บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 หาที่อยู่ใหม่

ตอนที่ 4 หาที่อยู่ใหม่

ซูหนานอวี้มารดาของซูอวิ๋นหนิงหลังจากสูญเสียสามีนางเฝ้าเลี้ยงดูบุตรสาวมาเป็นอย่างดี มอบความรักให้อย่างไม่ขาด เมื่อได้ยินว่าบุตรสาวของตนเองถูกรังแก นางแทบอยากจะถลาตัวบุกไปที่เรือนตระกูลเว่ย แต่ก็ถูกอวิ๋นหนิงห้ามเอาไว้ ให้มารดาใจเย็น ๆ เล่าทุกอย่างให้ฟัง ทว่าไม่ได้เล่าในทุก ๆ เรื่องเช่นเรื่องที่นางมิใช่อวิ๋นหนิงและทะลุมิติเข้ามา เล่าเพียงถูกครอบครัวตระกูลเว่ยหลอกใช้และเรื่องราวที่นางเคยพบเจอ และยังบอกกล่าวแผนการที่นงต้องการทำต่อจากนี้

นั่นคือการหลอกลวงคนตระกูลเว่ยและชาวบ้านว่านางตายจากโรคระบาดเพื่อพามารดาออกไปเดินทางไปหมู่บ้านอื่นที่ห่างไกลจากที่นี่สร้างตัวหาหนทางร่ำรวยเพื่อแก้แค้นคนตระกูลเว่ย

“โธ่ ๆ อวิ๋นหนิงเป็นความผิดของแม่ผู้นี้เอง แม่คิดว่าซ่งเถาจะรักเจ้าด้วยใจจริง ข้าอุตส่าห์เชื่อใจมอบเจ้าให้เขาไป แต่เป็นข้าเองที่ผลักเจ้าลงนรก” อวิ๋นหนิงถอนหายใจจ้องมองมารดาที่นั่งเศร้าหมองโทษว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของนาง อวิ๋นหนิงยื่นมือมาจับมือของมารดาทั้งสองข้าง

“ท่านแม่นี่มิใช่ความผิดของท่านแต่เป็นความผิดของคนพวกนั้นต่างหากเล่าเจ้าคะ อย่าโทษตนเองเลย ข้าไม่ต้องการให้ท่านแม่เสียใจ สิบปีแก้แค้นยังไม่สาย ช่วยทำตามแผนที่ข้าบอกเถอะเจ้าค่ะ เราจะได้ออกไปจากที่นี่ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นกังวลนะเจ้าคะ ข้าจะดูแลท่านแม่ด้วยสองมือของข้าเอง” ซูหนานดวงตาแดงก่ำจ้องมองบุตรสาวของนางด้วยความสงสารปนเสียใจ นางถูกย่ำยีรังแกแถมยังตั้งท้องอยู่อีกด้วย

อวิ๋นหนิงแสร้งทำเป็นป่วยเจียนตาย ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวเมื่อได้ยินเรื่องของนางจากแม่สามีอย่างอวี้เฉิน ที่บอกผู้อื่นว่ายามนี้ลูกสะใภ้ได้เลิกลากับบุตรชายของนาง ด้วยความรักของนางจึงยอมออกจากเรือนเพราะกลัวพ่อแม่สามีจะติดโรคระบาด

อวิ๋นหนิงระหว่างที่อยู่เรือนเดิมของตนเอง นางได้จัดการทำหุ่นเสมือนตัวของนาง จัดการแสร้งว่านางได้ตายจากโรคระบาด ในงานศพของนางไม่มีผู้ใดเข้ามาแสดงความเสียใจเพียงผู้เดียวเพราะกลัวโรคระบาด ซูหนานอวี้จึงนำร่างของนางไปฝังเพียงลำพังก่อนจะเดินทางออกจากหมู่บ้านแห่งนี้เพราะชาวบ้านหวาดกลัวว่านางจะติดโรคระบาดจากอวิ๋นหนิง นางไม่ได้เรียกร้องหรือโวยวายจะอยู่ต่อและยอมเดินทางออกไปง่าย ๆ แม้ว่าในยามนั้นหิมะจะตกอยู่

กรุ๊บกรั๊บ กรุ๊บกร๊บ

เสียงฝีเท้าของม้าวิ่งตรงไปยังหมู่บ้านหยุนซี ในรถม้ามีสตรีสองนางในรถม้ายิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“วันนี้อากาศเริ่มปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใสมากกว่าทุกวันดูสิเจ้าคะท่านแม่ ดูเหมือนจะหมดฤดูเหมันต์แล้ว ต่อจากนี้เราสองแม่ลุกจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน ท่านแม่ไม่ต้องเป็นกังวลนะเจ้าคะ เพียงเชื่อมั่นในตัวของข้าก็พอ ข้าจะเลี้ยงดูท่านแม่กับเด็กน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกนี่ด้วยตัวของข้าเอง" ซูหนานอวี้ยิ้มกว้างเมื่อเห็นบุตรสาวของตนยิ้มกว้างกว่าทุกวัน นางต้องทนพบเจอเรื่องราวร้าย ๆ ในเรือนตระกูลเว่ยมานาน ดีแล้วที่นางตัดสินใจหาหนทางออกมาจากที่นั่น

