บทที่ 1: การตื่นที่เจ็บปวดและหนี้ชีวิต
ความเจ็บปวดร้าวระบมแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดขยี้ด้วยหินโม่แป้งหนักอึ้ง กลิ่นอับชื้นของดินโคลนผสมปนเปกับกลิ่นราที่หมักหมมมานานปี ลอยมาแตะจมูกจนรู้สึกคลื่นเหียน
ซูเจิน พยายามฝืนลืมตาที่หนักราวกับถ่วงด้วยตะกั่วขึ้นมา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาพร่ามัวไม่ใช่เพดานสีขาวสะอาดของห้องไอซียูในโรงพยาบาลยุคปัจจุบันที่เธอคุ้นเคย แต่กลับเป็นขื่อคานไม้เก่าคร่ำครึสีดำมะเมื่อม เต็มไปด้วยหยากไย่ที่ห้อยระย้าลงมา และหลังคามุงหญ้าแห้งที่มีแสงแดดลอดผ่านรูรั่วลงมาเป็นลำเล็กๆ
เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษที่ขาดวิ่นเข้ามา กระทบผิวจนหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"นี่มัน ที่ไหนกัน?"
เธอพยายามขยับตัว แต่ความเจ็บปวดที่ศีรษะแล่นแปลบปลาบจนต้องส่งเสียงครางออกมา “โอ๊ย”
ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับกันจนวิงเวียน ภาพรถบรรทุกที่พุ่งเข้าชนร่างของเธอในโลกอนาคต ตัดสลับกับภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หญิงสาวนิสัยร้ายกาจเห็นแก่ตัว ผู้มีชื่อแซ่เดียวกันที่เพิ่งจะก่อเรื่องงามหน้า ทิ้งสามีที่บาดเจ็บเพื่อหอบเงินหนีตามแม่และน้องชายไป แต่สุดท้ายกลับถูกรถชนและถูกทิ้งให้ตายอย่างน่าเวทนา
ซูเจินยกมืออันผอมแห้งลูบศีรษะที่พันด้วยผ้าหยาบๆ พบว่ามีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่
"สวรรค์ นี่ฉันทะลุมิติมาจริงๆ หรือเนี่ย? แถมยังมาอยู่ในร่างของนางมารร้ายที่ใครๆ ก็รังเกียจอีก!"
เธอกวาดตามองไปรอบห้อง มันคือห้องนอนซอมซ่อในบ้านดินยุค 70 ที่ยากจนข้นแค้นอย่างถึงที่สุด มีเพียงเตียงคั่ง (เตียงเตา) ที่ก่อด้วยอิฐสภาพเก่าทรุดโทรม ผ้าห่มนวมผืนบางที่ปะชุนจนมองไม่เห็นสีเดิม และตู้ไม้ใบเล็กที่ขาหักไปข้างหนึ่งต้องใช้อิฐหนุนไว้
ความหิวโหยเริ่มจู่โจมท้องไส้จนแสบเกร็ง คอแห้งผากราวกระหายน้ำมาแรมปี
“หิว.. หิวน้ำ”
ทันทีที่จิตใต้สำนึกเรียกร้องสิ่งของ ภาพโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏวูบขึ้นกลางอากาศตรงหน้าซูเจินอย่างน่าอัศจรรย์!
ดวงตาของเธอเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง สิ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้าคือภาพจำลองของ "ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่" ที่เธอเคยเป็นเจ้าของในชาติก่อน ชั้นวางสินค้านับพันเรียงรายเป็นระเบียบสุดลูกหูลูกตา โซนอาหารสดที่มีทั้งเนื้อหมูแดงฉ่ำ ไก่ต้มน้ำปลา ผักสดนานาชนิด โซนเครื่องดื่มที่มีน้ำแร่เย็นเจี๊ยบ น้ำอัดลมซ่าๆ ไปจนถึงโซนยาและของใช้ในชีวิตประจำวัน
"มิติห้างสรรพสินค้า! สวรรค์ยังเมตตาฉัน!"
ซูเจินแทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ เธอยื่นมืออันสั่นเทาออกไปข้างหน้า หมายจะคว้าขวดน้ำแร่ยี่ห้อดังที่วางอยู่บนชั้นใกล้ที่สุด
แต่ทว่า
เปรี๊ยะ!
"โอ๊ย!"
