ข้าเองไม่ได้อยากใช้แซ่กู้อยู่แล้ว
กู้หวายอันถอนหายใจ กู้จื่อบิดาเด็กสามคนนี้ขยันขันแข็ง ตอนที่พวกเขาทั้งหมู่บ้านพากันอพยพมาใหม่ๆบิดาเด็กในหมู่บ้านๆยังคงรุ่นๆยังไม่มีครอบครัวกู้จื่อคนเดียวถางที่ดินได้เกือบสามสิบหมู่ กู้หงได้สิบหมู่ พี่น้องคนอื่นทำได้เพียงคนละห้าหมู่ แต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่ทางการออกโฉนด กู้เหว่ยกลับไม่ยอมให้เขาได้ไป กู้จื่อจึงได้เพียงที่ติดเชิงเขาที่มีแต่ก้อนหินก้อนกรวดเพียงสามหมู่ บ้านที่มีก็ทรุดโทรมจนตอนนี้อยู่แทบไม่ได้ อีกทั้งไกลออกไปจากหมู่บ้านถึงสองลี้ชายชราเอ่ยกับเด็กสาวที่ยืนหลังตั้งตรงอย่างตรงไปตรงมา
"เว่ยเว่ย...บอกปู่ใหญ่มาเจ้าต้องการให้เรื่องนี้จบอย่างไร"
กู้จื่อเว่ยมองไปที่ชาวบ้านเอ่ยเสียงเข้ม
"หากข้าต้องการเบี้ยหวัดของท่านพ่อก็จะมีคนอื่นเดือดร้อนสินะเช่นนั้นคืนสินเดิมท่านแม่ข้ามา มีรถเข็นไม้คันนั้น และผ้านวมที่นำมาสามผืนตอนแต่งงาน ป้าสะใภ้ใหญ่ยึดไปแล้วก็คืนมาเป็นเงินตามราคาตลาดตอนนี้ผืนละ100อีแปะเท่ากับ300อีแปะ เพราะของที่คนใช้แล้วข้าไม่เอาคืน จานชามตอนที่นางเอามาไม่มีรอยบิ่น หากจะคืนต้องคืนกลับมาในสภาพเดิมของอื่นๆที่ไม่มีมาคืนก็ตีเป็นเงินคืนมา เลื่อยกับขวานและมีดที่ท่านพ่อข้าใช้รับจ้างสร้างบ้านขึ้นเขาล่าสัตว์หาเลี้ยงคนทั้งบ้านก็คืนข้ามาด้วย"
"เหตุใดเราต้องคืน เจ้าอย่ามาสร้างเรื่องที่นี่"
หวังซื่อไม่ยอมแพ้ กู้จื่อเย่วยิ้มมุมปากเอ่ยกลับไป
"หรือจะให้ข้าทวงเบี้ยหวัดที่ลุงใหญ่แอบอ้างว่าเป็นน้องชายคนตายไปรับเงินมาแล้วทั้งหมด20ตำลึง ท่านพ่อไปกองทัพได้10เดือนแล้วเบี้ยหวัดเดือนละ2ตำลึง อ้อที่สำคัญข้าจะบอกว่า ข้า รู้ หนัง สือลุงใหญ่สัญญากู้ยืมที่ท่านเขียนให้ท่านพ่อของข้า เพื่อเอาไปเป็นสินสอดแต่งภรรยาให้พี่ใหญ่บุตรชายท่านข้ายังเก็บเอาไว้ ท่านบอกท่านพ่อข้าว่าเมื่อพี่ใหญ่เรียนจบมีเงินเดือนท่านจะคืนข้า เราไปอำเภอตอนนี้เลลยก็ย่อมได้"
กู้จื่อเว่ยเน้นคำว่า ข้ารู้หนังสือทีละคำ นางรู้หนังสือแปลว่าสัญญาเงินกู้ที่กู้หลานทำกับน้องชายนางก็อ่านออกสินะหากไปอำเภอเรื่องที่เขาให้น้องชายไปเป็นทหารแทนก็ปิดไม่อยู่ อีกทั้งยังต้องคืนเงินห้าตำลึงให้นางด้วย ไปทางไหนก็ไม่รอดใบหน้าซีดแล้วซีดอีกก่อนจะยอมทำตามข้อตกลง
กู้จื่อเว่ยไปยังบ้านกู้เพื่อขนของมารดานางกลับมา ลุงรองของเขาช่วยหลานสาวขนมา บ้านไร้มารดาท่านแม่ของเขาไม่อยู่แล้ว ม่านม่านกับลูกๆอยู่ที่นี่มีแต่คนรังแก เขาให้เมียกลับไปบ้านเดิมได้เกือบเดือนแล้วหลังจากท่านพ่อบังคับครอบครัวน้องชายแยกบ้าน
เขาส่งเงินให้เมียกับแม่ยาย ส่วนภรรยาใหม่ท่านพ่อก็คือภรรยาคนแรกมารดาของพี่ชายที่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง อีกทั้งยังมีลูกชายด้วยกันอายุสิบเจ็ดแล้ว อ่อนกว่ากู้หลินแค่สองปีท่านพ่อนอกใจท่านแม่มาตลอดเวลา แล้วเหตุใดเขาต้องกตัญญูกับนาง ในเมื่อนางลงมือทุบตีลูกเมียเขา กู้หงแยกบ้านไปแล้วเช่นกัน วันนี้ที่มาเพราะมีคนไปตามบอกว่าหลานสาวถูกคนตีจนสลบ
เมื่อมาถึงก็จัดการเอาสินเดิมมารดาและเครื่องมือหากินบิดากลับคืนมา สกุลกู้บ้านใหญ่นำเครื่องมือเกษตรและเครื่องมือก่อสร้างมาคืน ผ้านวมผืนใหม่ที่ฟางอี้เฉียวซื้อมาเพื่อจะเอาไปเป็นสินสอดให้บุตรชายคนเล็กของกู้เหว่ยถูกนำมาคืนกู้จื่อเว่ย และจานชามกับหม้อและกะทะถูกขนใส่รถเข็นไม้ กู้เหว่ยที่เดินมาจากในบ้านเอ่ยเสียงเข้ม
"แยกบ้านไปแล้วก็ไปใช้แซ่เฉินมารดาเจ้าเสีย"
กู้เหว่ยเอ่ยกับหลานสาว เขาเกลียดนางเด็กอวดดีคนนี้จริงๆ แต่ทว่ากู้จื่อเว่ยเอ่ยกลับไปอย่างไม่แยแส
"ข้าเองไม่ได้อยากใช้แซ่กู้อยู่แล้ว แต่ต้องรอทางการยืนยันก่อนว่าท่านพ่อของข้าจากไปแล้วจริงๆ หากถึงเวลานั้นข้าจะไม่ลังเลที่จะถอนแซ่กู้ออกจากเราสามพี่น้องอีกอย่างข้ารอจริงๆว่าท่านปู่จะขับไล่ลุงรองอีกคน บ้านท่านนอกจากท่านพ่อข้ากับลุงรองที่เหลือล้วนมีแต่คนเกียจคร้าน หากไม่มีลุงรองจะมีข้าวสารกรอกหม้อหรือไม่ พี่ใหญ่แต่งภรรยามาเพื่อเอาเงินบ้านนางมาเติมท้องตัวเอง ยังบอกว่าตนเองเป็นบัณฑิต น่าขายหน้ายิ่งนัก"
ชายชราตาลูกวาวด้วยความโกรธ กู้หวายอันเดินมาก่อนจะเอ่ยกับน้องชายที่เขาไม่อยากยอมรับว่ามีคนเช่นนี้ใยตระกูลเสียจริงๆ
"เจ้าสี่ โฉนดที่ดินแปลงนั้นของอาซานเจ้าจงคืนให้เว่ยเว่ยไปเสีย ข้าจำต้องรักษาชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน หากเจ้าบีบคั้นเกินไปจนนางไร้หนทางและโต้กลับไม่เลือกวิธีการ ข้าจะขับไล่พวกเจ้าออกจากหมู่บ้านแทนเสีย"
"ใช่/ใช่/ใช่"
ชาวบ้านเอ่ยเป็นเสียงเดียวกัน ทุกคนเดิมทีไม่พอใจที่เด็กคนนี้จะไปฟ้องร้องทางการ แต่เรื่องทั้งหมดเกิดจากที่กู้หลานเดิมควรเป็นคนที่ต้องไปชายแดน แต่กลับให้กู้จื่อน้องชายของตนไปแทนและยังขับไล่ลูกเมียเขาออกจากบ้าน เรื่องนี้กู้จื่อเว่ยจึงไม่ผิด
