บท
ตั้งค่า

2 โลกของนิยาย

ตอนที่ 2

โลกของนิยาย

 

ปัง!...ปัง!...ปัง!...

“นังเหม่ยจิง จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน สายปานนี้แล้วยังไม่ลุกขึ้นมาทำกับข้าวอีก”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยเสียงตะโกนปลุกคนในห้อง น้ำเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์ของคนตะโกนได้เป็นอย่างดี

ไม่นานนักก็มีเสียงเปิดประตูออกไป ตามมาด้วยเสียงเล็กที่พูดขึ้นมา “ย่าคะ แม่ไม่สบายค่ะ ตัวร้อนทั้งคืนเลย”

“โกหก แม่ของแกก็แค่แกล้งป่วย เพราะขี้เกียจทำงานบ้านละสิ”

“แม่ไม่ได้แกล้งค่ะ แม่ไม่สบายจริง ๆ” เสียงเด็กหญิงโต้เถียงกับผู้เป็นย่า

“ไม่เชื่อ หลีกไป ฉันจะเข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าแม่ของแกไม่สบายจริงหรือแกล้งทำ”

ไม่พูดเปล่าหญิงวัยกลางคนยังออกแรงผลักร่างเล็กออกไปให้พ้นจากประตู ก่อนจะก้าวอาด ๆ เข้าไปในห้องนอน ตรงไปที่เตียงนอนของลูกสะใภ้ ซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงราวกับไม่รับรู้การมาของเธอ

“นังเหม่ยจิง ฉันรู้ว่าแกได้ยิน ไม่ต้องมาแกล้งหลับเลยนะ” เมื่อเห็นลูกสะใภ้ยังคงนอนนิ่งก็ไม่พอใจ เอื้อมมือไปจับแขนของอีกฝ่าย ตั้งใจจะกระชากตัวขึ้นมา เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกับท่อนแขน ก็ต้องรีบดึงกลับ ด้วยว่าร่างกายของลูกสะใภ้ร้อนผ่าวราวกับมีไฟเผาอย่างที่หลานสาวพูดจริง ๆ

“ให้มันได้อย่างนี้สิ” พอรู้ว่าลูกสะใภ้ไม่ได้แกล้งป่วย หญิงวัยกลางคนก็เดินบ่นกระทืบเท้าออกจากห้องนอนไป ไม่สนใจจะดูแลหรือคิดว่าจะพาอีกฝ่ายไปหาหมอแต่อย่างใด

บทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างย่ากับหลาน คนที่นอนบนเตียงได้ยินตั้งแต่เริ่ม เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าเสียงของเด็กกับผู้ใหญ่ที่ได้ยิน เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่ หากว่าเป็นความจริง สองคนนี้เป็นใครกัน ในเมื่อบ้านของเธอไม่มีเด็กเลยสักคนเดียว จะว่าเป็นญาติพี่น้องก็ไม่ใช่ เพราะเธอมีเพียงหลานชาย แล้วอีกอย่างชื่อเหม่ยจิง ไม่ใช่ชื่อของคนจีนหรือ ครอบครัวของเธอเป็นไทยแท้ล้วน ๆ ไม่มีเชื้อสายจีนปะปนเสียหน่อย

เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน เปลือกตาหนักอึ้งจึงเผยอเปิดขึ้น ก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ ปรับให้คุ้นชินกับแสงสว่าง ทันทีที่สายตาคุ้นชินดีแล้ว ในใจก็ยิ่งมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ด้วยเพดานห้องนอนที่เห็นมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ดวงตาสีนิลรีบกวาดมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องนอนที่ไม่คุ้นตา เครื่องเรือนของตกแต่งดูล้าสมัย และไม่ใช่แบบที่ใช้กันในประเทศไทย ก่อนสายตาจะมาหยุดตรงเด็กหญิงในชุดคอจีนติดกระดุมเฉียงกับกางเกงขายาว เหมือนกับซีรีส์แนวตั้งที่เธอดูยามต้องการหาแรงบันดาลใจในการคิดพล็อตนิยาย

