ตอนที่ 2 กฎข้อแรกคือ "รักตัวเอง"
สามวันผ่านไปในโรงพยาบาล คเชนทร์ไม่โผล่หัวมาอีกเลยแม้แต่เงา มีเพียงลูกน้องของเขาที่คอยมาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและนำอาหารมาวางไว้ให้ตามหน้าที่ พราวคนใหม่ใช้เวลานี้สำรวจความทรงจำของร่างเดิมอย่างละเอียด ยิ่งเห็นเธอก็ยิ่งสังเวช 'พราว' คนเก่าคือลูกคุณหนูที่ครอบครัวล้มละลาย จนต้องซบลงที่อกของคเชนทร์เพื่อหาที่พึ่งพิง เธอถูกเขากล่อมประสาทวันละนิดว่า “เป็นเด็กดีนะพราว แล้วผมจะรักคุณคนเดียว” หรือ “แต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้แหละผมชอบ อย่าไปโชว์ให้ใครเห็นเลย ผมหวง”
"หวงกะผีน่ะสิ หวงก้างล่ะไม่ว่า" พราวพึมพำกับตัวเองหน้ากระจกในห้องน้ำ
รอยแดงจางๆ ที่ลำคอยังคงอยู่ แต่มันเตือนสติได้ดีว่าความรักที่แลกมาด้วยชีวิตนั้นไม่มีค่าพอ เธอจ้องมองใบหน้าของตัวเองในกระจก พราวคนเดิมสวยมาก... สวยแบบล่มเมืองได้สบายๆ ผิวพรรณละเอียดลออ ดวงตากลมโตติดจะเศร้า แต่ติดที่เธอชอบปล่อยผมตรงทื่อและไม่แต่งหน้าเลยตามคำสั่งของคเชนทร์ที่อยากให้เธอดู 'สะอาดและไร้เดียงสา' อยู่เสมอ
เมื่อออกจากโรงพยาบาล พราวถูกพามาส่งที่คอนโดหรูใจกลางเมืองที่เปรียบเสมือนกรงทอง ทันทีที่ก้าวเข้าห้อง สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การกดโทรศัพท์หาคเชนทร์เพื่อรายงานตัวอย่างที่พราวคนเดิมเคยทำ แต่คือการ "รื้อตู้เสื้อผ้า"
"นี่มันตู้เสื้อผ้าหรือตู้ชุดนอนแม่ชีเนี่ย"
พราวหยิบชุดเดรสสีพื้น ยาวคลุมเข่า คอเต่า และผ้าเนื้อหนาออกมาโยนกองไว้บนพื้นห้องทีละตัว ชุดพวกนี้คือชุดที่คเชนทร์สั่งตัดมาให้โดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะไม่ดึงดูดสายตาชายใดในยามที่เขาไม่อยู่
พราวหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมา กดเข้าแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์และร้านแบรนด์เนมชื่อดังที่เธอรู้จักดีจากโลกก่อน เธอใช้บัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดที่คเชนทร์เคยให้ไว้ (และกำชับว่าให้ใช้เฉพาะของที่จำเป็น) กดสั่งรัวๆ ทั้งลิปสติกสีแดงก่ำ อายแชโดว์กลิตเตอร์ เสื้อครอปสายเดี่ยว กระโปรงสั้นกุุด และชุดเดรสเข้ารูปที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง
ในเมื่อนายเลี้ยงฉันไว้เป็นเมียเก็บ นายก็ต้องจ่ายค่าความบันเทิงครั้งนี้หน่อยล่ะนะคเชนทร์
เย็นวันนั้น พราวจัดการแปลงโฉมตัวเอง เธอตัดแต่งทรงผมให้เป็นลอนคลื่นสวยงาม แต่งหน้าโทนเฉี่ยวคมที่ส่งให้ดวงตาดูมีอำนาจและเย้ายวน เธอสวมชุดเดรสสั้นสีดำโชว์แผ่นหลังเนียนใสที่พราวคนเดิมไม่เคยกล้าแม้แต่จะมอง
จังหวะนั้นเอง เสียงรหัสประตูคอนโดดังขึ้น... ติ๊ด!
คเชนทร์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง เขาตั้งใจจะมาดูว่าพราวจะสำนึกผิดหรือยังที่กล้าไล่เขาในวันนั้น แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาก้าวขาไม่ออก
ผู้หญิงที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาพร้อมจิบไวน์แดง ไม่ใช่พราวคนเดิมที่ใส่ชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวแล้วรีบวิ่งมาช่วยเขาถอดสูท แต่เป็นผู้หญิงแปลกหน้าที่ดู 'อันตราย' และ 'สวยสะกด' จนเขาเผลอกลืนน้ำลาย
"พราว... นี่คุณทำบ้าอะไร?" คเชนทร์ถามเสียงต่ำ พลางมองกองเสื้อผ้า 'เรียบร้อย' ที่ถูกโยนทิ้งราวกับขยะอยู่มุมห้อง
"ก็แค่... จัดการขยะน่ะค่ะ" พราววางแก้วไวน์ลง 천천히 (ช้าๆ) แล้วลุกขึ้นยืน เดินนวยนาดเข้าไปหาคเชนทร์ "ชุดพวกนั้นมันดูถูกความสวยของฉันเกินไปหน่อย คุณไม่ชอบเหรอคะ?"
คเชนทร์มองสำรวจเรือนร่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าบางๆ นั่นด้วยสายตาที่สับสน ทั้งโกรธที่เธอฝ่าฝืนคำสั่ง และทั้งใจสั่นกับเสน่ห์ที่เขาไม่เคยเห็น "ผมบอกแล้วไงว่าห้ามแต่งตัวแบบนี้! ผมไม่ชอบให้ใครมามองของๆ ผม"
"ของๆ คุณ?" พราวหัวเราะในลำคอ มือเรียวสวยลูบไล้ไปตามอกเสื้อสูทของเขาเบาๆ ก่อนจะผลักเขาออกอย่างแรงจนคเชนทร์เซ "เสียใจด้วยนะคเชนทร์... ตั้งแต่วินาทีที่ฉันรอดตายมาได้ ฉันก็ไม่ใช่ 'ของ' ของใครทั้งนั้น โดยเฉพาะของผู้ชายที่เก็บฉันไว้ในที่มืด แต่กลับไปเดินเฉิดฉายในที่แจ้งกับผู้หญิงคนอื่น"
"พราว! คุณลามปามเกินไปแล้วนะ!"
"ถ้าทนไม่ได้ก็เลิกเก็บฉันไว้สิคะ" พราวยักไหล่อย่างไม่แยแส "แต่บอกไว้ก่อนนะ... กฎข้อแรกของพราวคนใหม่คือ 'รักตัวเอง' อะไรที่ทำแล้วมีความสุขฉันจะทำ ส่วนอะไรที่ทำแล้วทุกข์... เช่นการนั่งรอคนอย่างคุณ ฉันจะไม่ทำมันอีกต่อไป"
พูดจบเธอก็เดินเข้าห้องนอนแล้วล็อกประตูเสียงดังปัง ทิ้งให้คเชนทร์ยืนอึ้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น ความรู้สึกหวงแหนอย่างประหลาดเริ่มจู่โจมหัวใจเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
