ความกตัญญูนั้นต้องรู้ว่าใช้กับใครและใช้เมื่อไร
กู้จื่อเว่ยพยุงร่างอันอ่อนแอของตนเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความโล่งอกของยายเจียงและอารองกู้หง ทว่าแววตาของเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและตื่นกลัวอยู่เสมอยามนี้กลับราบเรียบและคมปลาบราวกับเป็นคนละคน สายตาของนางจับจ้องไปที่ลุงใหญ่กู้หลานและนางหวังป้าสะใภ้ที่ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่ ก่อนจะแค่นยิ้มเย็นชาแล้วเอ่ยปากเสียงดังฟังชัด
“ลุงใหญ่... ท่านแม่ข้าป่วยเพราะข่าวที่นางรู้ว่ากองทัพที่ท่านพ่อสังกัดถูกซุ่มโจมตีส่วนพวกและท่านปู่ก็ไม่ลังเลที่จะแยกบ้านและขับไล่พวกเราเพราะเกรงว่าพวกเราจะเป็นตัวถ่วง ในเมื่อแยกกันแล้วเงินทองควรชัดเจนหรือไม่เจ้าคะ”
"เงินอะไร นางเด็กเลวเจ้าอย่ามาทำท่าทางเหมือนข้าติดหนี้เจ้า"
"ลุงใหญ่..เบี้ยหวัดทางการนั้นเป็นชื่อท่านเพราะคนที่ต้องไปคือท่านข้าวสาร10ชั่งตอนที่ทางการส่งมอบท่านไปรับ แต่อ้างว่าท่านคือกู้จื่อน้องชายกู้หลานที่ไปทัพใช่หรือไม่ แต่เพียงแค่ไข่ป่าใบเดียวป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับลงมือเอาข้าให้ตาย เช่นนั้นเราก็ตายไปด้วยกันเถอะ ข้าเองก็อยากรู้หากทางการรู้ว่าท่านลักชื่อเปลี่ยนเสาเดิมท่านมีรายบชื่อในหมายเกณฑ์แต่กลับให้น้องชายไปแทน และยังรังแกลูกเมียเขาที่อยู่ทางนี้ ข้าก็อยากรู้บ้านใหญ่ของท่านยังจะยืดอกได้อีกหรือไม่"
"เจ้าๆๆ เจ้ากล้าหรือ"
"มีอะไรที่ไม่กล้า ลุงใหญ่ในเมื่อรายชื่อต้องไปกองทัพนั้นเดิมเป็นของท่านถึงเวลานั้นท่านต่างหากที่เป็นคนตาย ท่านคงหวังว่าเงินบำเหน็จค่าทำศพนั้นจะตกถึงท่านสินะ อยากให้บุตรชายตนเองได้ขึ้นชื่อว่าลูกของทหารกล้าหากทางสอบสวนจนรู้ว่าท่านพ่อของข้าต่างหากที่พลีชีพในสนามรบ ท่านคงได้ตายอยู่หน้าประตูเมืองให้เป็นเยี่ยงอย่างคนรุ่นหลังจริงๆ ในเมื่อไม่พูดข้าก็ต้องอดตาย ข้ายินดีที่จะขยายให้เรื่องนี้แพร่ออกไปอย่างมากก็ตายมันทั้งหมู่บ้านนี่แหละ "
ชาวบ้านเริ่มใจคอไม่ดี หาเรื่องนี้เแพร่ออกไปคนในหมู่บ้านจะทำเช่นไร มีบางบ้านบิดายอมไปเพื่อบุตร บุตรยอมไปเพื่อบิดาไม่น้อย ทางการเห็นใจชาวบ้านจึงหลับตาข้างหนึ่งมาตลอด แต่ทว่าหากมีคนร้องเรียนนั่นถึงจะเป็นเรื่องใหญ่จริง
หากชายชราปู่ของเด็กทั้งสามบีบคั้นจนเด็กกู้จื่อเว่ยคนนี้ทำอย่างที่พูดจริงๆคงเดือดร้อนกันหมดแน่ๆ กู้หวายอันเดินก้าวมาด้านหน้าเอ่ยกับเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเสื่อฟางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เว่ยเว่ยเอ๋ย เรื่องนี้กระทบกับคนในหมู่บ้านหลายครัวเรือนนัก หากเจ้าเอาความขึ้นมา ไม่ใช่แค่ลุงใหญ่เจ้านะที่จะเดือดร้อน"
"ท่านปู่ผู้นำ...ข้ากับน้องและท่านแม่ต้องยอมตายจากไปเพื่อคนทั้งหมู่บ้านหรือเจ้าคะ มีเหตุผลอันใดที่ต้องทำเช่นนั้น เห็นเราสามคนถูกรังแกกลับไม่มีสักคนยื่นมือมาทวงความเป็นธรรม แต่เมื่อเรื่องเดือดร้อนมาถึงตัวเองกลับมาอ้อนวอนให้ข้าอย่าเอ่ยออกไป เกิดเป็นคนแม้ไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือก็ใช่จะไม่รู้ว่าอะไรคือคุณธรรม"
"นี่นางหนูบ้านกู้ เจ้าต้องรู้นะว่าคนเราควรมีความกตัญญู แม้ว่าปู่กับลุงเจ้าจะทำเรื่องไม่สมควรแต่พวกเขาอย่างไรก็เป็นผู้อาวุโส"
ย่ารองภรรยาของท่านปู่รองเอ่ยเตือนนาง กู้จื่อเย่วลุกขึ้นเอ่ยกลับไปเสียงเรียบอย่างไร้อารมณ์
"แน่นอนหลักคุณธรรมย่อมต้องมีความกตัญญูที่ขาดไม่ได้ แต่สำหรับข้าความกตัญญูนั้นต้องรู้ว่าใช้กับใครและใช้เมื่อไร อย่าเอาความกตัญญูมาอ้างทั้งที่ตนเองไม่เคยทำเรื่องมีศีลธรรมสักครั้ง"
กู้จื่อเย่วลุกขึ้นช้าๆโดยมีลุงรองของนางประคองเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป นางกวาดสายตาไปยังลุงใหญ่และป้าสะใภ้ของตนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ที่สำคัญ..ตอนท่านพ่อยังอยู่เป็นท่านพ่อข้ากับลุงรองที่หาเลี้ยงบ้านใหญ่ทั้งบ้าน ลุงใหญ่ที่ควรเป็นหัวหน้าครอบครัวกลับเอาแต่อยู่โรงบ่อน ย่ารองเรื่องนี้ท่านก็รู้มิใช่หรือ เช่นนั้นท่านตอบข้าสักหน่อยใครควรกตัญญูใครกันแน่ หากพวกท่านไม่กินแต่รากไม้จนในหัวมีแต่รากฝอยมากกว่าสติปัญญาก็น่าจะรู้ว่าใครที่ต้องเป็นฝ่ายตอบแทนบุญคุณ"
