บทย่อ
ย้อนเวลากลับมายุค 80 พร้อมดวงตามองทะลุหินหยก! หลิวเย่ว์ สาบานว่าจะทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของเธอ พลิกชีวิตจากเด็กกำพร้าสู่เศรษฐีนีพันล้าน! โชว์สกิล "ตาทิพย์" ตบหน้าเซียนหยกกำมะลอ กอบกู้กิจการตระกูล และปะทะคารมกับ จ้าวอี้ คู่หมั้นหนุ่มสุดหล่อสายเปย์ ที่ทั้งขี้หึงและคลั่งรักหนักมาก! นิยายรักจีนยุค 80 ที่ครบรสทั้งดราม่า ธุรกิจ และฉากฟินจิกหมอน!
ตอนที่ 1: การกลับมาของวิญญาณแค้น
สายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ แสงสว่างวาบจากอัสนีบาตสาดส่องเข้ามาในห้องนอนแคบๆ ที่อับชื้น เผยให้เห็นรอยคราบน้ำฝนที่ซึมผ่านเพดานไม้เก่าคร่ำครึหยดลงบนพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ
บนเตียงไม้ไผ่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่มีการขยับตัว ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยแปดขวบนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่ผ่านการปะชุนมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าเล็กตอบเซียวซีดเผือด ทว่าแก้มทั้งสองกลับแดงระเรื่อผิดปกติจากพิษไข้ที่รุมเร้า ลมหายใจของเธอหอบถี่กระชั้น ราวกับคนกำลังจะขาดใจ
ความเจ็บปวด นั่นคือความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาในโสตประสาทของ ‘หลิวเย่ว์’
ศีรษะของเธอปวดร้าวราวกับมีใครเอาขวานทื่อๆ มาจามผ่าลงไปตรงกลาง ความร้อนรุ่มแผดเผาไปทั่วสรรพางค์กาย ลำคอแห้งผากดั่งผืนทรายในทะเลทรายที่ไร้น้ำหล่อเลี้ยง เธอพยายามจะลืมตาขึ้น แต่เปลือกตานั้นหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วพันชั่ง
“นังผู้หญิงไร้ประโยชน์! แค่ให้กลับไปขอเงินพ่อแกมาแค่นี้ ทำไมถึงทำไม่ได้!”
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดของผู้ชายดังก้องทะลุผ่านม่านหมอกแห่งความมึนงงเข้ามาในหู เสียงนั้นเต็มไปด้วยโทสะและความหยาบกระด้าง จนทำให้ร่างเล็กบนเตียงสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณของเจ้าของร่างเดิม
“พี่เหว่ย ฉันขอร้องล่ะ เบาเสียงลงหน่อยเถอะ ลูกกำลังไม่สบายอยู่นะจ๊ะ”
เสียงหวานเครือสั่นระริกของผู้หญิงอีกคนดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความหวาดหวั่นและอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา
“ไม่สบายแล้วยังไง! มันก็แค่นอนซมเพราะตากฝน ไม่ตายง่ายๆ หรอก! แต่ฉันนี่สิจะตายอยู่แล้ว หนี้สินที่ไปกู้มาหมุนทำทุนค้าขายเขากำลังจะมาทวง ถ้าแกไม่ไปขอเงินจากตระกูลหลิวมาให้ฉันภายในพรุ่งนี้ อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน!”
เพล้ง!
เสียงข้าวของแตกกระจายตามมาติดๆ คาดว่าคงเป็นถ้วยชาหรือแจกันราคาถูกที่ถูกปาทิ้งเพื่อระบายอารมณ์ หลิวเย่ว์ที่นอนซมอยู่บนเตียงกัดฟันแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
ในความทรงจำสุดท้าย เธอคือซีอีโอสาวผู้กุมบังเหียนอาณาจักรค้าหยกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย เธอกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเพื่อเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่พม่า ทว่าจู่ๆ ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาล เสียงระเบิดดังกึกก้อง ภาพทุกอย่างตัดไปเป็นความมืดมิด
แล้วทำไม ตอนนี้เธอถึงมานอนหนาวสั่นอยู่ในห้องรูหนูที่มีกลิ่นอับชื้นแบบนี้?
