ตอนที่ 9 บทเพลงจากโลกที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก
หลังสามคืนแห่งความสำเร็จ ซูเหยารู้ดีว่าเพียง “ดี” ยังไม่พอ
หากต้องการให้ข่าวสะเทือนไปถึงวังหลวง นางต้องสร้างสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็น
ไม่ใช่เพียงบทกวี
ไม่ใช่เพียงร่ายรำโบราณ
แต่เป็นบางอย่างที่ “แตกต่าง”
ในห้องส่วนตัว ซูเหยานั่งเงียบ หลับตาเรียบเรียงทำนองจากความทรงจำในโลกเดิม
ทำนองที่เคยใช้เปิดตัวบนเวทีคอนเสิร์ต
จังหวะที่ทำให้ผู้คนหยุดหายใจ
แน่นอน นางไม่อาจร้องเพลงสมัยใหม่ตรง ๆ
แต่สามารถดัดแปลงทำนองให้เข้ากับพิณและขลุ่ย
“อวี้ฉิน ช่วยหานักดนตรีที่กล้าเสี่ยงหน่อย”
“ข้าจะเปลี่ยนจังหวะเพลง”
นักดนตรีในหอทำหน้าตกใจเมื่อได้ยินจังหวะใหม่
เร็วกว่าเดิม
หนักแน่นกว่าเดิม
มีช่วงหยุดที่ไม่คาดคิด
“เช่นนี้ไม่ผิดแผกเกินไปหรือ” หนึ่งในนั้นถาม
ซูเหยายิ้ม
“ศิลปะที่ไม่กล้าเปลี่ยน ย่อมไม่มีวันถูกจดจำ”
คืนแสดงพิเศษมาถึง
โคมแดงถูกดับลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงแสงสลัว
เวทีถูกจัดใหม่ ไม่มีฉากหลังฟุ่มเฟือย
ซูเหยาปรากฏตัวในชุดสีเงินอ่อน
เรียบง่าย แต่สะท้อนแสงทุกครั้งที่เคลื่อนไหว
เสียงพิณเริ่มขึ้น…แต่ไม่ใช่ทำนองเดิม
จังหวะเร็วขึ้นทันที
กลองเสริมจังหวะหนักแน่น
เสียงฮือฮาดังทั่วหอ
ซูเหยาไม่เริ่มด้วยการหมุนตัวอ่อนช้อย
แต่ก้าวเดินช้า ๆ ตามจังหวะ
สายตาคมกริบ สื่อสารตรงถึงผู้ชม
มือข้างหนึ่งยกขึ้น หยุดนิ่ง
แล้วหมุนพลิกอย่างฉับพลัน
ทุกการเคลื่อนไหวคมชัด ราวกับเล่าเรื่องด้วยร่างกาย
ทำนองเปลี่ยนอีกครั้ง
ช้าลง…ก่อนจะเร่งเร็วอย่างไม่คาดคิด
เสียงหายใจของผู้ชมแทบจะประสานไปกับจังหวะเพลง
นี่ไม่ใช่การร่ายรำเพื่อยั่วยวน
แต่มันคือการ “ควบคุมเวที”
เมื่อเพลงเข้าสู่ช่วงสุดท้าย
ซูเหยาหมุนตัวหนึ่งครั้ง แล้วหยุดนิ่งกลางเวที
ความเงียบปกคลุมทั้งหอ
ก่อนเสียงปรบมือจะดังสนั่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“นางทำได้อย่างไร!”
“ข้าไม่เคยเห็นสิ่งใดเช่นนี้มาก่อน!”
แม่เล้าฮูหยินเหมยมองตะลึง
แววตาเต็มไปด้วยผลกำไรที่ลอยมาเป็นภาพชัดเจน
ในมุมมืดของห้อง
ชายในชุดเรียบง่ายนั่งเงียบ
ดวงตาคมลึกไม่ละจากเวทีแม้เสี้ยววินาที
เมื่อการแสดงจบ
เขาไม่ได้ปรบมือ
เพียงลุกขึ้นช้า ๆ และเดินออกไป
ซูเหยามองตามเงาร่างนั้น
หัวใจเต้นแรงกว่าครั้งใด
นางรู้…
คืนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไป
ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง
แต่เป็นสายตาของบุรุษผู้หนึ่งที่เริ่มมองนางไม่เหมือนหญิงในหอ
เมื่อกลับถึงห้อง อวี้ฉินกระซิบเสียงสั่น
“คนผู้นั้น…มาพร้อมตราประจำตัวราชสำนัก”
ซูเหยาหลับตาช้า ๆ
แผนเริ่มสัมฤทธิ์ผล
เพลงจากโลกที่ไม่มีใครรู้จัก
กำลังนำทางนางเข้าใกล้บัลลังก์มังกรทีละก้าว
และคราวนี้…
นางมั่นใจว่า พระองค์ไม่ได้เพียงได้ยินชื่อของนาง
แต่จดจำมันแล้ว
