ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

45.0K · จบแล้ว
หวังเสี่ยวชิง
21
บท
1.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

น้ำค้างหญิงอ้วนร้อยโลและป่วย หัวใจวายตายทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเรื่องแรกที่ตัวเองแต่ง ได้ใช้ชีวิตเป็นครั้งแรก แม้จะต้องกลายมาเป็นคุณแม่ของเด็กหญิง เป็นสะใภ้ที่สามีไม่รัก บ้านสามีเอาเปรียบข่มเหง

นิยายจีนโบราณพลิกชีวิตนางเอกเก่งข้ามมิตินิยายย้อนยุคเกิดใหม่ในนิยายผู้ชายอบอุ่นคนธรรมดาแม่ผัวลูกสะใภ้แม่เลี้ยงเดี่ยว

1 พี่ก็อยากใช้ชีวิตเหมือนกัน

ตอนที่ 1

พี่ก็อยากใช้ชีวิตเหมือนกัน

 

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงกระทืบเท้าอย่างหนักไล่ขึ้นมาตามขั้นบันไดเหมือนพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ เพียงแค่ฟังเสียงก็รู้ว่าเจ้าของเสียงไม่พอใจอย่างรุนแรง ไม่นานเสียงฝีเท้าก็มาหยุดลงตรงหน้าประตูห้องนอน ตามมาด้วยเสียงดัง

ปัง!...บานประตูถูกกระชากเปิดอย่างแรงไปชนเข้ากับผนังห้อง โดยที่คนเปิดไม่ใส่ใจว่าบานประตูจะพังหรือไม่พัง

“เบา ๆ ก็ได้ฝน เดี๋ยวประตูห้องนอนของพี่ก็พังพอดี”

เสียงตำหนิแผ่วเบาหลุดออกจากปากของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนฟูกนอนขนาดใหญ่ ตรงหน้ามีโต๊ะญี่ปุ่นวางอยู่ บนโต๊ะมีโน้ตบุ๊กตัวหนึ่งกำลังเปิดหน้าจอค้างอยู่ในหน้าโปรแกรมเวิร์ด ปลายนิ้วอวบอูมชะงักค้างอยู่บนแป้นพิมพ์ที่แยกออกมา ดวงตาเล็กจับจ้องมองใบหน้าเรียวได้รูปไม่วางตา ด้วยนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น

“ถ้ากลัวพังนัก พี่ก็เดินลงไปหาอะไรกินเองซิ ไม่ต้องให้คนอื่นยกมาประเคนให้ถึงที่แบบนี้”

น้ำเสียงห้วนกระชากกล่าวตอบราวกับไม่แยแส ว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร เท่านั้นไม่พอถาดที่ถือติดมือมา ยังถูกวางลงอย่างแรงบนโต๊ะญี่ปุ่นอีกตัวที่อยู่ข้างโต๊ะตัวแรก โชคดีที่วันนี้เป็นข้าวกะเพราหมูกับไข่ต้มสองฟอง หากเป็นอาหารเมนูน้ำละก็ คงได้หกเลอะเทอะไม่ได้กินกันพอดี

“ถ้าพี่ลงไปได้ พี่ลงไปแล้ว ไม่ต้องลำบากฝนยกข้าวมาให้พี่ทุกมื้อหรอก”

ร่างใหญ่ที่ชั่งน้ำหนักครั้งล่าสุดได้หนึ่งร้อยแปดกิโลพูดกับน้องสาวอย่างใจเย็น ไม่ถือสากับคำพูดด้วยอารมณ์ของคนที่ยืนหน้างอค้ำศีรษะตัวเองอยู่ ด้วยความที่ว่า ‘น้ำค้าง’ เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติด้านฮอร์โมน ทำให้การเผาผลาญทำงานไม่ดีเหมือนคนอื่น ถึงจะกินน้อยเท่าไร ร่างกายก็ขยายออกด้านข้างเสียส่วนมาก

ตอนเด็กพ่อกับแม่พาไปรักษากับหมอและควบคุมอาหารไปควบคู่กัน มีออกกำลังกายตามกำหนดที่วางเอาไว้ น้ำหนักตัวก็ยังควบคุมอยู่ในระยะที่ไม่อันตรายได้ แต่หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ร่างกายของเธอกับขยายตัวมากและเร็วยิ่งขึ้น จนน้ำหนักตัวพุ่งทะลุเกินร้อยกิโลไปแล้ว

พอน้ำหนักตัวมาก ก็ส่งผลต่อข้อเท้าที่รับน้ำหนักตัวไม่ไหว ยามลงน้ำหนักแต่ละครั้งปวดระบมจนแทบไม่อยากจะลุกขึ้นยืน เท่านั้นไม่พอผลตรวจเมื่อหนึ่งปีก่อน ยังพบว่าเธอมีอาการของโรคหัวใจร่วมด้วย สามารถหัวใจวายได้ทุกเมื่อ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องนอน ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็นได้ น้องสาวเพียงคนเดียวก็ต้องรับหน้าที่คอยดูแลพี่สาว ยกข้าวยกน้ำขึ้นมาส่งให้ถึงที่ วันหยุดก็ไม่สามารถออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ได้ เพราะพ่อแม่ต้องออกไปทำงานหาเงินเข้าบ้าน