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสภาพโฮโลแกรม กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ก็แล่นผ่านปลายนิ้วจนชาหนึบ ดีดมือของเธอกลับมาอย่างแรง พร้อมกับหน้าต่างข้อความสีแดงเถือกที่เด้งขึ้นมาขวางหน้า
[ คำเตือน: ค่าความสัมพันธ์วิกฤต! ระบบถูกล็อก ] [ เงื่อนไขการปลดล็อก: กรุณาแก้ไขค่าความรักของสมาชิกในครอบครัวให้สูงกว่าระดับติดลบ ] [ สถานะปัจจุบัน: ล็อกถาวร ]
"อะไรนะ? ค่าความรัก?" ซูเจินอุทานอย่างหัวเสีย "จะมาเล่นตลกอะไรตอนนี้ คนกำลังจะอดตายอยู่นะ!"
ยังไม่ทันที่เธอจะทำความเข้าใจกับระบบประหลาดนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็เดินกระแทกพื้นเข้ามาใกล้ประตูห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
"นังตัวดี! ตื่นได้หรือยัง! ดวงตะวันโด่งจนจะเผาก้นอยู่แล้ว ยังมีหน้ามานอนกินเมืองอยู่อีกเรอะ!"
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูไม้ดังสนั่นจนฝุ่นจากขื่อไม้ร่วงกราวลงมาใส่หน้า ซูเจินสะดุ้งเฮือก ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเตือนให้รู้ทันทีว่า เจ้าของเสียงมหากาฬนี้คือ 'แม่หลิว' แม่สามีปากร้ายใจนักเลง ผู้ที่เกลียดชังลูกสะใภ้คนนี้เข้ากระดูกดำ
"ถ้าแกยังไม่ไสหัวออกมานะซูเจิน ฉันจะพังเข้าไปลากแกออกมาเอง! ลูกชายฉันอุตส่าห์เอาชีวิตไปเสี่ยงภัยหาเลี้ยง แต่แกมันตัวล้างผลาญ! ผลาญสมบัติไม่พอ ยังจะทำตัวสำออยแกล้งป่วยหนีงานอีก!"
เสียงด่านั้นเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ซูเจินถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามพยุงร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงลุกขึ้นจากเตียงคั่ง เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เธอเป็นรองสุด เงินทองก็ไม่มี ร่างกายก็บาดเจ็บ ขืนยังทำตัวยโสโอหังเหมือนร่างเดิม มีหวังได้ถูกไล่ออกจากบ้านไปอดตายข้างถนนแน่
แอ๊ด
ประตูไม้ผุพังถูกเปิดออก แสงแดดจ้าสาดส่องเข้ามาจนต้องหยีตา เบื้องหน้าคือหญิงชราวัยห้าสิบเศษ รูปร่างผอมเกร็งแต่ดูแข็งแรง ใบหน้ากร้านแดดเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความลำบาก สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาตุ่นๆ ที่มีการปะชุนหลายจุด มือข้างหนึ่งถือไม้กวาดทางมะพร้าวทำท่าเหมือนจะฟาดลงมา
แต่สิ่งที่ทำให้ซูเจินชะงักกึก ไม่ใช่ไม้กวาดในมือหญิงชรา แต่เป็น ตัวเลขสีแดงเข้ม ขนาดใหญ่ที่ลอยเด่นหราอยู่บนศีรษะของเธอ
[ แม่หลิว (แม่สามี) ] [ ระดับความสัมพันธ์: -60% (เกลียดชัง/ขยะแขยง) ] [ สถานะ: ห้ามเข้าใกล้เกิน 1 เมตร มิฉะนั้นจะถูกโจมตีด้วยวาจาหรืออาวุธ ]
ซูเจินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก 'ลบหกสิบเปอร์เซ็นต์! นี่มันระดับศัตรูคู่อาฆาตชัดๆ มิน่าล่ะระบบถึงล็อก ไม่โดนวางยาเบื่อหนูก็บุญเท่าไหร่แล้ว'
"มองหน้าฉันทำไม! นึกว่าทำหน้าตาซูบซีดแล้วฉันจะสงสารรึ? บอกไว้ก่อนนะว่าบ้านตระกูลลู่ไม่เลี้ยงคนขี้เกียจ ถ้าวันนี้แกไม่ลุกขึ้นมาทำงาน ก็อย่าหวังจะมีข้าวกิน!" แม่หลิวตวาดเสียงเขียว นัยน์ตาฉายแววรังเกียจอย่างปิดไม่มิด
ตามนิสัยเดิมของซูเจินคนเก่า ป่านนี้คงจะเท้าสะเอวกรี๊ดร้อง ด่ากลับว่าเป็น 'ยายแก่หนังเหี่ยว' หรือไม่ก็แกล้งเป็นลมล้มพับไปเพื่อหลบเลี่ยงงานหนัก
แต่ซูเจินคนนี้ หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ผู้ผ่านโลกของการทำธุรกิจและการเจรจามาอย่างโชกโชน รู้ดีว่า 'การถอยหนึ่งก้าว คือการรุกร้อยก้าว'
เธอก้มหน้าลงต่ำ ซ่อนแววตาที่เจ็บปวด ปรับสีหน้าให้อ่อนน้อมและสำนึกผิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและสั่นเครือ
"ขอโทษจ้ะแม่"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงัดลง แม่หลิวที่ง้างไม้กวาดค้างไว้ถึงกับชะงัก อ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
"อะ อะไรนะ?" แม่หลิวถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู สะใภ้ตัวแสบที่วันๆ เอาแต่ด่าทอ วันนี้กลับยอมก้มหัวง่ายๆ อย่างนั้นรึ?
