ตอนที่ 10 ข้าก็ว่าจะไม่ร้ายแล้วนะ
คิมหันต์เร่งฝีเท้าวัวให้เร็วขึ้น เขาร้อนใจมากด้วยลูกยังเล็กพี่ชายเขาคนเดียวและสตรีท้องโย้อีกคนก็พึ่งคลอดจะไปรับมือคนพวกนั้นได้ยังไงแรงมาแรงกลับท่านพ่อก็ท่านพ่อเถอะหากจะเห็นแก่เมียใหม่และไม่เห็น พวกเขาเป็นลูกเพราะเขาทำรุนแรงกับคนพวกนั้นเขาก็คงทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับเท่านั้น หากท่านพ่อจะหลงคำหวานของนางจนไม่ลืมหูลืมตาก็คงต้องปล่อยไปเขาเองก็มีลูกเมียที่ต้องดูแลปกป้องเช่นกัน
ที่บ้านใบหม่อนจับลูกๆ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและให้นมลูกเมื่อลูกๆ นอนหลับนางก็ฝากให้พี่สะใภ้ดูแลเช่นเคยก่อนจะมุ่งหน้าไปยังลำธารเพื่อเอากับดักปลาที่นางทำเพิ่มไปวางเพิ่มอีกเนื่องจากต้องเริ่มกักตุนอาหารแล้วนางจึงคิดว่าจะทำปลาตากแห้งเก็บไว้กินในหน้าหนาวและจะเริ่มลงมือตัดผักที่ปลูกไว้หลังบ้านที่มีอยู่น้อยนิดนั้นมาทำผักดองเอาไว้กินด้วย
“พี่บัวตองข้าฝากลูกสักครู่นะเจ้าคะ”
“เจ้าจะไปไหนหรือใบหม่อน”
“ข้าจะเอากับดักที่ทำใหม่ไปวางที่ลำธารเจ้าค่ะไปไม่นานก็กลับแล้ว”
“ได้ๆ รีบไปรีบมาล่ะเดี๋ยวพี่ต้องช่วยพี่อนันต์หยิบจับของซ่อมหลังคาบ้าน”
“เจ้าค่ะ” ใบหม่อนรับคำและเดินมุ่งหน้าไปยังลำธารทันที เมื่อไปถึงนางก็จัดการวางกับดักปลาทันทีวันนี้นางทำเพิ่มอีกสองอันจากของเดิมอีกสองอันตอนนี้เท่ากับว่ามีที่ดักปลาทั้งหมดสี่อัน เมื่อเสร็จจากวางกับดักนางรีบเดินกลับบ้านทันที ระหว่างที่เดินกลับบ้านใบหม่อนเดินลัดเลาะมาตามริมลำธารในตอนที่เดินมาสายตาก็มองหาสิ่งที่กินได้เพื่อที่จะไปนำไปทำอาหารแต่นางพบเพียงต้นหอมป่าและกระเทียมป่าเท่านั้นนางเก็บมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยเท่านั้น
เมื่อเดินมาถึงบ้านเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้สองสามีภรรยาช่วยกันซ่อมหลังคาบ้านโดยมีอนันต์เป็นคนปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคามีบัวตองเป็นคนยื่นหลังคาฟางส่งให้สามีของนางอีกที บัวตองหันมาเห็นน้องสะใภ้ถึงได้เอ่ยทักออกมา
“กลับมาแล้วหรือใบหม่อนแล้วนั่นหอบอะไรมาด้วยรึ”
“หอมป่ากับกระเทียมป่าเจ้าค่ะพี่บัวตองข้าจะเอามาทำอาหาร เย็นนี้”
“อ่อไก่ป่าที่เลี้ยงไว้เริ่มออกไข่แล้วนะพี่เห็นเมื่อตอนบ่ายมีอยู่สามสี่ฟองเลยเก็บไปไว้ในห้องครัวแล้วล่ะ”
“เจ้าค่ะ เย็นนี้จะทำอะไรกินดีหรือพี่บัวตองข้าคิดไม่ออกเลย”
“พวกเจ้าอยากกินอะไรล่ะที่บ้านก็เหลือแค่กระต่ายแล้ว”
“ฮ่าๆ ข้าก็ลืมไปเจ้าค่ะว่าปลาให้ท่านพี่เอาไปขายหมด แต่ไม่เป็นไรมีอะไรก็กินอันนั้นแหละเจ้าค่ะ”
คิมหันต์เองเร่งฝีเท้าวัวให้เร็วขึ้นไม่นานก็กลับมาถึงบ้านพอ ทั้งสามคนเห็นคนที่เพิ่งจะกลับมาจากขายของป่าในเมืองสีหน้าไม่สู้ดี อนันต์เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชายก็รีบลงมาจากหลังคาทันที
“คิม เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าทำไมเจ้าสีหน้าดูไม่ดีเลย”
“นั่นสิเจ้าคะท่านพี่ เกิดอะไรขึ้นหรือไม่”
“ตอนนี้ยังแต่อีกไม่นานข้าว่านางหลี่อันจะต้องให้ลูกเขยของนางมาก่อกวนพวกเราแน่ เมื่อกี้ตอนที่ข้ากลับมาจากในเมืองข้าสวนกับเกวียนโดยสารของหมู่บ้านบนเกวียนมีหลี่อ้ายลูกสาวนางหลี่อันด้วย”
“เช่นนั้นขนของเข้าบ้านก่อนพี่จะเอาวัวไปเข้าคอก”
จากนั้นทั้งสี่คนช่วยกันขนข้าวของที่ซื้อมาเข้าไปเก็บในห้องเก็บของ คิมหันต์เดินไปปิดประตูรั้วหน้าบ้านลงกลอนจากด้านในแล้วเดินกลับเข้าบ้านเพื่อปรึกษากับอนันต์ผู้เป็นพี่ชาย
“พี่ใหญ่หากพวกมันกล้าที่จะมารังแกคนบ้านเราข้าจะไม่ไว้หน้ามันผู้ใดทั้งสิ้น”
“พี่เองก็จะไม่ออมมือแล้ว ท่านพ่อเองก็ไม่อยู่ ตลอดเวลาเราสองพี่น้องเพียงคิดแค่ว่าไม่อยากมีปัญหากับนางให้ท่านพ่อปวดหัวแต่นี่ในเมื่อแยกกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้หน้านาง”
“แล้วจะให้หน้านางทำไมเจ้าคะ นางไม่ได้เลี้ยงดูพวกท่านมาเสียหน่อย น่ารังเกียจยิ่งนัก เมื่อก่อนที่ข้ายอมให้รังแกข้าได้เพราะข้าเห็นแก่ ท่านพ่อหรอกนะเจ้าคะไม่อยากสร้างปัญหาให้ท่านไม่สบายใจ”
“ถูกของใบหม่อนนะเจ้าคะท่านพี่”
“ดีเจ้าค่ะ พี่บัวตองถ้าพวกนั้นมาท่านเข้าไปอยู่กับหลานๆ ส่วน ทางนี้พวกข้าจัดการเอง”
“ได้พี่จะทำตามที่เจ้าว่า”
เวลาล่วงเลยมาจนบ่ายคล้อยสองพี่น้องช่วยกันซ่อมหลังคาบ้าน จนเสร็จตอนนี้คงเหลือแต่กักตุนเสบียงเท่านั้นส่วนอื่นๆ ได้เตรียมพร้อมรับมือกับหน้าหนาวที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ และการคาดเดาของพวกเขาก็ไม่ผิด เมื่อนางหลี่อันและลูกสาวลูกเขยและลูกสมุนของลูกเขยพากันยกโขยงมาที่บ้านเชิงเขา เมื่อเดินมาถึงก็ทุบประตูและส่งเสียงเรียกทั้งยังข่มขู่ไปในตัว
“พวกเจ้าออกมา พวกอกตัญญู ดีนี่มีเงินมีทอง มีเกวียนวัวใช้แต่กลับปล่อยให้พ่อแม่และน้องสาวอดอยากหิวโซ”
นางหลี่อันเริ่มกล่าววาจาอันร้ายกาจจนใบหม่อนที่กำลังจะเดินออกมาเพื่อเผชิญหน้ากับคนหน้าด้านไร้ยางอายเช่นนางหลี่อ้ายถึงกับหัวร้อนขึ้นมาทันที คิมหันต์และอนันต์เดินตามใบหม่อนออกมาติดๆ ใบหม่อนให้สามีนางเปิดประตูทันทีที่ประตูเปิดนางหลี่อ้ายและลูกสาวก็ก่นด่าด้วยคำไม่น่าฟัง
“พวกเนรคุณ อกตัญญู ท่านแม่ของข้าเลี้ยงพวกเจ้ามาจนเติบใหญ่ตอบแทนบุญคุณสักนิดไม่เคย ทำไมพวกเจ้าถึงได้ชั่วช้าเช่นนี้”
“คำว่าเนรคุณข้าและพี่ชายไม่กล้ารับ พวกเจ้ารับเอาไว้เองเถอะแม่เจ้าหาได้คลอดข้าสองคนออกมา แม่เจ้าหาได้เลี้ยงดูข้าสองคนให้เติบใหญ่ แต่เป็นเราสองคนเลี้ยงดูตัวเองรวมถึงปลิงควายอย่างพวกเจ้า”
คิมหันต์คนที่ให้เกียรติผู้อื่นเสมอแต่วันนี้กลับด่าออกมายาวเหยียด ใบหม่อนถึงกับอุทานอยู่ในใจ อุ๊ต๊ะแม่เจ้าพี่คิมด่าเป็นด้วย
“เจ้า เจ้า ผู้ชายปากร้ายเจ้ากล้าด่าว่าผู้หญิงช่างไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย”
“พวกเจ้ามาบ้านข้า มีธุระอะไรแยกบ้านกันแล้วหาได้ข้องเกี่ยวกันไม่ หนังสือตัดขาด พวกเจ้าคงไม่ได้ลืมไว้ในท้องสุนัขหรอกกระมัง” อนันต์ที่เริ่มหมดความอดทนถามออกมาเขาไม่อยากเสียเวลากับคนไร้ยางอายพวกนี้
“หึ ข้าก็แค่มาขอแบ่งข้าวของที่เจ้าซื้อมาและเงินที่ได้จากการขายของอย่างไรล่ะ ถึงยังไงข้าก็ได้ขึ้นชื่อว่าเมียของพ่อเจ้าพวกเจ้าก็ต้องแสดงความกตัญญูต่อข้า”
“โอ๊ย ท่านพี่จะไปพูดกับพวกหน้าด้านไร้ยางอายทำไมเจ้าคะ หากพวกเจ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญกลับไปได้ อย่ามาเห่าหอนหน้าบ้านข้า เดี๋ยวลูกๆ ของข้าจะตกใจตื่นเสียงผีเปรตที่มาขอส่วนบุญจนนอนไม่ได้ คืนนี้มันจะทำให้ข้าลำบาก”
“เจ้า นังใบหม่อนปากดีนักนะข้าจะเลาะฟันเจ้า” นางหลี่อ้ายง้างมือจะเข้ามาตบใบหม่อนแต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวใบหม่อนยกขาถีบสวนทันที นางหลี่อ้ายกระเด็นไปชนต้นไม้หน้าบ้านสลบไปทันที
“ว๊ายๆๆๆๆๆ หลี่อ้ายลูกแม่ พวกเจ้าฆ่าคนแล้ว ข้าจะแจ้งความ พวกเจ้ายืนเซ่อทำไมเข้าไปจัดการพวกมันสิ”
ยังไม่ทันที่พวกนั้นจะได้เข้ามาใบหม่อนเดินเข้าไปทั้งเตะทั้งต่อยสารพัดหมัดหมวยความสามารถที่นางมียังดีที่ความสามารถเหล่านั้นของนางก่อนจะถูกส่งมาที่นี่ยังติดตัวนางมาด้วย ใบหม่อนไม่เว้นแม้กระทั่งนางหลี่อันนางตบไปสองทีฟันหลุดไปสองซี่ทีเดียว
“พวกเจ้า ข้าจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านทำร้ายร่างกายพวกข้า”
“เชิญ เจ้าไปแจ้งให้ตามสบายพวกเจ้าบุกรุกบ้านข้าและพาคนมามากมายพวกข้าแค่ป้องกันตัว แต่หากเจ้าอยากแจ้งความย่อมได้ข้าจะไปแจ้งทางการในเมื่อแยกบ้านมีหนังสือสัญญาตัดขาดเจ้า เจ้าและพวกเจ้ามีสิทธิ์ เข้ามาเหยียบบ้านข้าหรือ”
“ตามที่เมียข้าพูดจะเอายังไงเชิญ หรือจะต่อก็ได้นะข้าไม่ขัด” คิมหันต์ทำท่าจะเดินเข้าไปกระทืบลูกเขยของนางหลี่อันทำให้เฉินหมิงรีบลุกขึ้นทันที
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“ไม่รับฝาก ท่านพี่ไปเอาอาวุธของข้ามาข้าจะยิงสุนัขขี้เรื้อนพวกนี้ แก้แค้นทบต้นทบดอกตอนที่ข้าท้องรังแกข้าไว้นัก ขอเอาคืนเสียหน่อย”
“ได้รอสักครู่”
คิมหันต์เดินหันหลังกลับไปเอาธนูมาให้ใบหม่อน ด้านนางหลี่อันและลูกสาวได้ยินว่าอาวุธพวกนางถึงกับรีบวิ่งกลับบ้านทันที ใบหม่อนมองตามหลังพวกนางด้วยสายตาเรียบเฉยทว่าในใจกลับมีแผนการเอาคืนอยู่เต็มหัวไปหมด ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ก็อย่าหาว่านางร้ายก็แล้วกัน
เมื่อจัดการตัวปัญหาไปหมดแล้ว ใบหม่อนถึงได้หันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน คิมหันต์นำเงินที่เหลือจากการขายของป่ามาให้ใบหม่อน รอบนี้จะเก็บเงินไว้ทำบ้านใหม่จึงไม่ได้แบ่งให้พี่ชายเหมือนที่เคยซึ่งอนันต์เองก็เห็นด้วย ใบหม่อนเดินอารมณ์ดีไปทำกับข้าวในครัวอนันต์มองตามหลังน้องสะใภ้ด้วยสายตาลุ่มลึก
“คิม เมียเจ้าน่ากลัวมากแต่ข้าก็สะใจมากที่นางถีบหลี่อ้ายกระเด็น”
“ใช่พวกเราลงมือกับนางไม่ได้เพราะเราเป็นบุรุษแต่เมียข้าทำได้ ให้นางออกหน้าดีที่สุดแล้ว นางหลี่อันอสรพิษเหนียงยานฟันหลุดตั้งสองซี่ล่ะพี่ใหญ่”
“ข้าว่าไม่ใช่แค่เมียเจ้าที่เปลี่ยนไปนะคิม เจ้าเองก็เปลี่ยนเหมือนเจ้ามีพละกำลังมากขึ้นแถมยังปากร้ายมาก”
“คงเป็นเพราะพวกเราได้กินอิ่มได้กินเท่าที่อยากกินทำให้ข้าแข็งแรงขึ้นอีกอย่างข้าเรียนรู้การด่ามาจากเมียของข้าน่ะ เมียข้าเก่งทุกเรื่อง หากพี่ใหญ่ต้องการไปเรียนกับนางได้”
“ไม่ล่ะ แค่พี่สะใภ้เจ้าด่าข้า ข้าก็หูชาแล้วเว้นข้าไว้สักคนเถอะ”
สองคนพี่น้องไปอาบน้ำที่ลำธารและเตรียมตัวกินอาหารเย็น คิมหันต์กลับเข้าห้องเอาเสื้อผ้าของภรรยาและลูกๆ ไปซักด้วยเพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยไปมากกว่านี้แค่เลี้ยงลูกสามคนก็แทบจะไม่มีแรงเหลือไปทำอะไรแล้วนางยังช่วยเขาหาของป่าแทนที่นางจะพักผ่อนในตอนที่ลูกๆ หลับ นับว่าเขาโชคดีได้เมียดี
