หากมีข้าเป็นเมียคนเดียวไม่ได้…
ช่วงสายของวันเป็นไปตามที่นางคิด บ้านโหย่วยกกันมามากมายพร้อมอนุอีกหลายคน
“การมาของข้าและบุตรชายถือเป็นการให้เกียรติหลานของท่านนะเจี่ยสวี่ อนุทุกคนยอมรับนางได้” คำพูดเห็นแก่ตัวของคนสกุลโหย่วทำนางอยากขย้อนออกมา
“เห็นไหมตาเฒ่าข้าเลือกสามีดีๆให้นาง เหตุใดท่านยังคัดค้านอยู่” ป้าสะใภ้นางก้มลงไปกระซิบกับสามีที่ทำหน้าบึ้งตึง
“เช่นนั้นแล้วท่านลุงโย่วให้เกียรติข้าเพียงนี้เหตุใดจึงไม่ตามผู้นำหมู่บ้านมาด้วยเล่าเจ้าคะจะได้ดูเหมือนให้เกียรติข้าขึ้นไปอีก” นางแสดงท่าทางน้อบน้อมแต่มองดูคนแก่เขี้ยวลากดินที่ทำหน้าไม่พอใจ
“เช่นนั้นข้าจะให้คนไปตามรอเพียงครู่” โย่วเซี่ยเจินกระตือรือร้นทันที เขาแอบชอบแม่นางน้อยผู้นี้มาเนิ่นนาน แต่นางไม่แลเหลียวเขาสักนิด เขาจึงรอนางพ้นวัยปักปิ่นและรีบเร่งรัดให้ผู้ใหญ่มาทาบทาม ยิ่งเห็นป้านางเป็นหญิงชราเห็นแก่ได้ยิ่งเข้าทางเขานัก
รอไม่นานผู้นำหมู่บ้านก็เดินทางมาถึงลานหน้าบ้านรองเสี่ยว
“มีเหตุอันใดกัน” ชายสูงวัยเป็นทีี่หน้าเกรงขามของหมู่บ้านแห่งนี้เอ่ยถามทันที
“ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านโหย่วมาทาบทามสู่ขอแม่นางน้อยเสี่ยวหว่านอัน” ชายเฒ่าแห่งสกุลโหย่วที่ร่ำรวยที่สุดเอ่ยช้าๆชัดๆ
“อะแฮ่ม แล้วเจ้าเล่าหว่านอันตกลงปลงใจหรือไม่” แม้จะเกรงใจคนบ้านโหย่วแต่เขาจำเป็นต้องทำตัวเป็นกลางที่สุด
“หากอยากแต่งข้าเข้าบ้านสกุลโหย่วข้าเองในฐานะที่มิได้อยู่ในความปกครองของใครนอกจากพี่ชายใหญ่เยี่ยคุนและท่านลุงที่เป็นที่ปรึกษาให้บ้านรองข้า พอจะมีสิ่งที่เรียกร้องเพียงนิดเจ้าค่ะ” นางลุกขึ้นยืนอย่างกล้าหาญแตกต่างจากเมื่อวานลิบลับที่นางเอาแต่หลบอยู่หลังพี่ชาย
“ว่ามาเถิด” ผู้นำหมู่บ้านพยักหน้าให้นางพูด
“ข้อหนึ่ง ข้าเป็นบุตรสาวคนเดียวของบ้านรองพ่อแม่ข้ารักข้ายิ่งชีพย่อมไม่ต้องการให้ข้าไปเป็นบ้านเล็กของใครโดยเฉพาะ…เมียทาส” นางมองไปยังฮูหยินสกุลโหย่ว
“เพราะฉะนั้นเซี่ยเจิ่นท่านโปรดแสดงความรักต่อข้าโดยการ…ปลดอนุในเรือนทั้งหมดยกข้าเป็นเมียเดียวได้หรือไม่” ชายที่แอบรักนางมาเนิ่นนานหลบสายตาวูบ คนมักมากในกามเช่นเขามันยากเกินไป
“ยังไม่ต้องให้คำตอบข้า ท่านลองฟังข้อต่อไปเสียก่อน ข้อสอง ข้าต้องแยกจากพี่น้องโดยมิได้รอให้ท่านพ่อท่านแม่กลับมาตัดสินใจก่อน…เรื่องนั้นย่อมไม่ควร แต่หากมีสินทรัพย์ที่ดูว่าให้เกียรติบ้านรองข้าคงจะพอบรรเทาความเจ็บปวดของพ่อแม่ข้าได้” นางคุกเข่าลงตรงหน้าท่านผู้นำหมู่บ้าน
