หลี่ตงหยาง
“ข้าหลี่ตงหยาง ได้ยินแม่นางน้อยประกาศว่าหากชายใดยกนางเป็นภรรยาคนเดียวได้จะแต่งงานด้วย ข้าจึงอยากเข้าร่วมวงสนทนาด้วยเสียหน่อย“ ชายผู้มาใหม่ทำนางเบิกตากว้างเมื่อมองชัดๆแล้วรู้ว่าเป็นใคร
“นั่นมิใช่บุรุษเมื่อคืนหรอกหรือ“ เยี่ยคุนรีบหันมองน้องสาวทันที
”ข้าบังเอิญเจอคนของทางการพอดี จึงเดินทางมาพร้อมกัน ท่านมีความคิดเห็นว่าอย่างไรขอรับ“ ท่าทางสุขุมทำให้ทุกคนต่างไม่ใครสบายใจนัก เดิมทีหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงแห่งนี้มักเป็นที่ละเลยจากคนของทางการ
”ใครยุยงให้พวกท่านค้าขายทาสโดยมิผ่านการพิจราณาจากท่านนายอำเภอกัน!!” พูดเพียงเท่านั้นคนที่เบ่งวาจาใหญ่โตถึงกับหลบสายตากันจ้าละหวั่น
“พวกข้าก็แค่พูดหยอกล้อกันในหมู่บ้านเท่านั้น หากเรื่องแต่งงานวันนี้ไม่เป็นที่ตกลงของทั้งสองฝ่ายเช่นนั้นข้าในฐานะผู้นำสกุลโหย่วคงต้องขอตัว“ เรื่องนี้ไม่ดีแน่หากมีคนของทางการเข้ามาวุ่นวาย ชายแก่เจ้าเล่ห์จึงรีบออกตัวขอกลับก่อน
”เหตุใดจึงรีบร้อนกันเล่าขอรับ ไหนๆเรื่องนี้ก็ยังหาบทสรุปไม่ได้ ข้าเอง…ก็อยากร่วมงานรื่นเริงเสียหน่อย“ หลี่ตงหยางไม่ปล่อยผ่าน เขาเดินขึ้นมาเผชิญหน้ากับท่านผู้นำหมู่บ้าน
”ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าบ้าน ส่วนข้านั้นเป็นผู้มาเยือน หากไม่ขออนุญาติเกรงว่าจะข้ามหน้าข้ามตาท่านไปหน่อย ขออนุญาติขอรับ“ เขายกมือขึ้นมาประสานกันไว้ตรงหน้าก่อนจะโค้งคำนับลง
”แม่นางหว่านอัน บุรุษเช่นข้าหากจะยกย่องเจ้าเป็นเมียเดียวและกล้าเดินป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้ว่าเจ้าคือเมียข้า ไม่มีอนุ ไม่มีเมียทาส มีเพียงเมียเดียว เจ้าจะแต่งงานกับข้าหรือไม่“ ร่างหนาใหญ่ของบุรุษผู้มาใหม่ ยืนอย่างสง่าผ่าเผย ถ้อยคำที่พูดชัดถ้อยชัดคำไม่เสียงแรงที่นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้เมื่อคืน
”ข้าตกลง!! ตกลงแต่งกับท่าน“ หากอยากให้ชีวิตนี้พ้นจากเรื่องพวกนี้ นางคิดว่าทางนี้คือทางออกเดียวเท่านั้น เพราะหากคนของทางการกลับไป อย่างไรสกุลโหย่วก็มีกำลังรังแกบ้านเสี่ยวของนางแน่นอน
”อันเอ๋อ เจ้าเป็นสตรีควรคิดสักนิด“ ท่านอาสะใภ้รีบเข้ามากระซิบบอกนางเพราะเกรงว่าบุรุษแปลกหน้าจะมาหลอกลวง
”ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลเจ้าค่ะ ยิ่งข้าออกเรือนเร็วยิ่งเป็นผลดีต่อพี่ใหญ่และสกุลเสี่ยวของเรา ท่านอาสะใภ้วางใจข้าเอาอยู่“ เห็นท่าทางเอาอยู่ของนางแล้วได้แต่ส่ายหัว ก่อนพยักหน้าให้สามีเพื่อบอกว่าหลานสาวตัดสินใจอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น
”วันนี้ข้าเดินทางค้าขายรายทางมาฉุกละหุกไปสักนิด ไม่ได้นำผู้ใหญ่มาด้วย เห็นทีคงต้องรบกวนท่านแล้ว“ เขาหันไปหาคนของทางการก่อนจะค้อมศรีษะลงเล็กน้อย
”เช่นนั้นแล้ว ข้าที่เป็นผู้ตรวจการณ์คงต้องตัดปัญหามิให้แม่นางผู้นี้ถูกข่มขู่ค้าทาส เมื่อบุรุษและสตรีมีใจเฉกเช่นเดียวกัน ก็ร่างทะเบียนสมรสขึ้นมาเสีย ข้าจะลงนามรับเป็นพยานเอง“ ผู้ช่วยที่มาด้วยจัดการร่างแบบสมรสขึ้นมาทันที ในขณะที่ชาวบ้านยังงงๆจับต้นชนปลายไม่ถูก
”หลังจากที่กดนิ้วมือเจ้าทั้งคู่ลงไป จากนั้นเจ้าสองคนจะเป็นสามีภรรยากันทันที“ เขาวางกระดาษต่อหน้าท่านผู้นำหมู่บ้าน อารามดีใจได้เป็นอิสระนางกดนิ้วมือลงไปแต้มหมึกก่อนนำมาประทับลงบนกระดาษ หลังจากนั้นเขาก็ทำตามนาง
”ต่อไปนี้ เจ้าเป็นคนของสกุลหลี่ ใครก็นำเจ้าไปค้าทาสไม่ได้!!“ เสียงหลี่ตงหยางประกาศลั่นลานทำผู้อาวุโสสะดุ้งไปตามๆกัน
”ท่านลุง ข้าเองวันนี้รีบร้อนไปสักหน่อย ไม่มีพิธีเตรียมการใดๆ หากกลับจากเดินทางไปค้าขายที่หัวเมืองทางใต้เรียบร้อยข้าจะจัดงานให้สมเกียรติ“ สายตาคมแน่วแน่จนแค่อาบน้ำร้อนมาก่อนพยักหน้า
”ฝากหว่านอันของเราด้วย นางอ่อนต่อโลกนักแต่ข้ายืนยันนางไม่มีจิตใจอำมหิตให้เจ้าต้องกังวล“ เขาพูดจบก่อนจะหันไปทางคนบ้านโหย่ว
”ทุกเรื่องที่พวกเจ้าตัดสินใจร่วมกับเมียข้า ข้าเองคงรับผิดชอบไม่ไหว หากใครติดหนี้ก็ไปทวงกับคนนั้น อย่าได้เอาเรื่องพวกนี้มาข่มขู่คนบ้านเสี่ยวเด็ดขาด“ เขานึกคำพูดข่มขู่ได้ขึ้นใจวันนี้เป็นอย่างไรก็เป็นกัน
”บ้านใหญ่สกุลเสี่ยว พวกข้าเสียเงินไปไม่น้อยเพราะฮูหยินใหญ่ตกปากรับคำ แต่เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้…ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ!!“ นางมองดูความชุลมุลตรงหน้าเมื่อบรรดาเมียใหญ่เมียรองในบ้านสกุลโหย่วช่วยกันด่าทอป้าสะใภ้ของนาง
”ใจเย็นกันลงสักนิดเถิด ฮูหยินใหญ่สกุลเสี่ยวเจ้ามีพันธะสัญญาอันใดกัน“ ผู้นำหมู่บ้านรีบเข้าเรื่องทันทีเกรงว่าจะเกิดทะเลาะวิวาทให้อับอายคนของทางการ
”พวกเจ้ายื่นข้อเสนอข้าเอง เพราะเห็นนางเป็นคนไม่มีปากมีเสียง เหตุใดวันนี้จึงโทษกันเล่า!!“ มีหรือหญิงเจ้าเล่ห์อย่างป้าของนางจะยอมโดนกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียว
”เจ้า!!! เจ้าเองเป็นคนบอกข้าว่าตัวนางมีค่าเพียงห้าตำลึงเงิน แต่ทำงานบ้านให้โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อทาสที่อื่นสักแดงเดียว นี่เจ้ากำลังบิดพริ้วข้างั้นรึ!!“ สองฮูหยินตระกูลใหญ่ถกเถียงกันอย่างไม่ยอมความแต่มันดีกับนางไม่น้อยเมื่อบัดนี้ความชั่วร้ายได้ถูกเผยออกมาจนหมด
”หากวันนี้พวกเจ้ายังไม่หยุด เห็นทีข้าต้องเชิญไปถกกันต่อที่อำเภอ!!“