“หนู...หนูเป็นใครมาจากไหน แล้วที่นี่คือที่ไหนหรือ พอจะบอกพี่ได้ไหม” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามเด็กหญิงที่เดินมายืนอยู่ข้างเตียง ขนาดน้ำเสียงของเธอยังเปลี่ยนไปจนน่าตกใจ

“แม่จำหนูไม่ได้หรือคะ” น้ำเสียงเล็กสั่นเครือก่อนหยดน้ำใสจะไหลรินลงมาอาบแก้มนุ่ม

“แม่...” น้ำค้างทวนคำซ้ำเพื่อความแน่ใจ ว่าตัวเองหูไม่ฝาด ขนตาของเธอพะเยิบขึ้นพลางจ้องมองเด็กหญิงอย่างฉงน “หนูคงเข้าใจผิดแล้วละ พี่ยังไม่มีครอบครัวเลย จะมีลูกได้ยังไง” พูดพลางพยายามยันตัวลุกขึ้นมานั่ง แต่พบว่าไม่ต้องใช้ความพยายามมากเหมือนทุกครั้งก็ลุกขึ้นมานั่งได้อย่างง่ายดาย จนคิ้วดกดำเลิกขึ้นสูง

‘นี่มันอะไรกัน ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าตัวเบากว่าเมื่อก่อนมาก’ น้ำค้างเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกาย เลยก้มลงมองสำรวจตัวเอง เพียงไม่นานก็ต้องยกสองมือขึ้นมาปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็น

เมื่อร่างกายของเธอไม่ได้บวมฉุไปด้วยชั้นไขมันเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับผอมบางเพรียวลม ช่วงเอวก็คอดกิ่ว นอกจากนี้เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็เป็นเสื้อคอจีนติดกระดุมพาดเฉียงกับกางเกงขายาวไม่ต่างจากเด็กหญิง

“นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน นี่มันไม่ใช่ร่างกายฉันนี้” ...แต่เดี๋ยวก่อนชื่อเหม่ยจิงนี้มันรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน น้ำค้างรีบหันขวับไปจ้องหน้าเด็กหญิงพร้อมกับถามขึ้นมา “หนูหยุดร้องไห้ก่อนนะ หนูชื่อว่าอะไรบอกพี่ที”

‘เฟิ่งเหม่ยหลิน’ ใช้มือปาดน้ำตาตามที่ผู้เป็นแม่สั่ง พยายามทำความเข้าใจว่าที่ผู้เป็นแม่จำอะไรไม่ได้แล้วมีท่าทีแปลกไป เป็นเพราะแม่ไม่สบาย เสียงสั่นเจือแววสะอื้นตอบคำถามแต่โดยดี

“เหม่ยหลิน หนูชื่อเฟิ่งเหม่ยหลินค่ะ”

คำตอบของเด็กหญิงทำให้หัวใจของคนบนเตียงเต้นระรัว ด้วยว่าชื่อของเด็กหญิงคล้ายกับชื่อของตัวละครในนิยายเรื่องแรกที่พึ่งเขียนจบไปเมื่อสองวันก่อน ส่วนเหม่ยจิงนั้นเป็นชื่อของนางเอกแม่ของเด็กหญิงเหม่ยหลิน เพื่อความแน่ใจ เธอหันไปถามอีกครั้ง

“แล้วพี่ หมายถึงแม่ของหนู ชื่อว่าอันเหม่ยจิงใช่ไหม”

เด็กหญิงพยักหน้าขึ้นลงตอบรับ ทำเอาคนบนเตียงต้องหลับตาลงเพื่อตั้งสติ คิดทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างให้ดี ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ ความคิดไปหยุดลงตอนที่น้ำค้างเกิดอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกจนหมดสติไปบนฟูกนอนโดยที่ไม่มีใครเห็น นั่นก็หมายความว่า เธอได้ตายไปจากโลกนั้นแล้ว วิญญาณหลุดลอยออกจากร่างเข้ามาอยู่ในโลกของนิยาย นิยายที่เธอเองเป็นคนแต่งขึ้นมา ชื่อเรื่องว่า ‘เหม่ยจิง สะใภ้ที่โง่เขลา’ 

