บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6: หุ้นขยะแห่งอนาคต และจุดแตกหัก

บรรยากาศในตลาดมืดหลังวัดเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ หลี่หมิงยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าแท่นตัดหิน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเชิดสูงบัดนี้ก้มต่ำจนคางชิดอก เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก ศักดิ์ศรีของทายาทตระกูลหลี่ กำลังจะถูกทำลายป่นปี้ หากเขาต้องคุกเข่ากราบขอขมาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้

จ้าวอี้ยืนมองคู่ปรับตลอดกาลด้วยความสะใจ แต่ลึกๆ ก็อดกังวลไม่ได้ หากหลี่หมิงต้องคุกเข่าจริงๆ ความบาดหมางระหว่างตระกูลจ้าวและตระกูลหลี่คงจะรุนแรงจนแก้ไขไม่ได้ และหลิวเย่ว์อาจจะตกอยู่ในอันตราย

หลี่หมิงสูดหายใจลึก ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เขาเป็นลูกผู้ชาย กล้าทำต้องกล้ารับ "ได้ ฉันแพ้แล้ว" เขากำลังจะย่อเข่าลง

"ช้าก่อน"

เสียงเล็กๆ แต่อำนาจดังกังวานขึ้น หลิวเย่ว์ยื่นมือไปจับแขนเสื้อสูทราคาแพงของหลี่หมิงเอาไว้ รั้งไม่ให้เขาทรุดตัวลง หลี่หมิงเงยหน้ามองด้วยความงุนงง นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความสับสน

"ลูกผู้ชายมีทองคำอยู่ใต้เข่า (ศักดิ์ศรี)" หลิวเย่ว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จะให้คุกเข่าพร่ำเพรื่อได้อย่างไร?"

"เธอ.. เธอหมายความว่ายังไง?" หลี่หมิงถามเสียงแหบแห้ง

"ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ และฉันก็ไม่ต้องการเงิน 20,000 หยวนที่คุณแพ้พนัน" หลิวเย่ว์พูดพลางหยิบเงินปึกใหญ่ที่เพิ่งได้จากการขายหยกม่วงขึ้นมาตบเบาๆ ลงบนฝ่ามือ "เงินน่ะ ฉันมีแล้ว แต่สิ่งที่ฉันขาด คือ 'ใบเบิกทาง'"

หลิวเย่ว์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลี่หมิง "ฉันได้ยินว่าตระกูลหลี่มีเส้นสายใน 'บริษัทหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้' สาขาที่เพิ่งมาเปิดทำการทดลองในเมืองนี้ ฉันต้องการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น แต่ฉันอายุไม่ถึงและไม่มีคนรับรอง"

เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กระซิบแผ่วเบา "พาฉันไปที่นั่น ใช้ชื่อของคุณเปิดบัญชีให้ฉัน แล้วหนี้แค้นเรื่องวันนี้ ถือว่าหายกัน เป็นไง?"

หลี่หมิงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความโกรธเกลียดเมื่อครู่มลายหายไป แทนที่ด้วยความประหลาดใจ เด็กคนนี้ ชนะแล้วไม่เหยียบซ้ำ แถมยังรู้จักเจรจาต่อรองเพื่อผลประโยชน์สูงสุด แทนที่จะเอาเงินพนัน 20,000 หยวน เธอเลือกที่จะสร้าง 'บุญคุณ' กับเขา และใช้เขาเป็นบันไดก้าวไปสู่เรื่องที่ใหญ่กว่า

"เธอนี่มัน ปีศาจชัดๆ" หลี่หมิงแค่นยิ้ม มุมปากกระตุกเล็กน้อย แต่น้ำเสียงไม่ได้มีความอาฆาตเหมือนเก่า "ได้! แค่พาไปเปิดบัญชีหุ้น เรื่องจิ๊บจ๊อย ฉันตระกูลหลี่พูดคำไหนคำนั้น!"

ณ บริษัทหลักทรัพย์ สาขาประจำเมือง

บรรยากาศภายในห้องโถงค้าหลักทรัพย์ในยุค 80 นั้นแตกต่างจากภาพจำในโลกอนาคตอย่างสิ้นเชิง ไม่มีจอมอนิเตอร์ LED ขนาดใหญ่ ไม่มีกราฟดิจิทัลวิ่งระยิบระยับ มีเพียงกระดานดำขนาดมหึมาที่กินพื้นที่ผนังไปทั้งแถบ บนกระดานเต็มไปด้วยตัวเลขที่เขียนด้วยชอล์กสีขาวและแดง โดยมีพนักงานสวมเสื้อกั๊กสีแดงคอยลบและเขียนตัวเลขใหม่ตามโทรศัพท์ที่ดังเข้ามา

กลิ่นบุหรี่ลอยคลุ้งผสมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของเหล่านักลงทุนรุ่นบุกเบิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเชยๆ หรือไม่ก็ชุดทหารปลดประจำการ

"คุณชายหลี่! ลมอะไรหอบมาครับเนี่ย!" ผู้จัดการสาขารีบวิ่งกระหืดกระหอบออกมาต้อนรับทันทีที่เห็นหลี่หมิงเดินเข้ามา พร้อมด้วยจ้าวอี้และเด็กหญิงตัวน้อย

"ฉันจะมาเปิดพอร์ตหุ้น ให้เพื่อนคนนี้" หลี่หมิงชี้ไปที่หลิวเย่ว์

ผู้จัดการทำตาโต "เอ่อ แต่คุณหนูท่านนี้ยัง"

"ใช้ชื่อฉันค้ำประกัน และใช้โควตาบัญชีพิเศษของตระกูลหลี่ มีปัญหาไหม?" หลี่หมิงตัดบทเสียงเข้ม

"ไม่มีครับ! เชิญทางนี้เลยครับ!"

เมื่อผ่านขั้นตอนเอกสารอันรวดเร็วด้วยอำนาจเงินตราและบารมี หลิวเย่ว์ก็ได้สมุดบัญชีหุ้นเล่มเล็กๆ มาไว้ในครอบครอง เธอเดินตรงไปที่กระดานดำ กวาดสายตามองรายชื่อหุ้นที่มีอยู่เพียงไม่กี่ตัวในยุคนั้น สายตาของเซียนหุ้นจากโลกอนาคตสแกนหา 'เพชรในตม'

"ดูนั่นสิ หุ้น 'เทคโนโลยีเฟยเทียน' ร่วงอีกแล้ว" "เหอะ! บริษัทขายแผงวงจรวิทยุเจ๊งๆ ใครซื้อก็โง่แล้ว ได้ข่าวว่ากำลังจะล้มละลาย" "ขายทิ้งเถอะ ราคาตกมาเหลือ 0.5 หยวนแล้ว ขืนถือต่อมีหวังกลายเป็นเศษกระดาษ"

เสียงซุบซิบของนักลงทุนดังเข้าหู หลิวเย่ว์หันขวับไปมองที่มุมล่างสุดของกระดาน ชื่อหุ้น "เฟยเทียน" เขียนด้วยชอล์กสีแดง ตัวเลขราคาอยู่ที่ 0.50 หยวน และกราฟเส้นที่วาดด้วยมือบนกระดาษกราฟที่แปะอยู่ข้างๆ ก็ดิ่งลงเหว

หัวใจของหลิวเย่ว์เต้นแรง เฟยเทียน หรือชื่อในอนาคตคือ 'สกายเน็ต คอร์ปอเรชั่น'! ในอีก 20 ปีข้างหน้า บริษัทนี้จะเปลี่ยนจากการผลิตวิทยุ ไปเป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารยักษ์ใหญ่ของจีน ราคาหุ้นจะพุ่งจาก 0.5 หยวน ไปแตะที่ 5,000 หยวน!

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า รัฐบาลจะประกาศนโยบายสนับสนุนเทคโนโลยีแห่งชาติ และเฟยเทียนจะเป็นบริษัทแรกที่ได้รับเงินอุดหนุน ราคาจะดีดตัวขึ้น 10 เท่าในชั่วข้ามคืน!

"ฉันจะซื้อตัวนี้" หลิวเย่ว์ชี้ไปที่ชื่อ 'เฟยเทียน'

หลี่หมิงที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ร้องเสียงหลง "เฮ้ย! เธอจะบ้าเหรอ! นั่นมันหุ้นขยะ! บริษัทนี้กำลังจะเจ๊ง โรงงานก็ไฟไหม้ไปครึ่งหนึ่งเมื่อเดือนก่อน ผู้คนเขาแห่ขายทิ้งกันหมด!"

จ้าวอี้ก็รีบเตือน "ใช่หลิวเย่ว์ พ่อฉันบอกว่าหุ้นตัวนี้อันตรายมาก อย่าเอาเงินที่เพิ่งหาได้ไปทิ้งน้ำเลย"

หลิวเย่ว์ยิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายดื้อรั้น "ในสายตาพวกนายมันคือขยะ แต่ในสายตาฉัน ฉันเห็นมังกรที่กำลังจำศีล"

เธอเทเงินสด 20,000 หยวน ที่ได้จากการขายหยกม่วงออกจากกระเป๋านักเรียน วางกองบนเคาน์เตอร์ "ซื้อหุ้นเฟยเทียน ทั้งหมด!"

พนักงานรับคำสั่งมือสั่น ขณะที่หลี่หมิงมองเด็กหญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง บ้าบิ่น หรือว่าอัจฉริยะกันแน่? เขาไม่รู้คำตอบ แต่ลึกๆ เขารู้สึกขนลุกกับความเด็ดเดี่ยวนี้ จนเผลอสั่งลูกน้องเบาๆ "ไป.. ไปเจียดเงินส่วนตัวฉันมาสัก 5,000 หยวน ซื้อตามยัยเด็กนี่ดูซิ"

ยามค่ำคืน ณ แฟลตสวัสดิการ

หลังจากแยกย้ายกับสองคุณชาย หลิวเย่ว์เดินกอดกระเป๋านักเรียนที่ภายในบรรจุใบหุ้นมูลค่ามหาศาลในอนาคต และเงินสดอีกจำนวนหนึ่งที่เหลือจากกำไรหยกแดง ซึ่งเธอเก็บไว้ 80,000 หยวน โดยไม่ได้บอกใครว่าขายได้เท่าไหร่

ฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆ อีกครั้ง บรรยากาศในตรอกทางเข้าบ้านมืดสลัวและวังเวง แต่เมื่อเดินมาใกล้ถึงห้องพัก เสียงเอะอะโวยวายที่คุ้นเคยก็ดังลอดออกมา

"นังตัวดี! ไหนแกบอกว่าไม่มีเงิน! แล้วไอ้เงินที่ซ่อนอยู่ในกระป๋องแป้งนี่มันอะไร!" เสียงตะคอกของจางเหว่ยดังลั่น ตามมาด้วยเสียงข้าวของกระจัดกระจาย

"พี่เหว่ย! อย่าเอาไปนะ! นั่นมันเงินค่าทำคลอดที่ฉันเก็บสะสมมาทีละหยวน อย่าเอาไปนะพี่!" เสียงหลิวซูกรีดร้องอย่างน่าเวทนา

หลิวเย่ว์หัวใจกระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบ รีบวิ่งขึ้นบันไดทีละสองขั้น เมื่อไปถึงหน้าห้อง ประตูเปิดอ้าอยู่ ภาพที่เห็นทำให้สติของเธอแทบขาดผึง

จางเหว่ยในสภาพเมามาย หน้าแดงก่ำ ในมือถือธนบัตรย่อยๆ ปึกหนึ่งที่แย่งมาจากมือภรรยา ส่วนหลิวซูนั่งกองอยู่กับพื้น กอดขาเขาไว้แน่น ร้องไห้ปานจะขาดใจ ท้องแก่โย้เย้กระเพื่อมตามแรงสะอื้น บนพื้นมีเศษกระป๋องแป้งที่ถูกทุบแตกกระจาย

"ปล่อย! นังบ้านี่!" จางเหว่ยสะบัดขาอย่างแรง จนร่างของหลิวซูกระเด็นไปกระแทกกับขาโต๊ะ "โอ๊ย!" หลิวซูร้องเสียงหลง เอามือกุมท้องด้วยความเจ็บปวด

"เงินแค่นี้จะไปพอใช้อะไร! ฉันติดหนี้พนันหยกอยู่ห้าร้อยหยวน! ถ้าไม่มีไปจ่ายมันวันนี้ ขาฉันโดนทุบแน่!" จางเหว่ยตะโกนคลุ้มคลั่ง "แกยังมีซ่อนไว้อีกใช่ไหม! ไปเอามา!"

เขาเงื้อมือขึ้น คว้าขวดเหล้าเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะ ทำท่าจะฟาดลงไปที่หลิวซูเพื่อข่มขู่ "อย่า.. อย่าทำฉัน" หลิวซูยกมือไหว้ ร่างกายสั่นเทา

"ตายซะเถอะมึง!"

"หยุดนะ!!!"

