ซ่าง จื่อ เยวี่ย
“กรุณาเปลี่ยนชุด!!” เสียงในระบบยังดังขึ้นต่อเนื่องจนเธอปวดหัว
“รีบไปเถอะ!! อีกราวหนึ่งราตรีทหารรักษาการจะมาที่นี่!!” นี่ก็ไล่เก่งจริงๆจะตายอยู่แล้ว!! คนที่กำลังสับสนได้แต่ค่อนขอดในใจ
“ที่นี่บ้านนายเหรอ” เมื่อเห็นคิ้วมังกรขมวดเข้าหากันก็กระแอ่มไอในลำคอ
“อะแฮ่ม เอ่อ ที่นี่บ้านเจ้าเหรอ” คนที่บาดเจ็บกวาดตามองสตรีตรงหน้าก่อนจะขยับปากพูดช้าๆ
“เจ้าเป็นใส้ศึกรึ!” ฉิ่ง!! ดาบที่ไม่รู้ว่ามีอยู่ข้างกายเขาถูกมือที่ชุ่มไปด้วยเลือดหยิบออกมาพร้อมสายตาไม่ไว้ใจ
“ไม่ๆ ไม่ๆ หยุด!! ไม่ใช่!!” สองมือบางที่เลอะไปด้วยโคลนรีบยกขึ้นมาโบกสะบัดให้เขาเชื่อ
“เหตุใดจึงแต่งตัวเช่นนี้!” คราวนี้เป็นเธอที่อ้ำอึ้ง
“คือ เรามาจากอนาคต มั้ง!! ก็ใช่แหละในเมื่อที่นี่มันคือยุคโบราณ งั้นที่จากมาก็คืออนาคต!!” ยิ่งพูดคนฟังยิ่งหายใจแรงขึ้น มือข้างนึงกดบาดแผลที่ท้อง เธอจึงรู้ว่าเขามีแผลตรงนั้นอีก
“เปิดระบบยารักษา” เสียงระบบในหัวยังดังเข้ามาไม่หยุด
“ข้า!! เอ่อ…ข้ารักษาท่านได้ ใช่!! บางทีองค์เทพที่ข้าไหว้ทุกวันอาจจะส่งข้ามารักษาท่าน!!” นึกถึงเทพแห่งสงครามที่อยู่กลางหมู่บ้านแล้วมีความคิดหนึ่งแว่บขึ้นมา เธอเคยขอพรว่า…หากเทพเจ้าแห่งสงครามมีจริง ช่วยไปถามบรรพบุรุษที เหตุใดข้าจึงยากจนเช่นนี้ เธอเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว… แต่เทพคงไม่ได้ถาม จึงส่งนางมาถามเองถึงที่นี่!
