บทที่ 4 สะใภ้บ้านจาง (2/2)
สะใภ้บ้านจาง (2/2)
แต่ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนไปหลังจากพ่อของจางกวนหย่งเสียชีวิต เขาเริ่มแสดงด้านไม่ดีที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กลายเป็นคนที่โกรธง่ายและไม่สนใจความรู้สึกของเธอ การตายของพ่อทำให้จางกวนหย่งหลงไปในเส้นทางที่ผิดพลาด เขาเริ่มติดการพนันอย่างหนักทุกวันจะไปที่บ่อนการพนันเพื่อเสี่ยงโชค เว่ยเถียนเถียนพยายามเตือนเขาหลายครั้งแต่จางกวนหย่งไม่เพียงแต่ไม่ฟังยังกลับโกรธและหาว่าเธอยุ่งไม่เข้าเรื่องอีก
เมื่อเงินเริ่มหมดไปจากการสูญเสียในการพนัน จางกวนหย่งเริ่มขู่เว่ยเถียนเถียนเพื่อให้เธอเอาเงินมาให้เขา ไม่ว่าจะเป็นเงินที่เธอได้เป็นมรดกมาจากพ่อแม่หรือเงินที่หามาจากการทำงานหนัก เธอต้องอดทนต่อคำขู่และการทุบตีจากจางกวนหย่ง เมื่อไม่ให้เงินก็จะถูกเขาทุบตีอย่างไร้ความปราณี ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำแต่ก็ไม่สามารถหาทางหลบหนีได้
เว่ยเถียนเถียนพยายามที่จะหาทางออกจากชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากนี้ แต่ทุกครั้งที่คิดจะออกไป จางกวนหย่งก็จะขู่ด้วยการบอกว่าจะตามล่าเธอจนเจอและทำร้ายเธอให้มากกว่านี้ ความกลัวทำให้ต้องยอมจำนนต่อสภาพชีวิตที่น่าสังเวช
หลังจากที่แม่สามีออกไปแล้วเว่ยเถียนเถียนก็เดินเข้าบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้าอีกเช่นเคย แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็พบกับความอุ่นใจจากภาพที่เห็น จางเสวียอี้ลูกชายวัยห้าขวบกำลังยืนอยู่ในครัวเล็ก ๆ ของบ้าน ใบหน้าของเขายิ้มแย้มแจ่มใสและดวงตาที่ใสซื่อมองแม่ด้วยความรักและห่วงใย
"แม่กลับมาแล้ว!" จางเสวียอี้พูดพร้อมกับวิ่งเข้ามากอดขาแม่อย่างดีใจ เว่ยเถียนเถียนก้มลงกอดลูกชายแน่น ความเหนื่อยล้าทั้งหมดเหมือนจะหายไปในทันทีเมื่อได้สัมผัสความรักจากลูกชาย
"วันนี้ลูกแม่ทำอะไรบ้าง" เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เห็นว่าครัวถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย มีวัตถุดิบสำหรับทำอาหารถูกวางไว้บนโต๊ะ ทุกอย่างดูเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน
"ผมทำงานบ้านหมดแล้วครับ แถมเตรียมของให้แม่ทำกับข้าวด้วยนะ" เด็กชายพูดด้วยความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่อยากจะช่วย เว่ยเถียนเถียนรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นที่ล้นหัวใจ ลูกชายของเธอไม่เพียงแต่เป็นเด็กที่น่ารักและอ่อนโยนแต่ยังเป็นเด็กที่มีความคิดโตเกินอายุ เขารู้ดีถึงความเหน็ดเหนื่อยที่แม่ว่าในแต่ละวันต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างจึงอยากช่วยเต็มที่
"ลูกเก่งมากเลย แม่ภูมิใจในตัวเสวียอี้มาก ๆ" เว่ยเถียนเถียนกล่าวชมเชยลูกชายพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อลูกชายคนนี้ เพราะเสวียอี้เป็นแรงบันดาลใจเดียวที่ทำให้เธอสามารถผ่านพ้นทุกวันที่ยากลำบากไปได้
สองแม่ลูกเริ่มลงมือทำอาหารเย็น จางเสวียอี้ก็นั่งอยู่ข้างๆ คอยช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่เด็กวัยห้าขวบจะทำได้ เขาช่วยหยิบช้อนตักข้าว ช่วยจัดโต๊ะ และยังคอยถามแม่ว่ามีอะไรที่เขาจะทำได้อีก
ในขณะที่แม่ลูกทำงานร่วมกันเสียงหัวเราะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสุขของพวกเขาดังก้องในบ้านที่แสนจะเงียบสงบ และหลังจากทุกคนทานอาหารเสร็จเว่ยเถียนเถียนก็ล้างจาน ขณะที่จางเสวียอี้ช่วยเก็บโต๊ะและจัดการงานบ้านที่ยังคงค้างอยู่
เมื่องานบ้านเรียบร้อยแล้วเว่ยเถียนเถียนพาจางเสวียอี้ไปเข้านอน เธอเล่าเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ให้ลูกชายฟังก่อนนอน เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝันที่เธออยากให้ลูกชายของเธอเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข จางเสวียอี้ฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาเล็กๆ ของเขาเริ่มหรี่ลงและในที่สุดเขาก็หลับไปในอ้อมกอดของแม่
เธอปิดไฟในห้องและล้มตัวลงนอนข้างลูกชาย ภาพของอนาคตที่เธอหวังไว้ยังคงอยู่ในใจ ความหวังเล็กๆ ที่เธอมีสำหรับชีวิตที่ดีกว่าคือแรงขับเคลื่อนให้เธอเผชิญหน้ากับวันใหม่อย่างมีความหวังและกล้าหาญ
เว่ยเถียนเถียนปิดตาลงและเข้าสู่ห้วงความฝันที่เธอหวังว่าจะเป็นจริงในสักวันหนึ่ง ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร เธอก็พร้อมที่จะสู้เพื่อให้ลูกชายของเธอมีชีวิตที่ดีกว่าและมีความสุขกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้