“เช่นนั้นเจ้าต้องการสิ่งใดให้สมความเสียสละของพ่อแม่เจ้า” ทุกคนเงียบรอฟังกันอย่างพร้อมเพียง
“เรือนสำหรับเมียของบุตรชายคนเดียวของสกุลโหย่ว ทองหนึ่งร้อยชั่ง เงินหนึ่งร้อยตำลึงเท่านั่นเจ้าค่ะ” นางเอ่ยชัดถ้อยชัดคำทุกคำ ฮูหยินสกุลโหย่วได้ยินถึงกับลุกขึ้นชี้หน้านาง
“มันจะมากไป มากไปจริงๆเดิมทีป้าเจ้าขายเจ้าให้ข้าเพียงห้าตำลึง เหตุใดจึงกล้าเรียกร้องมากมายเพียงนี้!!” มือสั่นเทาลุกขึ้นมาชี้หน้านางอย่างเหลืออด
“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ แต่ว่า…ทางการมิได้ประกาศหรือเจ้าคะว่าห้ามซื้อขายทาสหากไม่ผ่านการพิจราณาจากท่านนายอำเภอ ทำเช่นนี้ข้าเสียใจมากจริงๆ เดิมทีข้าเองคิดว่าท่านมีใจรักข้าอย่างบริสุทธิ์จนข้าตัดสินใจมอบชีวิตให้ท่านดูแล“ นางมองไปยังโหย่วเซี่ยเจิ่นก่อนแสร้งร้องไห้ฟูมฟาย…นางว่าบทนี้นางตีแตกพอใช้ได้กระมัง
”จะเจ้า ข้ารักเจ้าด้วยใจจริง แต่สิ่งที่เจ้าขอ ข้าเองก็…“ ท่าทางอึกอักของหนุ่มมักมากในกามทำนางแอบยกยิ้ม
”ท่านคงมองว่าข้าเป็นเพียงขยะไร้ค่า แต่ข้าจะหาคุณค่าตัวเองให้เจอ หากชาตินี้ท่านมอบสิ่งที่ข้าร้องขอไม่ได้ ข้า…เสี่ยวหว่านอัน ขอประกาศหาคนที่เห็นคุณค่าในตัวข้า ใครสามารถมีข้าเป็นเมียเดียวได้ข้าจะยอมแต่งงานด้วยไม่เอาเงินทองแม้แต่เหวิ่นเดียว“ เสียงดังประกาศก้องทำผู้เป็นลุงและอาสามระบายยิ้มอ่อน ไม่ลุกขึ้นมาคัดค้านแต่อย่างใด
”พี่หญิงของเจ้าจัดการได้อยู่หมัดจริงๆ“ เยี่ยคุนกระซิบกับเสี่ยวว่านก่อนจะแปะมือกันเบาๆ
”สตรีเยี่ยงเจ้ามันไร้ยางอาย เจ้าไม่อายหรืออย่างไรกัน ต่อไปจะต้องขายไม่ออก“ ผู้นำสกุลโหย่วหมดความอดทนตะโกนก้องอย่างเสียหน้า ป้าสะใภ้มหาภัยรีบขึ้นมาหยิกนางด้วยความโมโห
”เจ้า เจ้าต้องตกนรก เจ้าทำข้าขายหน้า นังคนสารเลว“ ฝ่ามือบางเตรียมง้างขึ้นตบตีนางแต่มือแกร่งของสามีรั้งเอาไว้เสียก่อน
”หากแตะต้องนางข้ากับเจ้าควรไปตกลงบางอย่างกันที่อำเภอ“ คนที่กำลังโวยวายเงียบเสียงลงทันที
”ฮูหยินบ้านเสี่ยวเจ้าผิดคำพูดเช่นนี้เห็นทีการช่วยเหลือลับๆที่เราคุยกันเป็นอันโมฆะ!!! หากนางไม่ยอมไปเป็นทาสบ้านข้า… คิดเอาเองว่าข้าจะมีวิธีจัดการบ้านเสี่ยวอย่างไร!!” คำขู่ได้ผลคนบ้านเสี่ยวรีบลุกขึ้นมาทันที
“ข้าพึ่งรู้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้ใช้ระบอบนอกรีด ข่มขู่กันแม้ไม่ใช่กฏของทางการ” คนมาใหม่พูดเสียงดังทำนางเลิกคิ้วมอง
“ข้าหลี่ตงหยาง ได้ยินแม่นางน้อยประกาศว่าหากชายใดยกนางเป็นภรรยาคนเดียวได้จะแต่งงานด้วย ข้าจึงอยากเข้าร่วมวงสนทนาด้วยเสียหน่อย“