“ข้าไม่อยากรักษา!!“ คนสิ้นหวังล้มตัวลงนอนอย่างไม่ใยดี จนนางต้องเดินเข้าไปใกล้
”เจ้าท้อแท้เพียงเพราะมีบ้านผุพังงั้นเหรอ โถ่เอ้ย…มีที่ซุกหัวนอนก็ยังดีกว่าไม่มีอะไร เจ้าโชคดีแล้วที่มาเจอข้า ข้ารักษาเจ้าหาย เจ้าให้ที่กินข้า เท่านั้นคือการแลกเปลี่ยน“ นาทีนี้มีใครผ่านมานางต้องขอความช่วยเหลือไว้ก่อน
“ให้ที่หลบฝนข้า ให้ข้าได้พึ่งพาเจ้าข้ายินดีรักษาเจ้าจนหาย” สายตาหมดหวังมองนางก่อนยิ้มเย้ยยัน
“เจ้าเห็นขาข้าหรือไม่ ข้าโดนม้าศึกสะบัดจนกระดูกผิดรูป แผลที่ไหล่นี่ข้าโดนธนูของข้าศึก แผลที่ท้องนี้ข้าโดนคมดาบ สภาพเยี่ยงข้าจะเอาอะไรมาดูแลเจ้ากัน!!” นางส่งยิ้มแหย…หนักหนาจริงๆ!! เมื่อคิดหาทางออกได้ไม่นาน จู่ๆกระเป๋าที่นางสะพายก็หนักอึ้ง
“โอ๊ะ!! อยู่ๆก็หนัก เป็นบ้าอะไร!!” นางรีบปลดกระเป๋าเป้ออกจากหลังก่อนรีบรูดซิบเปิดดูข้างใน ตอนวิ่งหนีเจ้าหนี้ไม่เห็นหนักเท่านี้
แต่เมื่อเปิดดูก็ต้องตกตะลึง อุปกรณ์ทำแผล ชุดที่ดูเหมือนจะเข้ากับที่นี่ และอาหารอีก2-3อย่าง
“อย่าบอกนะว่า เป็นไอ้เสียงที่ได้ยินในหัวหน่ะ บ้าไปแล้วฉันมีพลังวิเศษหรือไง” คนที่ดีใจจนน้ำตาไหลแทบกระโดดกลางห้องแต่เมื่อเห็นดวงตาเรียวรีมองมาก็เก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน
“เอ่อ ข้ามียา นี่ไง ทุกสิ่งตรงนี้รักษาท่านได้ นี่…เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ คนเราเสียอะไรก็ได้ แต่อย่าเสียชีวิต!”
“เสียชีวิต คืออะไร ไอ้ชีวิตที่เจ้าว่าหน่ะ”
“ตาย หมายถึงตาย ชีวิตนี้เจ้าจะพลัดพลากจากสิ่งใดก็ตามหากมีชีวิตอยู่ย่อมหาได้ใหม่หมด ทีนี้ เจ้าให้เข้าทำแผลสักที แล้ว…จะให้ข้าอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่ค่อยว่ากัน” เอาก็เอา ยังไงก็ข้ามมาที่นี่แล้ว หากเขาไม่อนุญาตให้อยู่ที่นี่ ได้ช่วยชีวิตคนก็ยังดี!!
แครก!! ชุดที่ชุ่มด้วยเลือดถูกมือบางใช้กรรไกรตัด จนขาดวิ้น มัดกร้ามเนื้อที่อยู่ใต้ร่มผ้าทำนางตาพล่าจนแทบหยุดหายใจ
”เกิดมายี่สิบห้าปี ไม่เคยใกล้ชิดใคร นี่มัน…สวรรค์ให้รางวัลที่ฉันเป็นเด็กดีกับยายมาตลอดใช่ไหม!” คนที่กลั้นเสียงกรี๊ดมองคนเจ็บตาปรอยจนเขายกมือสบัดด้านหน้า
“เป็นสตรี ใครเขาสอนให้มองบุรุษเช่นนั้นกัน เจ้านี่มัน…” ท่าทางเข็ญเขี้ยวทำนางยิ้มแหย
“อะเอ่อ ข้าลืมตัว เอาเป็นว่า เรามาแนะนำตัวกันดีกว่า”
“เหตุใดการพูดจาของเจ้าแปลกประหลาดนัก!!” เขายังคงสงสัย เธอได้แต่ถอนหายใจ
“ข้ามาจากที่ที่ไกลมากๆ การพูดของเมืองข้าไม่เหมือนที่นี่ เมืองที่ข้าจากมากมัน…ศิวิไลกว่านี้เจ้าเข้าใจหรือไม่” เขามองหน้านางก่อนส่ายหัว
“ชั่งมันเถอะ ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร ข้าชื่อซูจิ่นเหยา“ นางมองหน้าเขาที่ยังจ้องอยู่ไม่หยุด ก่อนจะถอนหายใจและเอ่ยช้าๆชัดๆ
”ซ่าง จื่อ เยวี่ย!!“
