ตอนที่ 1 ลืมตาตื่นกลางภัยแล้ง - 3
เมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่าเสบียงอาหาร เมล็ดพันธุ์พืช และของใช้ต่างๆ ที่นางกักตุนไว้จากโลกก่อนยังคงอยู่ครบถ้วน ความกังวลเกี่ยวกับภัยแล้งและความอดอยากในโลกนี้ก็มลายหายไปจนสิ้น...
‘มีมิตินี้อยู่ในมือ ต่อให้แผ่นดินจะแห้งแล้งไปอีกสิบปี ข้าก็เลี้ยงดูครอบครัวนี้ให้อ้วนท้วนสมบูรณ์ได้!’
“ท่านแม่ดูเหมือนน้องเล็กจะฟื้นแล้วจริงๆ ขะ... ข้าขอดื่มน้ำในกระบอกของน้องเล็กสักอึกได้หรือไม่ ต้าเป่าหิวน้ำจนปากแตกหมดแล้ว”
เสียงแหลมปรี๊ดที่แฝงไปด้วยความเห็นแก่ตัวของสตรีผู้หนึ่งดังขัดจังหวะความคิดของกู้อวี่ซี นางลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาเย็นเยียบดุจคมดาบตวัดมองไปยังต้นเสียง
ผู้ที่พูดคือหวังซื่อพี่สะใภ้ใหญ่ของครอบครัวตระกูลกู้ สตรีร่างท้วม ที่แม้จะอดอาหารมานานก็ยังดูมีเนื้อมีหนังกว่าใครเพื่อน กำลังจ้องมองกระบอกน้ำไม้ไผ่ในมือของเฒ่ากู้ด้วยแววตาละโมบ ข้างกายของนางมีเด็กชายวัยเก้าหนาวนามว่ากู้ต้าเป่า ยืนเกาะชายเสื้อผู้เป็นมารดาอยู่
“นังสะใภ้สารเลว!” นางเฉินซื่อตวาดแหวด้วยความโกรธจัด “น้ำอึกสุดท้ายนี้เป็นน้ำต่อชีวิตของซีเอ๋อร์! นางเพิ่งจะรอดพ้นจากประตูผี เจ้ายังมีหน้ามาแย่งน้ำของน้องสาวอีกหรือ จิตใจเจ้าทำด้วยอะไร!”
“ท่านแม่ช่างลำเอียงนัก!” หวังซื่อไม่ยอมแพ้ เถียงกลับเสียงดังจนชาวบ้านรอบๆ หันมามอง
“นางเป็นแค่ลูกสาวที่รอวันแต่งออกไปเป็นคนของตระกูลอื่น แต่ต้าเป่าเป็นสายเลือดกู้ เป็นหลานชายคนโตที่จะสืบสกุลของท่านนะ! ท่านจะปล่อยให้หลานชายอดตายเพื่อช่วยเด็กผู้หญิงที่ไม่มีประโยชน์เช่นนี้หรือ!”
“เจ้า... เจ้า!” กู้ต้าไห่โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ชี้หน้าลูกสะใภ้ด้วยมือที่สั่นเทา กู้ต้าพี่ชายคนโตที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่ก้มหน้าหน้าซีดเผือด ไม่กล้าเอ่ยปากห้ามปรามภรรยาของตน
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังคุกรุ่นและเสียงทะเลาะเบาะแว้ง กู้อวี่ซีที่นอนนิ่งอยู่นานก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า แม้ร่างกายจะอ่อนแรงและซูบผอมบางประดุจกิ่งไม้แห้ง แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มันไม่ใช่ความเอาแต่ใจของเด็กสาววัยสิบห้าอีกต่อไป แต่เป็นกลิ่นอายสังหารอันเยียบเย็นและแรงกดดันอันหนักหน่วงของนักรบที่ผ่านทะเลเลือดและภูเขาศพมานับไม่ถ้วน!
กู้อวี่ซีตวัดสายตากวาดมองหวังซื่อ นัยน์ตาดำขลับที่ลึกล้ำราวกับสระน้ำไร้ก้นบึ้งนั้นเย็นเยียบจนทำให้ผู้ที่ถูกจ้องมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง
“หุบปาก”
น้ำเสียงแหบพร่าแตะแฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดเปล่งออกมาจากริมฝีปากที่แห้งแตก เพียงคำสั้นๆ สองคำ กลับทำให้หวังซื่อที่กำลังโวยวายชะงักกึกราวกับถูกบีบลำคอ เสียงในลำคอของพี่สะใภ้ใหญ่ขาดหายไปกะทันหัน นางเบิกตากว้างมองน้องสามีด้วยความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้
ทำไม... ทำไมนังเด็กเหลือขอนี่ถึงมีสายตาที่น่ากลัวถึงเพียงนี้? ราวกับว่าหากนางปริปากพูดอีกเพียงครึ่งคำ เด็กสาวตรงหน้าจะพุ่งเข้ามาหักคอนางทิ้งเสียเดี๋ยวนี้!
กู้อวี่ซีละสายตาจากพี่สะใภ้ใหญ่ หันมามองบิดามารดาของร่างเดิมที่กำลังมองนางด้วยความตระหนกปนดีใจ เด็กสาวยื่นมือที่สั่นน้อยๆ ไปกุมมือที่หยาบกร้านของนางเฉินซื่อไว้
ริมฝีปากที่แตกระแหงพยายามฝืนยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มแรกในโลกใบนี้ เพื่อปลอบประโลมจิตใจของชายชราและหญิงชราที่รักบุตรสาวยิ่งกว่าชีวิตตนเอง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ไม่ต้องร้องไห้” นัยน์ตาของกู้อวี่ซีฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคง “ข้ายังไม่ตาย และข้าสัญญาว่าข้าจะไม่มีวันยอมให้ครอบครัวของเราต้องมีใครอดตายระหว่างทางแม้แต่คนเดียว”
สายลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านพัดพาฝุ่นทรายปลิวว่อน ทว่าคำพูดที่หนักแน่นราวกับขุนเขาของเด็กสาว กลับทำให้สมาชิกตระกูลกู้ทุกคนรู้สึกถึงความหวังประหลาดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวังของภัยแห่งความแห้งแล้งนี้!