“แม่เชื่อใจเจ้าเสมอ ต่อจากนี้แม่จะช่วยเจ้าอีกแรง”

ทั้งสองจ้องมองออกมาจากหน้าต่างรถม้า อากาศยังคงเย็นแต่วันนี้มีดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นเหนือท้องฟ้า ไร้ก้อนเมฆที่เคยหนาหิมะเริ่มละลาย เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของซูอวิ๋นหนิง

เมื่อมาถึงหมู่บ้านหยุนซีซูอวิ๋นหนิงเดินสอบถามจากชาวบ้านในตลาด นางต้องการพบผู้ใหญ่บ้านของที่นี่และต้องการซื้อที่ดินเรือนหลังน้อยสักหลังเพื่อลงหลักปักฐาน หมู่บ้านหยุนซีนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด ในอนาคตที่นี่ต้องรุ่งเรืองแน่ ๆ ในหัวสมองของนางมีแต่เรื่องธุรกิจ กิจการมากมายแล่นโลดในความคิด

“แม่นางเจ้าถามหาผู้ใหญ่บ้านไปทำไมหรือ?” เสียงชายชราผู้หนึ่งที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ได้เอ่ยถาม

“ข้าต้องการซื้อที่ดินในพื้นที่รกร้างและต้องการซื้อเรือนหลังเล็ก ๆ สักหลังพออยู่อาศัยกับท่านแม่เจ้าค่ะ ท่านลุงช่วยบอกข้าได้หรือไม่เจ้าคะเรือนท่านผู้ใหญ่อยู่ทิศทางใด” ชายชราวางจอกน้ำชาเหลือบมามองซูอวิ๋นหนิงอย่างพินิจพิเคราะห์ การแต่งกายเสื้อผ้าอาภรณ์ราวกับชาวบ้านธรรมดาจะมีเงินมาซื้อที่ดินใกล้เมืองหลวงอย่างนี้หรือ

“เจ้านะหรือมีเงินมากพอซื้อที่ดินแห่งนี้ แม้ว่าจะเป็นที่รกร้างทว่าที่ดินละแวกนี้ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด ข้าเกรงว่าเจ้าคงไม่มีปัญญา” ซูอวิ๋นหนิงใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหไม่ว่ายุคสมัยไหนผู้คนก็มักจะมองกันเพียงแค่ภายนอก

“ตึง !! ตึง !! ” ถุงเงินจำนวนสองถุงถูกวางลงบนโต๊ะทำให้ผู้ที่ดูถูกนางเมื่อครู่ถึงกับใบหน้าซีดเซียวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ข้ามีตาหามีแวว เชิญคุณหนูนั่งลงก่อนเถิด ข้าไป๋มู่หลานผู้ใหญ่บ้านของที่นี่” ทันทีที่เห็นถุงเงินไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือกิริยาเปลี่ยนไปราวกับว่าเรื่องการดูแคลนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

หึ หึ ไม่ว่าอย่างไรแต่ละยุคมีเงินย่อมมีโอกาสก่อนเสมอสินะ!

อวิ๋นหนิงได้บอกในสิ่งที่นางต้องการ นางได้ที่ดินสองหมู่และยังมีเรือนหลังเล็กๆ เป็นเรือนเก่าของชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่และจากไปไม่มีทายาทมาแสดงตน ผู้ใหญ่บ้านจึงมีหน้าที่จัดการแปลงดินแห่งนี้ และนางได้แจ้งมาพักอาศัยเป็นคนของหมู่บ้านนี้มีหนังสือแสดงตัวตนและรับรองว่ายามนี้ซูอวิ๋นหนิงกับซูหนานอวี้เป็นคนในหมู่บ้านหยุนซีเรียบร้อย เมื่อได้ทำหนังสือสัญญาการซื้อขายการครอบครองที่ดิน อวิ๋นหนิงพามารดาของนางไปตามเส้นทางที่ผู้ใหญ่บ้านบอก ยายนี้ทั้งสองได้มายืนอยู่เรือนท้ายหมู่บ้านกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พื้นที่รกด้วยหญ้าหนาทึบเรือนหลังเล็กที่เริ่มผุพัง ต่อจากนี้ที่นี่คือเรือนของนางเป็นสมบัติของนาง

“ท่านแม่เรามาช่วยกันทำเรือนร้างให้เป็นเรือนที่น่าอยู่กันเถอะเจ้าค่ะ ส่วนด้านนอกเอาไว้รุ่งสางข้าจะเดินทางไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้เขาหาคนงานมาช่วยเหลือ” นางหันกลับไปมองหน้ามารดาที่ยืนกังวลกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็คงต้องช่วยเจ้าสุดกำลังวันนี้เก็บกวาดเรือนให้ได้นอนในคืนนี้เสียก่อน เอาล่ะลงมือกันเถอะ” ซูหนานอวี้ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปดูในเรือนสิ่งใดที่พอใช้ได้นางก็เก็บเอาไว้สิ่งใดที่พังนางก็เอาออกไปข้างนอกเพื่อนำไปทิ้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel