ตลาดมืดครั้งแรก 2
"ว้าย! หนีเร็ว!" กลุ่มคุณนายที่กำลังจะซื้อกระเป๋ากรีดร้องเสียงหลง หล่อนลืมเรื่องการซื้อขายไปสนิทใจ หันหลังวิ่งหนีตามฝูงชนไปอย่างไม่คิดชีวิต
"เดี๋ยวสิ! เงินฉันล่ะ!" กู้หว่านชิวหน้าเสีย เธอรีบยัดกระเป๋ากลับเข้าไปในเสื้อกันหนาว แต่คลื่นฝูงชนที่กำลังแตกตื่นและวิ่งเบียดเสียดกันนั้นรุนแรงเกินไป ร่างบางของเธอถูกชายฉกรรจ์คนหนึ่งชนเข้าอย่างจังจนเสียหลัก!
"อ๊ะ!"
ข้อเท้าของเธอพลิก ร่างกายเอนล้มลงไปทางด้านหลัง ในเสี้ยววินาทีนั้น กู้หว่านชิวหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความเจ็บปวดจากการถูกเหยียบย่ำจากฝูงชนที่กำลังหนีตาย
ทว่าความเจ็บปวดที่คาดคิดกลับไม่เกิดขึ้น!
หมับ!
ท่อนแขนแกร่งดุจคีมเหล็กตวัดรวบเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็วและทรงพลัง แรงดึงมหาศาลกระชากร่างของเธอให้ลอยหวือออกจากกระแสฝูงชนที่กำลังโกลาหล พริบตาเดียว แผ่นหลังของเธอก็ปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน!
กู้หว่านชิวลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เธอพบว่าตัวเองถูกดึงเข้ามาหลบอยู่ในซอกตึกแคบๆ ที่มืดสลัวและไร้ผู้คน ด้านหน้าของเธอคือถนนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ส่วนด้านหลังคือบุรุษร่างสูงใหญ่ที่กำลังกอดรัดเอวเธอไว้แน่น!
กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นสบู่ก้อนแบบผู้ชายและกลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้นลอยเตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ดุดัน อันตราย แต่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
"ชู่ว... เงียบซะ ถ้าไม่อยากถูกพวกสวมปลอกแขนแดงจับไปขัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า และสั่นพร่าเล็กน้อยดังก้องอยู่เหนือหัวของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงบนใบหูขาวสะอาดจนกู้หว่านชิวขนลุกซู่
ชายหนุ่มใช้ร่างสูงใหญ่กำยำของเขาบังเธอเอาไว้มิดชิด แขนข้างหนึ่งโอบรัดเอวคอดกิ่วที่เขาเพิ่งตระหนักได้ว่ามันเล็กจนเขาเกือบจะรวบได้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างยันกำแพงอิฐไว้เหนือศีรษะของเธอ เป็นท่าทางกักขังที่ทำให้หัวใจของคนถูกกระทำเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
กู้หว่านชิวเงยหน้าขึ้นมองคนฉวยโอกาสในความมืด แสงสลัวที่สาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สันกรามเด่นชัด และดวงตาคมกริบมาเฟียหนุ่มที่กำลังก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
เป็นเขาชายหนุ่มที่ยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าตลาดเมื่อตอนสาย!
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนโวยวายของหน่วยตรวจการก็วิ่งผ่านตรอกแคบๆ นั้นไป เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว กู้หว่านชิวก็พยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุม
"ปล่อยฉันได้แล้วสหาย" เธอเอ่ยเสียงแข็ง พยายามซ่อนความประหม่าจากการแนบชิดที่เกินพอดีนี้
แต่ทว่าท่อนแขนแกร่งที่เอวกลับไม่ยอมคลายออกเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกระชับแน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักหน่วงของอีกฝ่าย
"เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้แท้ๆ แม่จิ้งจอกน้อย ไม่คิดจะขอบคุณกันสักคำหรือไง" เสิ่นชิงซานเลิกคิ้วขึ้น มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาสีรัตติกาลกวาดมองดวงหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังบึ้งตึงด้วยความรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ยิ่งมองใกล้ๆ เธอก็ยิ่งสวย สวยจนเขาอยากจะกลืนกินลงไปทั้งตัว
"ขอบคุณที่ช่วย แต่ตอนนี้ฉันปลอดภัยแล้ว กรุณาปล่อยมือด้วย" กู้หว่านชิวถลึงตาใส่ ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป สัญชาตญาณของเธอร้องเตือนให้อยู่ห่างจากเขาทุกฝีก้าว
เสิ่นชิงซานหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่ได้ปล่อยมือ แต่กลับก้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ฉันเห็นนะว่าเมื่อกี้เธอเกือบจะขายของได้แล้ว ขาดทุนไปสิบห้าหยวนสินะ"
พูดจบเขาก็ล้วงมือข้างที่ว่างเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต หยิบธนบัตรใบละสิบหยวนสองใบออกมาแล้วยัดใส่มือของกู้หว่านชิวอย่างหน้าตาเฉย
"นี่มันอะไร?" กู้หว่านชิวมองเงินยี่สิบหยวนในมือด้วยความงุนงง
"ฉันเหมาซื้อกระเป๋าพวกนั้นของเธอทั้งหมด ยี่สิบหยวน ถือซะว่าให้กำไรพิเศษ" เสิ่นชิงซานตอบหน้าตาย แววตาของเขาไม่ได้มีความสนใจในกระเป๋าผ้าเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงคนตรงหน้าเท่านั้น
"ฉันไม่ได้เสนอขายให้คุณ และฉันก็ไม่ชอบถูกบังคับขาย!" กู้หว่านชิวพยายามจะยัดเงินคืน แต่เสิ่นชิงซานกลับรวบมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเดียวของเขา
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปชิดริมฝีปากบางที่กำลังจะเอ่ยเถียง ลมหายใจร้อนผะผ่าวรินรดกันและกัน เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายมาดอย่างลึกซึ้ง