หลิวเย่ว์รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ฝืนลืมตาโพลงขึ้นมา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ห้องโดยสารเครื่องบินหรูหรา แต่เป็นเพดานไม้ผุพังที่มีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมห้อง แสงสลัวจากหลอดไฟดวงเล็กที่ห้อยโตงเตงอยู่กลางห้องส่องให้เห็นสภาพแวดล้อมที่น่าอนาถ
เธอยกมือขึ้นมาดูตรงหน้า มือคู่นี้ เล็กจ้อย ผอมแห้งจนเห็นข้อกระดูก ผิวพรรณหยาบกร้านและมีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด ไม่ใช่มือเรียวงามที่ได้รับการปรนนิบัติอย่างดีของเธอ!
ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก
ชื่อของร่างนี้คือ 'หลิวเย่ว์' เหมือนกัน เป็นเด็กหญิงวัยแปดขวบที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของจีน ในปี 198X พ่อของร่างนี้ชื่อ 'จางเหว่ย' ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่จิตใจคับแคบเห็นแก่ตัว วันๆ เอาแต่ฝันเฟื่องอยากรวยทางลัดแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ แม่ของร่างนี้ชื่อ 'หลิวซู' คุณหนูตระกูลผู้ดีเก่าที่หลงผิดหนีตามผู้ชายมา จนถูกตัดขาดจากครอบครัว ปัจจุบันกำลังตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือน
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดเข้ามาในหัว ภาพพ่อที่ชอบทุบตีแม่เวลาเมา หรือเวลาที่ขอเงินไม่ได้ ภาพแม่ที่แอบร้องไห้กอดลูกสาวในวันที่ฝนตก ภาพความอดอยากที่ต้องกินข้าวต้มใสๆ จนแทบมองเห็นก้นถ้วย
ความรู้สึกเจ็บแค้น น้อยเนื้อต่ำใจ และความสิ้นหวังของเด็กน้อยเจ้าของร่างเดิม แผ่ซ่านเข้ามาเกาะกินหัวใจของเธอ จนน้ำตาเม็ดโตไหลรินออกมาจากหางตาโดยไม่รู้ตัว
"ฮึก"
เสียงสะอื้นหลุดออกมาจากลำคอแห้งผาก ทำให้เสียงทะเลาะกันด้านนอกหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
ประตูไม้บานเก่าถูกผลักเข้ามาอย่างเบามือ หญิงสาวร่างผอมบางในชุดเสื้อเชิ้ตลายดอกเก่าๆ และกางเกงขายาวสีกรมท่าเดินเข้ามา ใบหน้าของเธอซีดเซียวแต่ยังคงเค้าโครงความงามแบบผู้ดีเก่า ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ ท้องที่นูนเด่นออกมาแสดงถึงอายุครรภ์ที่แก่มากแล้ว
หลิวซู แม่ของร่างนี้
"เสี่ยวเย่ว์ ตื่นแล้วหรือลูก?" หลิวซูรีบตรงเข้ามานั่งลงข้างเตียง มือผอมบางที่สั่นเทาลูบลงบนหน้าผากของลูกสาวด้วยความห่วงใย "ตัวยังร้อนจี๋เลย แม่ขอโทษนะลูก แม่ไม่มียาดีๆ ให้ลูกกิน"
หยดน้ำตาอุ่นๆ ของผู้เป็นแม่หยดลงบนแก้มของหลิวเย่ว์
หลิวเย่ว์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความทรงจำของร่างเดิมบอกให้เธอรักและสงสารผู้หญิงคนนี้จับใจ แต่จิตวิญญาณของผู้บริหารสาวจากโลกอนาคตกลับรู้สึกขัดใจในความอ่อนแอของเธอ
ทำไมถึงยอมให้ผู้ชายเลวๆ แบบนั้นข่มเหง? ทำไมถึงยอมทนลำบากทั้งที่ตัวเองเป็นถึงทายาทสกุลหลิว?
"แม่" หลิวเย่ว์พยายามเปล่งเสียงเรียก แต่เสียงที่ออกมากลับแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน
"ไม่ต้องพูดจ้ะลูก นอนพักเถอะ เดี๋ยวแม่ไปเอาน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้นะ" หลิวซูยิ้มทั้งน้ำตา พยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้ลูกสบายใจ
แต่ยังไม่ทันที่หลิวซูจะลุกขึ้น ประตูห้องก็ถูกถีบจนเปิดออกกว้าง ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยเดินอาดๆ เข้ามาในห้อง กลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั่ว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยทำให้หลิวซูหลงใหล บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความโลภ
"ตื่นก็ดีแล้ว!" จางเหว่ยตะคอกใส่ร่างเล็กบนเตียง ก่อนจะหันไปชี้หน้าภรรยา "เห็นไหมว่าลูกมันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่สำออยเรียกร้องความสนใจ! พรุ่งนี้เช้าแกต้องกลับไปที่บ้านสกุลหลิว ไปกราบขอขมาพ่อแก แล้วขอเงินมาให้ฉันห้าพันหยวน ไม่สิ หนึ่งหมื่นหยวน! บอกไปว่าหลานสาวกำลังป่วยหนักต้องใช้เงินรักษา ถ้าพ่อแกไม่ให้ ก็บอกไปเลยว่าฉันจะขายลูกกิน!"
"พี่เหว่ย! พี่พูดอะไรออกมา!" หลิวซูเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและตกใจ เธอเอาตัวเข้าบังลูกสาวไว้ตามสัญชาตญาณ "เสี่ยวเย่ว์เป็นลูกพี่นะ! แล้วเงินตั้งหมื่นหยวน พ่อฉันไม่มีทางให้หรอก พี่ก็รู้ว่าท่านตัดขาดฉันแล้ว"
"ตัดขาดแต่ปากน่ะสิ!" จางเหว่ยแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ "ตระกูลหลิวรวยล้นฟ้าจากการค้าของเก่า แค่เศษเงินหมื่นหยวน ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก อีกอย่าง พินัยกรรมบ้าบอนั่นระบุไว้ชัดเจนว่าสมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของหลานชายคนแรก แกท้องลูกชายอยู่ไม่ใช่เหรอ? ยังไงสมบัติก็ต้องเป็นของลูกฉัน แกแค่ไปทวงส่วนแบ่งล่วงหน้ามาหน่อยจะเป็นไรไป!"
หลิวเย่ว์ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง หรี่ตาลงมองภาพตรงหน้า สมองระดับอัจฉริยะของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว
พินัยกรรม ลูกชาย มรดก
จิ๊กซอว์ทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อกัน ที่แท้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้รักใครเลยนอกจากเงิน เขาเลี้ยงดูแม่ไว้ก็เพื่อรอวันที่จะ "ผลิตทายาทชาย" ออกมาเพื่อฮุบสมบัติตระกูลหลิว และที่เขากล้ากดดันแม่ขนาดนี้ เพราะเขามั่นใจว่าแม่ไม่มีทางหนีไปไหนได้
ในยุค 80 การหย่าร้างยังเป็นเรื่องน่าอับอาย ผู้หญิงที่อุ้มท้องและไม่มีงานทำ ย่อมกลัวการถูกทอดทิ้ง จางเหว่ยใช้จุดอ่อนนี้เล่นงานแม่ของเธออย่างเลือดเย็น
"ฉันไม่ไป ฉันไม่มีหน้ากลับไป" หลิวซูร้องไห้โฮ ส่ายหน้าปฏิเสธ "ฉันทำให้พ่อเสียใจมามากพอแล้ว ฉันจะไม่กลับไปขอเงินท่านมาปรนเปรอผีพนันอย่างพี่เด็ดขาด!"
เพียะ!
ฝ่ามือหนาฟาดลงบนใบหน้าของหลิวซูอย่างแรงจนเธอหน้าหัน ร่างของคนท้องเซถลาไปชนกับขอบเตียง เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากมุมปาก
"แม่!" หลิวเย่ว์กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ความเจ็บปวดในร่างกายดูเหมือนจะหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน
จางเหว่ยเงื้อมือขึ้นจะซ้ำอีกครั้ง แต่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นดวงตาของลูกสาวที่จ้องมองมา ดวงตาคู่นั้น ไม่เหมือนดวงตาของเด็กแปดขวบที่ขี้ขลาดตาขาวอีกต่อไป มันดำขลับ ลึกล้ำ และวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตบางอย่างที่ทำให้ขนคอของเขาลุกชัน
ชั่ววูบหนึ่ง จางเหว่ยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเสือร้ายจ้องมอง ไม่ใช่เด็กหญิงตัวเปี๊ยก
"มองหน้าหาอะไร!" เขาตะคอกกลบเกลื่อนความหวั่นเกรงในใจ ก่อนจะชี้หน้าด่ากราด "จำใส่กะโหลกไว้ทั้งแม่ทั้งลูก พรุ่งนี้ถ้าไม่มีเงินมาให้ฉัน พวกแกเตรียมตัวไปนอนข้างถนนได้เลย!"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป ปิดประตูดังปังจนฝุ่นบนเพดานร่วงกราวลงมา
ความเงียบเข้าครอบงำห้องอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ของหลิวซูที่กอดท้องตัวเองแน่น เธอเจ็บปวดทั้งกายและใจ แต่ก็ยังหันกลับมาดูลูกสาว
"เจ็บไหมลูก พ่อเขาเสียงดังทำให้ลูกตกใจใช่ไหม" หลิวซูเอื้อมมือมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากลูกสาว ทั้งที่ตัวเองแก้มบวมช้ำ
หลิวเย่ว์มองดูผู้หญิงตรงหน้า ความรู้สึกผูกพันสายเลือดทำให้หัวใจของเธอบีบตัวแน่น ในชาติก่อน เธอเป็นเด็กกำพร้า ต้องปากกัดตีนถีบสร้างฐานะด้วยตัวเอง ไม่เคยสัมผัสความรักของแม่ มาชาตินี้ สวรรค์ประทานแม่มาให้ ถึงจะเป็นแม่ที่อ่อนแอและดูโง่เขลาในสายตาคนอื่น แต่ความรักที่แม่มีให้ลูกนั้นคือของจริง
มือเล็กๆ ของหลิวเย่ว์เอื้อมไปแตะที่แก้มบวมแดงของแม่ เบาๆ
"หนูไม่เจ็บ แม่เจ็บไหมจ๊ะ?"
