี่ไหวหรือไม่หากไม่ไหวข้าจะกลับบ้านไปก่อนและจะพา พี่อนันต์มาช่วยท่านแบกกลับไปดีหรือไม่”
“ไม่เป็นไรพี่ไหวพี่รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก”
“ถ้าไม่ไหวบอกข้านะเจ้าคะ ตะกร้าของท่านส่งมาข้าจะแบกเอง”
“ไม่เป็นไรพี่ไม่หนักตะกร้ามีแค่ผักป่าจะไปหนักอะไรได้”
คิมหันต์ยกไม้ไผ่ที่มีหมูสองตัวอยู่คนละด้านของไม้ไผ่ขึ้นใส่บ่า เขาไม่รู้สึกหนักเลยสักนิดกลับเดินได้สบายๆ เหมือนไม่ได้แบกหามอะไรไว้ ใบหม่อนอึ้งแล้วอึ้งอีกนี่มันไม่เหมือนกับนิยายที่เขียนไว้นี่ หรือจะเป็นเพราะนางถูกส่งมาที่นี่เนื้อเรื่องก็เลยเปลี่ยน ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าออกจากป่าไปจนถึงจุดที่วางกับดักไว้และก็ไม่ผิดหวังในกับดักมีไก่ดำติดอยู่สามตัวมีตัวเมียสองตัวและตัวผู้อีกหนึ่งตัว ใบหม่อนพบไข่ไก่ป่าสีดำอีกห้าฟองอยู่ในรังไก่ แถวนั้น นางเก็บมาทั้งหมดและรวบถือกับดัก กลับบ้านทันที
ขากลับทั้งสองเร่งฝีเท่าให้เร็วขึ้นเพราะกลัวลูกชายทั้งสามจะตื่นและงอแงโดยเฉพาะลูกชายคนเล็กอย่างเพลิงกัลป์หรือเสี่ยวเป่าที่ติดมารดามากหากไม่เห็นจะร้องไห้เสียงดังมากไม่ว่าใครจะปลอบยังไงก็จะไม่ยอมหยุดจนใบหม่อนกลัวว่าลูกจะป่วยเพราะร้องไห้มากเกินไป
ทั้งสองเดินกลับมาถึงบ้านอนันต์รีบออกมารับตะกร้าจากใบหม่อนและต้องอ้าปากค้างเมื่อหันไปเห็นน้องชายหาบหมูกลับมาสองตัวใหญ่ๆเขายังแปลกใจว่าน้องชายสามารถเอากลับมาได้ยังไงตั้งสองตัวใหญ่ๆ เลย
“คิม เจ้าหนักหรือไม่วางก่อน วางลงตรงนี้เดี๋ยวพี่จะช่วยแบกเข้าไปเอง”
“ไม่เป็นไรพี่ใหญ่ข้าไหวไม่ได้หนักมากมายเพียงนั้น”
“เอ่อ เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ”
“ท่านพี่ ช่วยทำเล้าไก่ให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”
“ได้ๆ เดี๋ยวเอาหมูไปไว้ลานหลังบ้านก่อนพี่จะทำให้”
“เช่นนั้นพี่ไปช่วยด้วยก็แล้วกันลูกๆ ของพวกเจ้ายังไม่ตื่นหรอกสบายใจได้”
ทั้งสามคนเดินตามกันไปยังลานหลังบ้านทันที คิมหันต์วางหมูลงและให้อนันต์ไปทำเล้าไก่เพื่อเลี้ยงไก่ป่าดำ ส่วนเขาจะทำหน้าที่ทำความสะอาดหมูเอง หมูทั้งสองตัวนี้พวกเขาจะเก็บเอาไว้ทำเสบียงทั้งหมดไม่ได้นำไปส่งที่เหลาอาหารเหมือนเช่นทุกครั้งข้าวสารเขาซื้อมาไว้ร่วมหกร้อยชั่งธัญพืชและแป้งก็ซื้อมาไว้จำนวนไม่น้อยน่าจะเพียงพอให้พวกเขามีกินไปจนกว่าจะหมดหน้าหนาว ปลาตากแห้งและปลารมควันเองก็มีไม่น้อย นับว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีหลังจากแยกออกมาจากนางมารเฒ่านั้นได้ แต่คิมหันต์เองก็เป็นห่วงความรู้สึกของท่านพ่อเหมือนกันถ้าหากว่าท่านพ่อกลับมาแล้วท่านจะคิดเห็นเช่นไรที่พวกเขาแยกออกมาหรือท่านพ่อจะเชื่อคำยุยงของนางหลี่อัน ก็สุดแล้วแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ อนันต์ทำเล้าไก่เสร็จก็มานำเอาไก่ออกจากกับดักเพื่อไปปล่อยในเล้าไก่ที่เขาทำเอาไว้จากนั้นจึงมาช่วยน้องชายแยกชิ้นส่วนหมู ในส่วนของเครื่องในใบหม่อนก็ไม่ได้ทิ้งให้เสียเปล่านางจะเป็นผู้จัดการในส่วนของเครื่องในทั้งหมด หน้าที่การเจียวน้ำมันยกให้บัวตองผู้เป็นพี่สะใภ้ หมูทั้งสองตัวคงให้พวกเขามีน้ำมันหมูเก็บไว้ใช้หลายไหใหญ่ ส่วนขาใบหม่อนจะทำขาหมูหมักรมควัน นางจะลองทำหม่ำของคนอีสานลองดูตอนนั้นนางได้ลองกินรู้สึกว่าอร่อยดีและสามารถเก็บไว้ได้นานด้วย ในอนาคตอาจจะลองทำกุนเชียงอีกด้วย ส่วนเครื่องในหมูนางจะนำไปตุ๋นเป็นบางส่วน อีกส่วนนางจะคลุกเกลือใส่ไหเอาไว้ก่อนแล้วค่อยทยอยนำออกมาทำอาหาร