"ฉันบอกว่าขอโทษจ้ะแม่" ซูเจินเงยหน้าขึ้น สบตาหญิงชราด้วยดวงตาที่คลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา "ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันทำตัวแย่มาก ผลาญเงินทอง ทำให้แม่และทุกคนต้องลำบาก ครั้งนี้ที่ฉันรอดตายมาได้ คงเพราะสวรรค์อยากให้โอกาสฉันกลับตัวกลับใจ"
เธอค่อยๆ ขยับตัวลงจากธรณีประตู ยื่นมืออันสั่นเทาไปจับด้ามไม้กวาดในมือแม่สามีเบาๆ
"แม่ไปพักเถอะจ้ะ ร่างกายแม่ไม่ค่อยแข็งแรง เดี๋ยวงานกวาดลานบ้านกับงานในครัว ฉันจะจัดการเอง"
แม่หลิวยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้ลูกสะใภ้ดึงไม้กวาดไปจากมืออย่างงุนงง เธอมองดูซูเจินที่เดินกะเผลกๆ ไปเริ่มกวาดลานบ้านอย่างเก้ๆ กังๆ แต่ดูตั้งใจจริง ความโกรธเกรี้ยวที่สุมอยู่ในอกเมื่อครู่เริ่มคลายลงอย่างน่าประหลาด แม้จะยังเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยก็ตาม
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนใสกังวานดังขึ้นในหัวของซูเจิน เธอแอบเหลือบตามองขึ้นไปบนหัวของแม่หลิว
[ ค่าความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง ] [ แม่หลิว: -60% ➔ -59% ] [ รางวัลความพยายาม: ปลดล็อก 'ลูกอมกระต่ายขาว' 1 เม็ด ]
มุมปากของซูเจินกระตุกยิ้มเล็กน้อย 'ลดลงมาหนึ่งเปอร์เซ็นต์แล้ว! แม้หนทางจะยังอีกยาวไกล แต่อย่างน้อยระบบก็ไม่ใจร้ายเกินไปนัก'
หลังจากกวาดลานบ้านจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ซูเจินก็ลากสังขารที่ปวดร้าวเดินเข้าไปในห้องครัว สภาพในครัวยิ่งตอกย้ำความแร้นแค้นของยุคสมัย เตาไฟก่อด้วยดินเหนียวเปรอะเปื้อนคราบเขม่า ไหใส่ข้าวสารใบใหญ่ที่มุมห้องว่างเปล่าจนมองเห็นก้นไห มีเพียงถุงใส่แป้งข้าวโพดหยาบๆ สีเหลืองอ๋อยวางอยู่ก้นถุง กับมันเทศหัวเล็กๆ เหี่ยวๆ อีกสองสามหัวในตะกร้า
"พระเจ้า นี่พวกเขากินของพวกนี้ประทังชีวิตกันเหรอเนี่ย?"
ซูเจินหยิบแป้งข้าวโพดขึ้นมาดู มันหยาบกระด้างจนบาดมือ ถ้าเอาไปต้มกินแบบเดิมๆ คงฝืดคอจนกลืนไม่ลง เธอถอนหายใจ นึกถึงวัตถุดิบชั้นเลิศในมิติที่ยังเอาออกมาไม่ได้
"เอาเถอะ ในเมื่อมีแค่นี้ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด"
ซูเจินสูดหายใจลึก เริ่มลงมือจุดไฟในเตา ความทรงจำจากการเป็นเชฟสมัครเล่นในชาติก่อนเริ่มทำงาน เธอตักแป้งข้าวโพดผสมกับน้ำอุ่นในอัตราส่วนที่พอเหมาะ นวดอย่างพิถีพิถันเพื่อให้แป้งนุ่มขึ้น จากนั้นหั่นมันเทศเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ผสมลงไปเพื่อเพิ่มรสหวานตามธรรมชาติ แล้วปั้นเป็นแผ่นแป้งบางๆ นาบลงบนกระทะเหล็กก้นลึกที่ทาน้ำมันหมูบางๆ ซึ่งขูดมาจากก้นไหที่แทบจะแห้งผาก
กลิ่นหอมของแป้งข้าวโพดจี่ไฟเริ่มโชยตลบอบอวลไปทั่วบ้าน เป็นกลิ่นหอมแบบบ้านๆ ที่ชวนให้น้ำลายสอ
ขณะที่เธอกำลังพลิกแผ่นแป้งอยู่นั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ แอบซุ่มมองอยู่ที่กรอบประตูห้องครัว
เด็กสาวผอมแห้งวัยประมาณสิบสี่ปี สวมเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนตัวลีบด้วยความหวาดกลัว นั่นคือ 'ลู่ชิง' น้องสาวของสามี ผู้ซึ่งในความทรงจำเดิมมักจะถูกซูเจินด่าทอและแย่งของกินเสมอ
ทันทีที่ซูเจินหันไปมอง ลู่ชิงก็สะดุ้งโหยง เตรียมจะวิ่งหนีด้วยความตกใจกลัว
[ ลู่ชิง (น้องสามี) ] [ ระดับความสัมพันธ์: -30% (หวาดกลัว/ไม่ไว้ใจ) ]
"อาชิง" ซูเจินเรียกชื่อเด็กสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางส่งยิ้มบางๆ ให้ "หิวไหม?"
ลู่ชิงหยุดชะงัก มองพี่สะใภ้อย่างไม่เชื่อสายตา ปกติเวลานี้พี่สะใภ้ต้องตะคอกไล่เธอว่า 'นังตัวภาระ' ไม่ใช่หรือ? ทำไมวันนี้ถึงยิ้มให้?
"พ..พี่สะใภ้" ลู่ชิงตอบเสียงสั่น "พี่..พี่จะไม่ตีฉันใช่ไหม?"
คำถามนั้นบีบหัวใจซูเจินจนเจ็บแปลบ เจ้าของร่างเดิมทำร้ายจิตใจเด็กคนนี้ไว้มากแค่ไหนกันนะ
ซูเจินคีบแผ่นแป้งข้าวโพดสีเหลืองทองที่สุกกำลังดี ส่งกลิ่นหอมฉุย ใส่จานเก่าๆ แล้วยื่นไปตรงหน้าเด็กสาว
"ไม่ตีหรอก พี่ขอโทษนะที่ผ่านมาพี่นิสัยไม่ดี ต่อไปนี้พี่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว" เธอพูดพลางหยิบ 'ลูกอมกระต่ายขาว' ที่เพิ่งได้รางวัลมาจากระบบ ออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างแนบเนียน แล้วยัดใส่มือเล็กๆ ที่หยาบกร้านของลู่ชิง
"เอานี่ไปกินรองท้องก่อนนะ แล้วเดี๋ยวค่อยยกแผ่นแป้งไปให้แม่กับพี่ใหญ่ เอ้อ พี่ชายของเธอ"
ลู่ชิงก้มมองลูกอมรสนมในห่อกระดาษรูปกระต่ายสีขาวสลับน้ำเงิน ของกินเล่นราคาแพงที่เด็กบ้านนอกอย่างเธอเคยแต่ฝันถึง ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างเป็นประกายระยิบระยับ ความหวาดกลัวในแววตาเริ่มเจือจางลง แทนที่ด้วยความสับสนและ ความหวัง
ติ๊ง!
[ ลู่ชิง: -30% ➔ -20% ] [ คำแนะนำ: เด็กๆ คือสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด จงใช้โอกาสนี้! ]
"ข.. ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้!" ลู่ชิงกำลูกอมแน่น ก่อนจะรีบยกจานแผ่นแป้งวิ่งจู๊ดออกไปที่ห้องโถงกลางบ้าน ราวกับกลัวว่าซูเจินจะเปลี่ยนใจริบคืน
ซูเจินมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นแล้วถอนหายใจยาว เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก แม้ร่างกายจะอ่อนล้าและเจ็บปวด แต่รอยยิ้มแห่งความมุ่งมั่นกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ก้าวแรกผ่านไปแล้ว แต่ศึกหนักที่แท้จริงยังรออยู่
ที่ห้องโถงนั้น ไม่ได้มีแค่แม่หลิว แต่ยังมี 'ลู่เฟิง' สามีผู้เย็นชาที่เพิ่งถูกเธอหักหลังและทิ้งให้ตายใจ ผู้ชายที่มีตัวเลขติดลบสูงที่สุดในบ้าน และเป็นกุญแจสำคัญที่จะตัดสินชะตาชีวิตของเธอในยุค 70 แห่งนี้
ซูเจินสูดหายใจลึก จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินก้าวออกจากห้องครัวไปเผชิญหน้ากับความจริง