คำพูดประโยคแรกที่หลุดจากปากในร่างใหม่ ชัดถ้อยชัดคำและนิ่งสงบเกินวัย หลิวซูชะงักไปเล็กน้อย มองดูลูกสาวที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน แววตาของลูกดูโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น
"แม่ไม่เจ็บจ้ะ แม่ไม่เจ็บ" หลิวซูสวมกอดลูกสาว ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น
ภายใต้อ้อมกอดนั้น หลิวเย่ว์ลืมตาโพลง จ้องมองไปที่ความมืดมิดนอกหน้าต่าง แสงฟ้าแลบแปลบปลาบส่องให้เห็นเงาสะท้อนของตัวเธอในกระจกหน้าต่างแตกๆ
เด็กหญิงตัวเล็ก ผอมแห้ง แต่แววตานั้นกลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น
จางเหว่ย ตระกูลจาง พวกแกคิดจะรังแกสองแม่ลูกคู่นี้งั้นหรือ? คิดจะฮุบสมบัติตระกูลหลิวงั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ
เธอคือราชินีหยกแห่งศตวรรษที่ 21 ความรู้เรื่องการค้า เล่ห์เหลี่ยมธุรกิจ และจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ยังคงอัดแน่นอยู่ในสมองนี้ และที่สำคัญ เธอรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่เต้นตุบๆ อยู่ที่ดวงตาคู่ใหม่นี้
เมื่อครู่นี้ ตอนที่จ้องมองจางเหว่ย เธอเผลอมองทะลุผ่านเสื้อผ้าของเขา เห็นซองจดหมายสีชมพูซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านใน และเห็นแม้กระทั่งไพ่นกกระจอกที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง
ตาทิพย์! สวรรค์ไม่ได้ส่งเธอมาตัวเปล่า แต่ยังมอบอาวุธสุดโกงมาให้ด้วย
ริมฝีปากซีดเผือดของเด็กหญิงวัยแปดขวบแสยะยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ควรปรากฏบนใบหน้าของเด็ก
"แม่จ๋า" หลิวเย่ว์กระซิบแผ่วเบา แต่หนักแน่น "อย่าร้องไห้เลยนะจ๊ะ ต่อไปนี้ หนูจะปกป้องแม่กับน้องเอง ใครที่มันทำร้ายเรา หนูจะทวงคืนให้สาสม!"
หลิวซูเข้าใจว่าลูกพูดปลอบใจตามประสาเด็ก จึงพยักหน้ารับทั้งน้ำตา "จ้ะลูก เราจะอดทนนะ"
ไม่ เราจะไม่อดทน หลิวเย่ว์แย้งในใจ ยุค 80 อันรุ่งโรจน์ ยุคที่ใครมือยาวสาวได้สาวเอา ฉันจะใช้มือน้อยๆ คู่นี้ กอบโกยเงินทองและอำนาจมากองตรงหน้าแม่ คอยดูเถอะ พรุ่งนี้เช้าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเอาคืน!
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องอีกครั้ง ราวกับสวรรค์กำลังลั่นกลองรบรับรู้คำปฏิญาณของเธอราชินีหยกผู้กลับมาจากความตาย