มาอยู่ในร่างของนางเอก สะใภ้บ้านนอกของตระกูลเฟิ่ง ผู้ที่ถูกบ้านสามีรังแกเอาเปรียบทุกอย่าง เพราะว่านางเอกของเรื่องหลงรักสามีจนหัวปักหัวปำ รักมากจนยอมอดทนได้ทุกอย่าง ไม่เคยคิดจะหนีหรือแยกทาง แม้ว่านางเอกกับลูกน้อยจะมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากขนาดไหนก็ตาม

“นี้ฉันกลับมามีชีวิตในร่างของนางเอกนิยายหรือ วิเศษจริง ๆ เลย”

น้ำค้างฉีกยิ้ม สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่แย่ แต่สำหรับเธอแล้วคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและวิเศษมาก ร่างกายของเธอยามนี้ผอมเพรียว ขยับเขยื้อนได้สะดวก สามารถทำอะไรที่อยากทำได้แล้ว

“ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตา ให้ฉันได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คราวนี้ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้ทำแล้ว ไม่ต้องอยู่เฉย ๆ เป็นภาระของใครอีก”

“แม่คะ แม่พูดอะไรหนูไม่เข้าใจ” เฟิ่งเหม่ยหลินจ้องมองมารดาสายตาฉงน ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี ที่มารดารู้สึกตัวแล้วแปลกไปขนาดนี้

น้ำค้างหรืออันเหม่ยจิงหันกลับมาสนใจเด็กหญิง ลูกสาวของนางเอกที่มีชะตาชีวิตรันทดน่าสงสารตั้งแต่เด็กจนโต ด้วยว่าแม่นิสัยอ่อนแอไม่สู้คน รักสามีจนไม่ลืมหูลืมตา ผู้เป็นพ่อเองก็ไม่เคยมอบความรักให้ ส่วนผู้เป็นย่ายิ่งแล้วใหญ่ มองว่าหลานสาวเป็นตัวไร้ค่าไม่เหมือนหลานชายตามความนิยมของคนจีนส่วนใหญ่ ที่จะให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่า

“หลินหลิน มาหาพี่...ไม่สิมาหาแม่มา”

เด็กหญิงมีท่าทีลังเล ก่อนจะตัดสินใจปีนขึ้นเตียงมาหาผู้เป็นแม่ ก่อนจะถูกคนเป็นแม่รวบตัวไปโอบกอดเอาไว้

“หลินหลิน ที่ผ่านมาแม่ขอโทษนะ ที่แต่งให้ชีวิตของหนูน่าสงสารจนนักอ่านด่าแล้วด่าอีก แต่ต่อไปนี้แม่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของหนูเอง แม่จะทำให้หนูมีชีวิตที่ดีกว่าที่ผ่านมาให้ได้”

เฟิ่งเหม่ยหลินไม่เข้าใจหรอกว่าแม่เป็นอะไรไป บางคำพูดก็เกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ แต่ว่าประโยคที่ว่า แม่จะทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นั้น มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมากและมีความหวัง...หวังว่าเธอจะไม่ต้องทุกข์ทรมานเหมือนที่ผ่านมาอีก

“หนูรักแม่นะคะ ดีใจที่แม่ฟื้นขึ้นมา เมื่อคืนหนูกลัวมากเลย ตอนที่แม่นอนนิ่งไม่ยอมขานรับที่หนูเรียก”

“ไม่ต้องกลัว แม่อยู่ตรงนี้แล้ว แม่จะดูแลหนูเองนะ”

แม้ว่าจะไม่เคยผ่านการมีลูกมาก่อน แต่น้ำค้างก็เชื่อว่าเธอจะทำหน้าที่แม่ได้ดี เพราะว่าเห็นตัวอย่างยามที่แม่ดูแลเธอเป็นอย่างดีแล้ว และเธอก็พร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขีดเขียนชะตาชีวิตของสองแม่ลูก ให้ต่างไปจากต้นฉบับนิยายที่เธอวางขายไปเรียบร้อยแล้ว และผลตอบรับก็ดีเกินคาดสำหรับนิยายเรื่องแรก แม้จะต้องแลกกับการถูกนักอ่านด่า ว่านางเอกโง่และอ่อนแอจนเกินเยียวยา...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel