ตอนที่3เหอหยาง
ตอนที่ 3 เหอหยาง
สายลมเย็นในยามค่ำคืนพัดลอดช่องหน้าต่างจนผ้าม่านเบาบางพลิ้วไหวเบา ๆ เงาไหวของมันทอดลงบนผนังห้อง ภายในห้องที่เงียบสงบได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของบุรุษผู้ที่กำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียง
ข้างกายเขาคือหมอวัยกลางคน ผู้กำลังก้มหน้าเขียนใบสั่งยา
ไม่นานประตูห้องก็ผลักเปิดออกเบา ๆ หลิงอันก้าวเข้ามาอย่างนุ่มนวล นางถือถุงเงินในมือแน่น พอเดินมาถึงท่านหมอ นางก็หยุดยืนเบื้องหน้าเขา ก่อนจะประคองมือยื่นถุงเงินของตนเองไปให้เขา
ท่านหมอรับถุงเงินด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เขาหยิบใบสั่งยาแล้วยื่นให้หลิงอันพลางเอ่ยเสียงสุขุม
“นำยาตามที่ข้าเขียนนี้ไปต้ม ให้เขาดื่มเป็นประจำเช้าเย็นอย่าได้ขาด”
หลิงอันพยักหน้าเบา ๆ
“อืม… ข้าเข้าใจแล้ว”
นางรับกระดาษใบนั้นไว้ในมือเรียวแผ่วเบา
เมื่อหมอเก็บของเสร็จและก้าวผ่านนางออกไป นางเงยหน้ามองตามแผ่นหลังเขาครู่หนึ่ง ความหวังเล็ก ๆ ในใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทันทีที่ร่างนั้นหายลับตาไปนอกห้อง นางก็หมุนกายกลับไปยังเตียง ดวงตาคู่สวยทอดมองใบหน้าคมที่ซีดเผือดไร้สติ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
“ท่านนี่นะ… ใช้เงินที่ท่านลุงให้ข้ามาตั้งตัวเกือบหมดเลย… ”
เสียงนางแผ่วเบา
….
แสงอาทิตย์ยามอรุณสาดลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่ากระทบลงบนเรือนกายสงบนิ่งของบุรุษบนเตียง แสงอบอุ่นนั้นปลุกให้เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ขยับ กระพริบช้า ๆ สายตาพร่ามัวค่อย ๆ ปรับให้กระจ่าง ทว่าทันใดนั้นกลับรู้สึกถึงไออุ่นที่อยู่เคียงข้างตน
เขาหันศีรษะไป พลันเห็นสตรีน้อยที่กำลังหลับพริ้มอยู่เคียงข้าง ใบหน้ายามหลับนั้นงดงามจนสะกดสายตาเขาในทันที แต่ทันทีที่แขนเล็กของนางเหยียดมาแตะแผงอกเขา ทว่าดวงตาคมวาบด้วยแววระแวง มือใหญ่พุ่งขึ้นตามสัญชาตญาณพุ่งบีบคอนางโดยไม่รีรอ เสียงทุ้มดั่งคมดาบตวาดออกมา
“ผู้ดส่งเจ้ามา!”
ความเจ็บปวดและเสียงตวาดของเขาปลุกให้หลิงอันสะดุ้งตื่นทันที ดวงตากลมเบิกโพลง สองมือเล็กรีบยกขึ้นแกะมือเขาออก แต่แรงของนางเบานักไม่อาจขยับมือเขาได้แม้แต่น้อย
กระทั่งบุรุษเห็นว่านางนั้นดูไร้วรยุทธ์ มิใช่มือสังหารอย่างแน่นอน เพราะสายตาตื่นตระหนกและตกใจนั้นดูไม่ใช่การเสแสร้งแต่อย่างใด เมื่อลมหายใจนางเริ่มติดขัด เขาจึงค่อย ๆ คลายมือออก
หลิงอันไอค่อกแค่ก หน้าแดงก่ำเพราะขาดอากาศ นางยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะตวัดสายตามองเขา ดวงหน้าเล็กฉายชัดด้วยความไม่พอใจ
“นี่เจ้าคิดจะทำสิ่งใด! ข้าเป็นผู้ช่วยชีวิตเจ้านะ!”
บุรุษมองนางคล้ายยังม่เข้าใจในคำพูดของนางนัก สายตาสับสน ความเจ็บพลันแล่นวาบในศีรษะเขาอย่างรุนแรง จนต้องยกมือกุมไว้ ครางเสียงออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้
“อึก! หัวข้า… เหมือนจะแตกออก!… ”
หลิงอันชะงัก ใบหน้าเล็กเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที นางรีบขยับเข้ามาใกล้เขาทันที
“เป็นอะไร! เจ้าเป็นอะไร! ข้า ข้า ข้ายังมิได้ทำอะไรเจ้าเลยนะ”
น้ำเสียงนางสั่นพร่า ทั้งตื่นกลัว ทั้งร้อนรน นางขยับกายเข้าใกล้ร่างใหญ่ของเขาที่ยังหอบหายใจไม่เป็นส่ำ นางยื่นมือเล็กแตะลงบนไหล่เขาอย่างแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างลังเล ก่อนเอ่ยถามเสียงแผ่ว
“ท่าน… ชื่ออะไร”
บุรุษหนุ่มเบือนสายตามองนาง คิ้วเข้มขมวดแน่นเมื่อพยายามนึกถึงเรื่องราวของตนเอง ทว่าไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าใดก็ว่างเปล่า เขาส่ายศีรษะช้า ๆ แววตาเคว้งคว้าง
หลิงอันเฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผ่อนลมหายใจ นางพยักหน้าเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ประคองแผ่นหลังเขาให้เอนลงนอนอีกครั้ง มือเล็กลูบผ้าห่มจัดให้กระชับ พลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ไม่เป็นไร… ไม่ต้องฝืนคิด เดี๋ยวจะปวดหัว นอนพักก่อน”
เมื่อช่วยร่างใหญ่นอนลงแล้ว นางก็ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงช้า ๆ ดวงหน้างามนั้นเผยรอยยิ้มบางก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ท่านคงจะหิวแล้ว ข้าจะไปต้มโจ๊กมาให้”
บุรุษหนุ่มยังคงนอนนิ่งไม่ได้เอ่ยสิ่งใดตอบ นางมองเขาอีกครั้งก่อนจะหมุนกายก้าวออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน
….
ภายในห้องครัวเก่าแก่ ไอร้อนจากหม้อโจ๊กเดือดพลุ่งพลั่งลอยอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวสุกค่อย ๆ กระจายปะปนกับกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ
หลิงอันยืนอยู่หน้าตั่งไม้ มือเล็กจับมีดหั่นผักอย่างตั้งใจ นางก้มมองเขียงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นทอดสายตามองออกไปยังหน้าต่างแคบ ๆ ที่สายลมเย็นยามเช้าพัดต้องผ้าม่านที่ขาดรุ่งริ่งให้ไหวเบา ๆ
แววตานางฉายแววครุ่นคิด เหตุใด… เขาถึงได้เย็นชาเช่นนั้นเล่า มุมปากนางเม้มแน่น แล้วข้าจะทำอย่างไร… จึงทำให้เขาหลงรักข้าได้
ลมหายใจแผ่ว ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากนาง นางถอนหายใจหนึ่งยาว ไม่เป็นไรอย่างไรเสียใบหน้านี้ก็ถือว่างามอยู่เขาคงมิอาจปฏิเสธสาวงามเช่นข้าได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นรอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้างาม แล้วมือเล็กก็หั่นผักอย่างตั้งใจอีกครา
ไม่นานนัก หลิงอันก็ยกถาดอาหารและถ้วยยาสมุนไพรอุ่นเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบา ฝีเท้านางย่างก้าวอย่างนุ่มนวล นางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะไม้เก่ากลางห้อง แล้วก้าวตรงไปหาบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงก่อนจะค่อย ๆ โน้มกายเข้าประคองร่างของเขาให้ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงอย่างระมัดระวัง
หลิงอันตรงไปหยิบถ้วยโจ๊กอุ่นมาถือไว้ ก่อนจะนั่งลงเคียงข้างเขา สองมือเล็กยื่นถ้วยโจ๊กอุ่น ๆ ให้เขาด้วยรอยยิ้ม
ทว่าชายหนุ่มกลับเงยหน้ามองหน้านางด้วยแววตาระแวงเยียบเย็น
หลิงอันเมื่อเห็นสีหน้าเขานางเพียงยิ้มบาง ก่อนจะตักโจ๊กอุ่นขึ้นส่งเข้าปากตนเองคำหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงอ่อน
“ท่านวางใจเถิด ข้ามิได้วางยาพิษใด”
คำพูดและใบหน้าไร้เดียงสาของนางทำให้แววตาชายหนุ่มอ่อนลงเล็กน้อยในที่สุด เขาก็ยื่นมือมารับถ้วยโจ๊กจากนาง แล้วดื่มช้า ๆ อย่างสงบ
หลิงอันมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา
“ในเมื่อท่านจำชื่อตนเองไม่ได้ เช่นนั้น… ให้ข้าตั้งให้ดีหรือไม่”
ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย หันมองนางด้วยสายตาลังเล ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ
หลิงอันยิ้มบาง แววตาครุ่นคิด อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากเล็กจะขยับเอื้อนเอ่ยขึ้น
“เช่นนั้น… เหอหยาง ดีหรือไม่”
มือใหญ่ที่กำลังประคองถ้วยโจ๊กชะงักเล็กน้อย ก่อนเขาจะพยักหน้ารับช้า ๆ
หลิงอันยิ้มบางอย่างพึงพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นตรงไปยังถาดอาหารแล้ว หยิบจานผัดผักที่นางลงแรงทำด้วยใจ ก่อนจะก้าวมานั่งลงเคียงข้าเขาแล้วคีบให้เขาอย่างใส่ใจ
เหอหยางยกสายตามองนาง หลิงอันยิ้มแย้มด้วยแววตาสดใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้กังวล
“ชิมดูสิ… ”
แล้วนางก็คีบผักเข้าปากตนเองด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส
“ข้าชื่อ หลิงอัน”
เหอหยางยังคงไม่เอ่ยคำใดเพียงกินโจ๊กต่ออย่างสงบ
……
