ตอนที่ 2 สยบสะใภ้ใหญ่ - 1
เปลวแดดเหนือหัวแผดเผาลงมาประดุจเตาหลอมนรก บรรยากาศรอบกายของตระกูลกู้ตกอยู่ในความเงียบงันจนน่าอึดอัด หลังจากที่กู้อวี่ซีกล่าววาจาหนักแน่นว่าจะไม่มีใครในครอบครัวต้องอดตาย สายลมร้อนที่พัดพาฝุ่นทรายมากระทบใบหน้า ไม่อาจพัดพาความตื่นตะลึงระคนสงสัยออกไปจากใจของทุกคนได้
ทว่าความเงียบนั้นดำรงอยู่ได้เพียงไม่นาน ความหิวโหยและความเห็นแก่ตัวก็เข้าครอบงำจิตใจของมนุษย์อีกครั้ง
หวังซื่อสะใภ้ใหญ่ผู้มีดวงตาเล็กหยีและใบหน้าอวบอูมกว่าใครเพื่อนในยามข้าวยากหมากแพงนี้ ได้สติกลับมาเป็นคนแรก นางสะบัดศีรษะขับไล่ความหวาดกลัวไร้สาระเมื่อครู่ออกไป
‘นังเด็กเหลือขอนี่เพิ่งฟื้นจากความตาย ร่างกายอ่อนแอปวกเปียกปานนั้น จะมีเรี่ยวแรงอะไรมาทำร้ายนางได้? เมื่อครู่นางคงแค่ตาฝาดไปเองที่เห็นสายตาน่ากลัวนั่น!’
สายตาของหวังซื่อเหลือบไปเห็นห่อผ้าขะมุกขะมอมในมือของแม่เฒ่าเฉินซื่อ นางรู้ดีว่าในนั้นมีแผ่นแป้งธัญพืชหยาบชิ้นสุดท้ายของครอบครัวซ่อนอยู่ มันคือเสบียงก้นถุงที่แม่เฒ่าเฉินซื่อหวงแหนยิ่งกว่าชีวิตและเก็บไว้เพื่อยื้อลมหายใจของบุตรสาวสุดที่รัก
“ต้าเป่าของแม่ โธ่... ลูกแม่หิวจนตาลายหมดแล้วใช่หรือไม่!” หวังซื่อแสร้งบีบน้ำตา ร้องห่มร้องไห้เสียงดังลั่นพลางดึงกู้ต้าเป่า บุตรชายวัยเก้าหนาวของตนมาดันไว้ด้านหน้า
“ท่านแม่! ท่านจะใจจืดใจดำเห็นหลานชายสายเลือดแท้ๆ ของตระกูลกู้ต้องอดตายจริงๆ หรือเจ้าคะ! นัง... ซีเอ๋อร์เพิ่งฟื้น ยังไม่ต้องกินอะไรหรอก แต่วัยกำลังโตอย่างต้าเป่านั้นทนไม่ได้ เอาแผ่นแป้งนั่นมาให้ต้าเป่าเถิดเจ้าค่ะ!”
ไม่พูดเปล่า หวังซื่ออาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความหน้าหนาของนาง พุ่งตัวเข้าไปดั่งสุนัขตะกละตะกลาม มืออวบอูมทั้งสองข้างเงื้อออกหมายจะฉกชิงห่อผ้าในมือของแม่เฒ่าเฉินซื่อ
“นังสะใภ้หน้าเหม็น! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” นางเฉินซื่อตื่นตระหนก รีบกอดห่อผ้าไว้แนบอกแน่น กู้ต้าไห่ผู้เป็นบิดาก็พยายามจะเข้ามาขวาง แต่ด้วยความชราและเรี่ยวแรงที่ถดถอยจากการขาดอาหาร ทำให้เขาถูกหวังซื่อผลักจนเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นฝุ่น
“ท่านพ่อ!” พี่ชายรองกู้เอ้อร์และพี่ชายสามกู้ซานอุทานเสียงหลง รีบเข้าไปประคองบิดา
ในเสี้ยวที่ความวุ่นวายกำลังปะทุถึงขีดสุดนั้นเอง...
ฟึ่บ!
มือที่ผอมบางจนเห็นข้อกระดูกของกู้อวี่ซี พุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าดุจงูพิษฉกเหยื่อ นิ้วทั้งห้าของนางคว้าหมับเข้าที่ข้อมืออวบหนาของหวังซื่อเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก!
“โอ๊ย! เจ็บนะ! ปล่อยข้านะนังเด็กบ้า!” หวังซื่อแผดเสียงร้องลั่น พยายามจะสะบัดมือออก แต่น่าประหลาดใจยิ่งนักไม่ว่านางจะออกแรงดึงมากเพียงใด ข้อมือของนางกลับถูกตรึงแน่นอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยนิด!
หวังซื่อเบิกตากว้าง ก้มมองมือน้อยๆ ที่จับข้อมือตนเอง สลับกับเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือ ก่อนที่ลมหายใจของนางจะสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน
กู้อวี่ซีค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายของนางจะโงนเงนเล็กน้อยราวกับกิ่งหลิวลู่ลม แต่ออร่าที่แผ่ซ่านออกมากลับหนักหน่วงจนกดทับให้ผู้คนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก นัยน์ตาที่เคยใสซื่อและเย่อหยิ่งแบบเด็กสาวที่ถูกตามใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นห้วงลึกสีนิลที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปีที่ใต้บาดาล มันเป็นสายตาของนักล่า เป็นสายตาของผู้บัญชาการแห่งยุควันสิ้นโลกที่มองดูเศษสวะ!
“ข้าเพิ่งบอกไปเมื่อครู่ ว่าข้าจะไม่ยอมให้ใครอดตาย” น้ำเสียงของกู้อวี่ซีราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์โกรธ แต่มันกลับทำให้คนฟังขนลุกซู่ “แต่ดูเหมือนเจ้า จะไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าพูดเลยสินะ หวังซื่อ”
“จ... เจ้า! เจ้ากล้าเรียกชื่อข้าห้วนๆ หรือ! ข้าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่นะ!” หวังซื่อพยายามข่มความกลัว ตะคอกกลับเสียงสั่น
“พี่สะใภ้ใหญ่?” กู้อวี่ซีแค่นเสียงหัวเราะหยันในลำคอ “ในยามที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย กฎเกณฑ์อาวุโสบ้าบออันใดข้าไม่สนทั้งนั้น!”
พูดจบกู้อวี่ซีก็สะบัดมือเพียงเบาๆ ทว่าแรงที่ส่งออกไปกลับมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการถึง ร่างอวบของหวังซื่อปลิวหวือลอยละลิ่วไปกระแทกกับพื้นดินหยาบกระด้างห่างออกไปถึงสามก้าว!