จึงไม่แปลกที่น้องสาวจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวในระยะหลัง ๆ มานี้ ยิ่งเพื่อนในรุ่นราวคราวเดียวกันได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยกันหมดแล้ว แต่ ‘สายฝน’ กลับต้องติดแหง็กคอยดูแลพี่สาว ไม่ได้ไปทำตามความฝันของตัวเอง

“พี่รู้ตัวก็ดีแล้ว ว่าทำคนอื่นเขาลำบาก ถ้าไม่ใช่เพราะต้องคอยหาข้าวหาน้ำให้พี่ คอยดูว่าพี่จะหัวใจหยุดเต้นเมื่อไร ฉันคงได้อยู่ในชุดนักศึกษา ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่ต้องติดอยู่กับพี่แบบนี้ ฉันเบื่อ พี่ได้ยินไหมว่าฉันเบื่อ ทำไมพี่ไม่ตาย ๆ ไปซะ”

สายฝนระเบิดอารมณ์ออกมา หลังจากกลั้นความรู้สึกคับข้องใจมานานแล้ว วันนี้เพื่อน ๆ ในกลุ่มส่งรูปในรั้วมหาวิทยาลัยมาอวด ส่งภาพเพื่อนร่วมห้องที่เธอแอบชอบมาให้ดู มันยิ่งทำให้เธออิจฉา อิจฉาที่เพื่อน ๆ ได้อยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบชอบ จนนำมาโทษว่าเป็นเพราะพี่สาว ที่ทำลายโอกาสนี้ของเธอ

เพียะ!

ยังไม่ทันที่น้ำค้างจะได้ขอโทษน้องสาว ที่ทำให้ชีวิตของน้องสาวลำบาก แม่ที่เลิกงานกลับมาตอนไหนก็ไม่มีใครรู้ เดินขึ้นบันไดมาทันได้ยินคำพูดของสายฝนพอดี จึงเข้าห้องมาฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของสายฝนไปครั้งหนึ่ง ทำให้ใบหน้าเรียวสะบัดไปตามแรงฟาด

“แม่...แม่ตบหน้าฉันทำไม” สายฝนยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่ถูกแม่ตบ ดวงตาเรียวรื้นหยาดน้ำตามองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาตัดพ้อ นี้นับว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่เธอถูกแม่ตบหน้า ที่ผ่านมาพ่อกับแม่ไม่เคยใช้ไม้เรียวในการสั่งสอนลูกสาวทั้งสองคนเลยสักครั้ง

“ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้ ลูกจะพูดกับพี่เขาแบบนี้ไม่ได้” มือข้างที่ตบหน้าลูกสาวสั่นระริก น้ำเสียงที่พูดออกมาสั่นเครือ แต่ก็พยายามใจแข็งไม่เข้าไปปลอบขวัญ ด้วยครั้งนี้ลูกสาวคนเล็กทำเกินไปแล้ว

“แม่คะ น้องไม่ได้ตั้งใจ แม่อย่าถือสาน้องเลยค่ะ” น้ำค้างเองก็ตกใจ ที่เห็นแม่ตบหน้าน้องสาว แม้หัวใจจะปวดร้าวกับคำที่น้องสาวบอกให้ไปตาย แต่ความห่วงใยกลับมีมากกว่า ด้วยเข้าใจดีและเชื่อว่าหากเป็นตัวเธอเอง ที่ต้องคอยดูแลคนป่วย ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตตามแบบที่ตัวเองต้องการ ก็คงจะมีอารมณ์ไม่พอใจ คับแค้นใจเหมือนน้องสาวเช่นกัน

“เงียบไปเลยน้ำค้าง ไม่ต้องปกป้องน้องอีก” คนเป็นแม่หันมาเอ็ดลูกสาวคนโตที่ป่วยด้วยโรคอ้วนกับโรคหัวใจ ที่ผ่านมาเธอกับสามีต้องออกไปทำงาน เพื่อหาเงินมาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ถึงจำเป็นต้องให้ลูกสาวคนรองอยู่บ้านคอยดูแลพี่สาว แต่ก็ไม่ได้จะให้อยู่ดูแลตลอดหรอก ตั้งใจเอาไว้ว่า หากลูกสาวคนโตได้รับการผ่าตัดหัวใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว เธอจะให้ลูกสาวคนเล็กเข้ามหาวิทยาลัยเรียนต่อสาขาที่เขาอยากจะเรียนได้ โดยไม่นึกว่าน้องสาวจะรู้สึกต่อพี่สาวเช่นนี้

สายฝนไม่ได้ซาบซึ้งใจที่พี่สาวออกโรงปกป้อง กลับคิดว่าที่พี่สาวทำยิ่งทำให้แม่โกรธตัวเองมากขึ้นไปอีก แล้วที่ผ่านมาอะไร ๆ พ่อกับแม่ก็จะนึกถึงพี่สาวก่อนเสมอ ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของเธอเลย

“พี่ไม่ต้องแกล้งมาปกป้องฉันเลย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ฉันคงไม่ถูกแม่ตบหน้า แม่เองก็เหมือนกันอะไร ๆ ก็นึกถึงแต่พี่ก่อน แล้วฉันล่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตของฉันบ้าง”

พูดจบสายฝนก็หมุนตัววิ่งออกจากห้องนอนของพี่สาวไป ไม่สนใจเสียงเรียกของแม่กับพี่สาว คนเป็นแม่เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามลูกสาวคนเล็กไป

ตอนแรกน้ำค้างก็นึกว่าแม่จะลงไปปลอบใจ ไปปรับความเข้าใจกับน้องสาวดี ๆ แต่เปล่าเลย...แม่ยังคงตำหนิและพยายามบังคับให้น้องสาวกลับขึ้นมาขอโทษเธอ จนกลายเป็นการทะเลาะกันของแม่กับลูก

เสียงทะเลาะโต้ตอบกันไปมา ดังเล็ดลอดขึ้นมาถึงชั้นสองของตัวบ้าน ผ่านประตูที่เปิดอ้าค้างมาเข้าโสตประสาทของเจ้าของน้ำหนักร้อยกว่ากิโล ที่ไม่มีสมาธิเขียนนิยายเรื่องที่สองของชีวิตต่อได้ เธอเอาแต่นั่งนิ่งฟังทุกถ้อยคำที่บาดลึกเข้ามาเล่นงานจิตใจ ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มแต่ไม่มีเสียงสะอื้นให้ได้ยิน

หัวใจของน้ำค้างจมดิ่งลงเรื่อย ๆ ลงในอ่างน้ำแข็งเย็นเฉียบ คิดถึงช่วงเกือบสองปีมานี้ ที่เป็นภาระให้กับน้องสาวต้องคอยมาดูแล พ่อกับแม่ก็ต้องทำงานหนักแทบไม่มีเวลาพัก เพื่อหาเงินมาไว้สำหรับการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ เธอเกิดมาเพื่อทำให้ทุกคนลำบากโดยแท้ หากไม่มีเธอสักคน น้องสาวก็จะได้เรียนมหาวิทยาลัยพร้อมกับเพื่อน พ่อกับแม่ก็จะได้พักผ่อนมากขึ้น

“ขอโทษนะคะพ่อแม่ ขอโทษนะฝน พี่ทำให้ทุกคนลำบาก หยุดเถอะ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว”

ยิ่งคิดยิ่งได้ยินเสียงทะเลาะกันดังขึ้นมาไม่หยุด หัวใจของน้ำค้างยิ่งเต้นผิดปกติ เต้นถี่รัวมากยิ่งขึ้นราวกับจะกระแทกหลุดออกมาจากอก จนเธอต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกเอาไว้ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นขึ้นจนถึงคอหอย ลมหายใจเริ่มติดขัด

“แฮก!...แฮก!”

เสียงหอบเหนื่อยดังก้องสะท้อนห้องแม้ไม่ได้ออกแรง แขนขาเริ่มอ่อนแรงทรงตัวเอาไว้ไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนอนกระสับกระส่ายอยู่บนฟูกนอน สองขาป่ายปะถีบโต๊ะญี่ปุ่นล้มคว่ำจนโน้ตบุ๊กกับโทรศัพท์มือถือกระจัดกระจายไปคนละทาง

ใบหน้าอวบเริ่มซีดเซียวไร้สีเลือด แต่ริมฝีปากกลับเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ “ไม่...ไหว...หายใจไม่ออก”

ดวงตาสองข้างพร่ามัวจนมองแทบไม่เห็น ก่อนสติสุดท้ายจะเข้าสู่ความมืดมิด ความคิดความปรารถนาสุดท้ายกลับปรากฏอย่างแรงกล้า

‘ฝน พี่เองเข้าใจฝนนะ เพราะพี่ก็อยากใช้ชีวิต อยากทำอะไรเหมือนที่ทุกคนทำกัน พี่ไม่ได้อยากเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในห้องนอนแบบนี้ หากเป็นไปได้ พี่ก็อยากจะมีร่างกายปกติ มีหัวใจที่แข็งแรง ทุกคนในครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก...ลาก่อน...ทุกคน’

หัวใจดวงน้อยจากที่เต้นแรงกลับกลายมาเป็นเต้นช้าลงเรื่อย ๆ แล้วท้ายที่สุด หัวใจดวงนั้นก็หยุดเต้นไปเลย...