ตอนที่ 3 เสบียงลับในมิติผูกจิต - 1
ม่านราตรีปกคลุมผืนดินอันแตกระแหง ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่ง สายลมร้อนที่พัดโชยมาในยามกลางวันแปรเปลี่ยนเป็นลมหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูกในยามค่ำคืน ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าเขาที่ไร้ซึ่งเสียงแมลงเรไร มีเพียงเสียงกรนเบาๆ และเสียงละเมอด้วยความหิวโหยของเหล่าผู้อพยพที่นอนคุดคู้เบียดเสียดกันอยู่ริมทาง
ครอบครัวตระกูลกู้อาศัยใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นตายซากเป็นที่พักพิง ทุกคนเหนื่อยล้าจากการเดินทางและเหตุการณ์ตึงเครียดเมื่อช่วงกลางวันจนหลับสนิทไปหมดแล้ว แม้แต่หวังซื่อที่ปกติมักจะตื่นตัวเรื่องของกินก็ยังนอนอ้าปากหวอ ส่งเสียงกรนน่าเกลียดอยู่ข้างๆ กู้ต้าเป่าผู้เป็นบุตรชาย
ท่ามกลางผู้คนที่หลับใหลราวกับท่อนไม้ ดวงตาคู่หนึ่งกลับลืมขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด นัยน์ตาคู่นั้นสว่างวาบและเฉียบคมประดุจสัตว์ป่าที่กำลังซุ่มมองเหยื่อ
กู้อวี่ซีกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตื่นอยู่ ลมหายใจของทุกคนสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าพวกเขาจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เด็กสาวในร่างที่ซูบผอมหลับตาลงช้าๆ กำหนดจิตให้มั่นคง
เพียงหนึ่งความคิด...
วูบ!
ร่างของเด็กสาวบนพื้นดินแห้งแล้งไม่ได้หายไปไหน แต่วิญญาณและจิตสำนึกของนางได้ถูกดึงดูดเข้ามายังพื้นที่อีกแห่งหนึ่งโดยสมบูรณ์
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กู้อวี่ซีก็พบว่าตนเองยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจี อากาศที่นี่บริสุทธิ์สดชื่นและเย็นสบาย แตกต่างจากโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายและกลิ่นอายแห่งความตายอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าในมิติเป็นสีฟ้าครามสดใส ไร้ซึ่งดวงอาทิตย์แต่กลับสว่างไสวไปทั่วทุกอณู
เบื้องหน้าของนางคือบ้านหลังเล็กสไตล์โมเดิร์นที่สร้างขึ้นจากวัสดุทนทานในยุควันสิ้นโลก ภายในมีห้องนอนที่ปูด้วยฟูกหนานุ่มและผ้าห่มผืนอุ่น ถัดไปเป็นห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งเตาแก๊ส ตู้เย็น และชั้นวางของที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องปรุงรส ทุกอย่างยังคงถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งเดิม เหมือนกับตอนที่นางเพิ่งจัดเก็บมันด้วยมือของตนเองในชาติที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน
กู้อวี่ซีเดินผ่านตัวบ้านไปยังลานกว้างด้านหลัง ที่นั่นมีแปลงเพาะปลูกขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็นสัดส่วน ดินสีดำขลับในแปลงอุดมสมบูรณ์จนแทบจะบีบน้ำมันออกมาได้ พืชผักที่นางเคยหว่านเมล็ดทิ้งไว้ก่อนตาย บัดนี้เติบโตงอกงามจนถึงขีดสุด มะเขือเทศสีแดงสดลูกโตเท่ากำปั้น ผักกาดขาวหัวอวบอ้วน และหัวไชเท้าที่โผล่พ้นดินดูล่อตาล่อใจ พวกมันไม่ได้เหี่ยวเฉาหรือเน่าเสีย แต่กลับถูกรักษาสภาพความสดใหม่เอาไว้ ณ จุดที่สมบูรณ์ที่สุด ราวกับเวลาในแปลงผักแห่งนี้ถูกหยุดเอาไว้
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของกู้อวี่ซีในเวลานี้ ไม่ใช่อาหาร ทว่าเป็นสิ่งก่อสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางมิติ
บ่อน้ำวิเศษ…
บ่อหินสีขาวแกะสลักลวดลายโบราณ ภายในมีน้ำใสแจ๋วที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว ไอหมอกสีขาวบางเบาลอยอวลอยู่เหนือน้ำ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นที่เพียงแค่สูดดมก็ทำให้ความเหนื่อยล้าทางจิตใจมลายหายไปสิ้น
กู้อวี่ซีเดินตรงเข้าไปที่บ่อน้ำ นางรู้ดีว่าร่างกายของเจ้าของร่างเดิมนี้บอบช้ำเพียงใด ทั้งอดอาหารมาแรมเดือน ทั้งต้องทนพิษไข้ป่าและแดดเผา หากไม่รีบฟื้นฟู ขืนเดินทางต่อไปอีกสองเดือน นางคงได้ตายซ้ำสองเป็นแน่
มือเรียวบางกอบเอาน้ำวิเศษขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
อึก... อึก...
