แอบแฝง
แม้ไม่รู้ว่าภายหน้าจะได้ใช้ประโยชน์หรือไม่ แต่นางคิดว่าเก็บเอาไว้ก่อนไม่เสียหาย คนบางจำพวกอยากเข้ามาในจวนใจจะขาด มันต้องมีสิ่งของที่อยากได้แน่นอน
“แม่นมหวัง“ นางงับประตูเบาๆก่อนเรียกคนที่นางสั่งให้รอในห้องนอน
”คุณหนู หากเทียนนี้มอดข้าตั้งใจจะไปตามท่าน“ คนแก่รีบจุดไฟอุ่นยา ไม่นานกลิ่นยาก็โชยมาทั้งยังเตรียมน้ำอุ่มมาเช็ดตัวพร้อมล้างเท้าให้นาง แม้ไม่ชินแต่ก็พยายามทำตัวให้ชิน นางเหลือเวลาไม่มาก มีหลายอย่างต้องปฏิบัติ
”เมื่อเย็นอาบน้ำไปแล้ว หากอาบอีกไข้จะกลับ เช็ดตัวก่อนนะเจ้าคะ“ นางพยักหน้าตกลงแต่โดยดี
ในหัวขุ่นคิดบางอย่างวุ่นวาย ทั้งยังรอให้สาวใช้และคนสนิทจัดการเสื้อผ้านางให้เรียบร้อย จึงได้รับถ้วยยามาก็จัดการกระดกดื่มทีเดียวจนหมด เมื่อเห็นว่าทุกคนถอนหายใจนางก็เริ่มพูดในสิ่งที่ตั้งใจ
”ติดต่อไปที่ท่านน้าเมิ่ง บอกว่า…สกุลลู่อาจล่มสลายหากเขาไม่ลงจากเขามาที่นี่ เรื่องที่ข้าหายป่วย อย่าพึ่งเพร่งพรายออกไป กำชับหมิงหมิงให้ดี ถ้าเป็นไปได้ให้นางอยู่แต่ในจวน และต่อไป เชิญหมอจากที่อื่นมา เปลี่ยนหมอวันละคนได้ยิ่งดี จนกว่าท่านน้าเมิ่งจะมา ข้ายังคงเป็นคนป่วย!!“
”เจ้าค่ะ!!“ แม้ไม่รู้ว่าคุณหนูของจวนจะทำสิ่งใด แต่มั่นใจว่ามันจะดีกับทุกคนแน่นอน
ทุกคนพร้อมใจกับปฏิบัติตาม เช้านี้ จึงมีท่านหมอเดินทางเข้าจวนจวิ้นกั๋วกง เช้า1คน บ่าย1คน ล้วนแต่เป็นหมอด้านนอกทั้งสิ้น
”เห็นว่าหมอหลวงที่เมืองรักษาอาการไข้ป่าของคุณหนูไม่ได้ เมื่อเข้ามีคนในจวนประกาศหาหมอชาวบ้าน ใกล้ไกลก็ขอให้มา อาการท่าจะหนักไม่เบา“ เสียงพูดคุยดังขึ้นในตลาดนัดใกล้กำแพงวัง
”นางก็คงตรอมใจด้วย บิดามารดาพึ่งตาย พี่ชายหนีคดีทำเรื่องอื้อฉาว ราชโองการจะมาเมื่อไหร่ไม่อาจรู้ได้ แววว่าโดนคู่หมั้นถอนหมั้นอีก!!“
“คนสกุลไป่ช่างเห็นแก่ตัวนัก ตอนนี้เอาตัวรอดไม่สนใจความเป็นความตายสักนิด!!”
“นั่นสิ คุณหนูใหญ่จวนกั๋วกงหลับไหลนานนับเดือน จนทางนั้นหาคนแต่งงานด้วยใหม่อย่างหน้าไม่อาย!!”
“เห็นว่าอีก2วันจะเข้าพิธี โถ่วเอ้ย แบบนั้น…คุณชายสามและคุณหนูสี่ลู่ยังเด็กนัก พี่ชายหายสาบสูญ พี่สาวนอนเป็นผัก ชีวิตข้างหน้าจะเป็นเช่นไรกัน!!”
ข่าวลือเรื่องที่บุตรสาวคนที่2ของจวิ้นกั๋วกงนอนเป็นผักและมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ ดังกระฉ่อนจนถึงในวังหลวง
“เหตุใดจึงไม่ดีขึ้น!!” พระสุรเสียงร้อนใจเดินเข้ามาในตำหนักฮองเฮา
“กราบเรียนฝ่าบาท เมื่อเช้ามีนางกำนัลพูดคุยกันเรื่องแม่นางลู่ที่นอนป่วยหนัก ฮองเฮาที่รอนางฟื้นหวังสอบถามข่าวคราว ได้ยินเข้าจึงมีอาการทรุดเช่นนี้พะย่ะค่ะ!!” หมอหลวงที่ถูกตามตัวมารายงานอย่างกังวลใจ
”ข้าสั่งเอาไว้แล้ว ว่าอย่าให้ข่าวใดเล็ดลอดเข้ามาในวัง!! ส่งคนไปตามรัชทายาทกลับมาจากชายแดน!! อาการหนักหนาเช่นนี้…เรียกบุตรชายข้ามาดูใจฮองเฮา!!“ เสื้อคลุมชุดมังกรสีทองอาหร่ามสบัดหายไปอย่างใจเป็นทุกข์ ทันทีที่นั่งลงบนตั่งทอง สตรีที่สวยงามราวหลุดออกมาจากภาพวาดรีบคำนับ
”ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท“ พระองค์ทำเพียงแค่พยักหน้า สตรีผู้นั้นก็ถือวิสาสะ เดินขึ้นมาที่หลังโต๊ะทรงงาน ก่อนจะวางมือนุ่มนิ่มลงที่บ่าแกร่ง
”เมื่อครู่หมอหลวงเดินเข้าออกตำหนักฮองเฮา จนหม่อมฉันคิดเอาไว้ว่าพระองค์คงมีเรื่องกลัดกลุ้ม จึงรีบมาช่วยผ่อนคลาย เอาแบบนี้ดีหรือไม่เพคะ หม่อมฉันไปลองตรวจตราหายาสมุนไพรให้ดีหรือไม่“ สนมที่พึ่งเข้าวังมาเป็นที่โปรดปรานไม่น้อย ทั้งคำพูดอ่อนหวาน การเอาอกเอาใจ และยังแสดงออกแต่ด้านฉลาดทำให้ฝ่าบาทไว้ใจไม่น้อยทีเดียว
”ขอบใจสนมอี้ที่คิดเผื่อฮองเฮา สมุนไพรหายากพวกนั้น แม้แต่หมอหลวงยังตรึงมือ เกรงว่าเจ้าจะเหนื่อยเปล่า“ มือบางผ่อนแรงบีบลง ก่อนจะลูบฝ่ามือมาที่อกแกร่งแผ่วเบา
”ก่อนหน้าที่ข้าเคยได้ยินว่า สกุลจิงส่งสมุนไพรหายากมาเป็นสินเดิมให้หลานสาวคนโตอย่างแม่นางลู่ บุตรสาวท่านกั๋วกงผู้ล่วงลับ ข้าคิดว่า…“ นางกระซิบชิดหูด้วยท่าทางมีจริตจะก้าน
”เกรงว่าจะไม่เหมาะ ต่อให้แม่ทัพลู่จะหายไปพร้อมกับองค์หญิงใหญ่ แต่เราก็ยังนึกถึงความดีของจวิ้นกั๋วกง ตอนนี้บุตรสาวที่รับหน้าที่หลายอย่างนอนเจ็บป่วยอยู่ หากกระทำเช่นนั้น ไม่แน่ว่าจะถูกคนครหา ว่าเราไม่เห็นความเป็นความตายของผู้อื่น“ คำพูดราบเรียบทำสตรีที่หวังบางอย่างเม้มปากแน่น แววตาฉายเพลิงโทสะออกมาเพียงนิด แต่ก็รีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว
”หม่อมฉันคิดน้อยไปเพคะ เพียงแค่ห่วงฮองเฮาเท่านั้น“ ฝ่ามือหนาตบลงบนมือบอบบาง
”วางใจเถอะ หากองค์รัชทายาทมาอยู่ใกล้ๆ พระอาการคงดีขึ้น วันนี้เรามีเรื่องหารือกับขุนนาง เจ้าเองก็กลับไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน“