หลิวเย่ว์ตะโกนสุดเสียง ทิ้งกระเป๋านักเรียนลงกับพื้น ร่างเล็กพุ่งเข้าใส่พ่อบังเกิดเกล้าราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ จางเหว่ยที่กำลังเมามายและไม่ทันระวังตัว หันกลับมามองตามเสียง แต่ช้าไปแล้ว

ศีรษะเล็กๆ ของหลิวเย่ว์พุ่งชนเข้าที่ช่วงท้องน้อยของจางเหว่ยเต็มแรง! แรงกระแทกจากเด็กแปดขวบอาจไม่มากพอที่จะทำร้ายผู้ใหญ่ แต่จังหวะที่จางเหว่ยกำลังยืนขาตายและทรงตัวไม่อยู่เพราะความเมา ทำให้เขาเสียหลัก

"เฮ้ย!"

จางเหว่ยเซถลาไปข้างหลัง เท้าสะดุดเข้ากับเก้าอี้ไม้ที่ล้มระเนระนาดอยู่ ร่างสูงใหญ่หงายหลังล้มตึงลงไปอย่างแรง

โป๊ก!

เสียงศีรษะกระแทกกับขอบปูนคมกริบของธรณีประตูห้องน้ำดังสนั่นหวั่นไหว เสียงขวดเหล้าในมือหลุดร่วงแตกกระจาย

จางเหว่ยนอนแน่นิ่งไปในทันที ตาเหลือกค้าง เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากท้ายทอย นองเต็มพื้นซีเมนต์อย่างรวดเร็ว

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอย่างฉับพลัน มีเพียงเสียงสายฝนด้านนอก และเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของหลิวเย่ว์

หลิวซูเบิกตากว้าง มองดูสามีที่นอนจมกองเลือด แล้วหันมามองลูกสาวที่ยืนกำหมัดแน่น ตัวสั่นระริกอยู่กลางห้อง "พ.. พี่เหว่ย"

หลิวเย่ว์ยืนนิ่ง จ้องมองร่างของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา เธอไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็จะทำแบบเดิม! เพราะถ้าเขาไม่ล้มลงไป คนที่ต้องเจ็บตัวหรืออาจจะถึงตาย คือแม่และน้องของเธอ

"แม่" หลิวเย่ว์หันไปหาแม่ สูดหายใจลึก พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "แม่เป็นอะไรไหม?"

หลิวซูตัวสั่นงันงก รีบคลานเข้าไปหาจางเหว่ย เอานิ้วไปอังที่จมูก "เขายังหายใจ เขายังไม่ตาย แต่เลือด เลือดออกเยอะมาก" แม่หันมามองลูกสาวด้วยความหวาดกลัว "เสี่ยวเย่ว์ เรา.. เราทำพ่อเลือดออก ตำรวจจะมาจับเราไหมลูก?"

หลิวเย่ว์เดินเข้าไปใกล้ ก้มลงมองจางเหว่ยที่นอนหายใจรวยริน สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่คือวิกฤต แต่ในวิกฤต ย่อมมีโอกาส ถ้าจางเหว่ยตาย เธออาจจะเดือดร้อน แต่ถ้าเขารอด เขาจะกลับมาทำร้ายแม่หนักกว่าเดิมแน่นอน เว้นแต่ว่า

หลิวเย่ว์เงยหน้าขึ้น แววตาเด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นมา "แม่ฟังหนูนะ" เธอจับมือที่เปื้อนเลือดของแม่แน่น "นี่คืออุบัติเหตุ พ่อเมา พ่อล้มเอง เข้าใจไหม? ไม่มีใครผลักพ่อ"

"แต่ว่า"

"ไม่มีแต่!" หลิวเย่ว์เสียงเข้มขึ้น "ถ้าแม่ยอมรับว่าหนูผลัก หนูจะติดคุก แล้วแม่กับน้องจะอยู่ยังไง? พ่อจะขายแม่ทิ้งแน่ๆ"

เธอมองไปที่กองเลือด แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา "รีบไปตามคนข้างห้อง บอกว่าพ่อล้มหัวฟาดพื้น ขอให้ช่วยพาส่งพ่อไปโรงพยาบาลโดยด่วน วันนี้แหละแม่" หลิวเย่ว์แสยะยิ้มเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มที่ดูน่ากลัวตัดกับใบหน้าเด็กน้อย "วันนี้แหละ คือวันที่เราจะเป็นอิสระ"

เสียงไซเรนรถพยาบาลดังแว่วมาแต่ไกล ผสมกับเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง ละครฉากใหญ่ฉากใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น และคราวนี้ หลิวเย่ว์จะเป็นผู้กำกับชะตากรรมของครอบครัวนี้ด้วยตัวเอง!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel