บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70s

บทที่ 4 ทะลุมิติมาเป็นแม่แสนร้ายที่กำลังจะถูกหย่า 70s

ส่วนหลี่มู่เฉินได้ยินบทสนทนาก็พยักหน้าตาม ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้น แล้วจัดการกินข้าวผัดไข่คำแรก

เพียงแค่ข้าวเข้าปาก เด็กน้อยก็มีดวงตาเป็นประกาย จากนั้นก็พยักหน้าและยิ้มให้พี่ชาย

พอเห็นน้องชายยิ้มอย่างมีความสุข เด็กอย่างหลี่ต้าเป่าจึงยิ้มอีกคน ก่อนจะลงมือกินข้าวตามน้องชาย และเพียงคำแรกที่ได้ลิ้มรส ดวงตาของเขาเป็นประกายเหมือนกัน แถมยังเอ่ยปากชม “อร่อยมากครับแม่”

“อร่อยก็กินให้หมดจานเลยนะ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวแม่จะทำให้ใหม่” จ้าวฮุยยิ้มและบอกทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เด็กทั้งสองพยักหน้ารับ จากนั้นก็รีบกินข้าวต่อ จนจ้าวฮุยต้องปรามให้ค่อย ๆ กิน

เมื่อลูกทั้งสองกินอิ่มแล้ว เธอจึงเก็บถ้วยชามไปล้าง ก่อนจะเดินออกมาอีกครั้ง

“ลูกทั้งสองอยู่กันเองได้หรือเปล่า แม่จะออกไปซื้ออาหารสักหน่อย เสบียงบ้านเราหมดแล้ว” เธอถามทั้งสองคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ได้ครับแม่ ผมจะดูน้องเอง” หลี่ต้าเป่าตอบกลับอย่างแข็งขัน

เรื่องดูแลน้องชายเขาทำทุกวันอยู่แล้ว และไม่หวังว่าแม่จะซื้ออะไรกลับมาให้ เพราะที่ผ่านมาแค่ได้กินข้าวในแต่ละวัน ก็นับว่าดีแล้ว

“ลูกอยากได้อะไรไหม แม่จะซื้อมาฝาก” เธอยังถามอย่างใส่ใจ

“ไม่ครับ บ้านเราไม่ค่อยมีเงิน ซื้อของจำเป็นก็พอครับแม่” เป็นหลี่ต้าเป่าที่ตอบกลับมา และน้องชายก็พยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย

จ้าวฮุยได้ยินอย่างนั้นจึงนิ่งไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าลูกชายจะมีอายุเพียงห้าขวบ เพราะคำพูดคำจาของเขาเกินวัยไปมาก

“อืม ถ้าอย่างนั้นแม่ไปก่อนนะ แล้วแม่จะรีบกลับมา”

เธอพยักหน้ารับรู้และบอกลูกทั้งสองคน แล้วแสร้งเดินเข้าไปหยิบตะกร้าสะพายหลัง จากนั้นก็เดินออกจากบ้านมา

จ้าวฮุยเดินออกมาจากบ้าน ก็ต้องผ่านสายตาคนทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากบ้านของเธออยู่เกือบท้ายหมู่บ้าน แม้ไม่อยากสนใจเสียงของผู้คนที่ซุบซิบนินทา แต่ก็ต้องฟังมาตลอดทาง เพราะวีรกรรมที่ร่างเดิมทำไว้ไม่น้อยเลย

“นั่นมันจ้าวฮุย ลูกสะใภ้บ้านหลี่นี่”

“เฮ้อ...จะว่าไปแล้ว สงสารนายทหารหลี่เหมือนกันนะ แต่งเมียเข้าบ้านก็ดันเป็นคนขี้เกียจ วัน ๆ ไม่ทำอะไร ลูกก็ไม่ดูแล”

เสียงนินทาเริ่มดังมากขึ้น เหมือนอยากจะให้เจ้าตัวได้ยิน ทว่าจ้าวฮุยยังคงนิ่งเฉย นั่นเพราะร่างเดิมร้ายกาจจริง ๆ จึงทำให้คนทั้งหมู่บ้านแทบจะไม่ชอบเธอเลย

หญิงสาวจึงเดินเลี่ยงออกมาเพื่อหลีกหนีการปะทะ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เป็นใจสักเท่าไร เพราะดันมาเจอคู่อริของร่างนี้เสียได้

“หล่อนจะไปไหนน่ะ คงไปผลาญเงินพี่เจี้ยนกั๋วอีกล่ะสิ” ม่านเซียนเดินมาดักหน้าจ้าวฮุยไว้แล้วพูดอย่างไม่พอใจ

“ฉันจะผลาญเงินสามีแล้วมันยังไงเหรอ คนนอกอย่างเธอมีสิทธิ์มาสอดปากหรือไง” จ้าวฮุยเชิดหน้าขึ้นแล้วโต้กลับทันที ในใจก็คิดว่า ‘เอาสิ ด่ามาด่ากลับไม่โกงย่ะ มีปากด่าเป็นคนเดียวหรือไง’

ในขณะที่ม่านเซียนกำลังจะกรีดร้องอย่างไม่พอใจ แต่โดนเสียงกรีดร้องของจ้าวฮุยดักไว้เสียก่อน

“กรี๊ดดดดด หล่อนกล้าด่าฉันเหรอ”

จ้าวฮุยทำท่าและส่งเสียงเลียนแบบม่านเซียนตามความทรงจำที่มี โดยทุกครั้งที่อีกฝ่ายเถียงสู้ไม่ได้ ก็จะกรีดร้องแบบนี้ทุกครั้ง ย้ำว่าทุกครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะพูดต่อด้วยท่าทีกลับมาปกติ

“เธอเลิกทำตัวไร้สาระได้แล้วนะ เถียงไม่ทัน ด่าไม่ทันก็ร้องกรี๊ด ๆ ราวกับคนบ้า เอาเวลาที่ทะเลาะกับฉันไปทำประโยชน์อย่างอื่นเถอะ ฉันเองก็เบื่อจะทะเลาะกับเธอแล้ว เอาเวลาไปดูแลลูกทั้งสองยังดีกว่าเยอะเลย”

ที่หญิงสาวพูดไปอย่างนั้น เพราะนี่คือเรื่องจริง แทนที่จะเอาเวลามาทะเลาะหรือตบตีกันทุกครั้งที่เจอหน้า ไม่สู้เอาเวลาไปทำงาน หรือทำในสิ่งที่มีสาระดีกว่า จะมานั่งทะเลาะตบตีกันทำไม

ม่านเซียนแทบจะขยี้หูตัวเองกับสิ่งที่ได้ยิน ‘มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว นังจ้าวฮุยไม่อยากทะเลาะด้วย เพราะจะเอาเวลาไปเลี้ยงลูก นังนี่มันกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าเนี่ย’ เธอได้แต่คิดในใจอย่างสงสัย

จ้าวฮุยไม่สนใจจะตอบหรือพูดคุยต่อ จึงรีบเดินออกมาทันที

‘ความจริงก็อยากไปตลาดมืดดูเหมือนกัน แต่วันนี้เหมือนจะไม่เหมาะสักเท่าไร ไปแค่หน้าหมู่บ้านแล้วหาที่ลับตาคน เพื่อเอาเสบียงและอาหารออกมาดีกว่า วันหลังค่อยไปก็ได้ เผื่อว่าจะหาเงินหางานได้ อย่างน้อยสองสามวันนี้ จะต้องลองสร้างวิทยุหรือทีวีสักหน่อย เผื่อจะเอาไปขายได้ หรือไม่ ก็ไปหาซื้อของเสียของพังมาซ่อม แล้วขายเป็นของมือสองน่าจะดีเหมือนกัน’ เธอเดินไปก็ครุ่นคิดในใจไป

ส่วนม่านเซียนและชาวบ้านที่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมา ต่างมองตามแผ่นหลังของจ้าวฮุยไปจนลับสายตา เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดินจากไปง่าย ๆ โดยไม่มีเรื่องทะเลาะกับคนในหมู่บ้านหรืออริของเธอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel