บทที่ 6 ความหวังใหม่ (1/2)
ความหวังใหม่ (1/2)
เด็กชายผลักประตูไม้เก่า ๆ เข้าไปในกระท่อม ลมหายใจยังคงหอบเล็กน้อยจากการวิ่งกลับมา แต่สายตาของเขามั่นคงไม่สั่นไหว มือเล็กกำห่อยาแน่นก่อนจะยื่นให้มารดาทันที
“ท่านแม่ รีบต้มยาเถิดขอรับ” น้ำเสียงของเขาเร่งรีบแฝงความกังวลที่ปิดไม่มิด
จางเว่ยเยียนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วยื่นมือไปรับห่อยามา มือของนางสั่นเล็กน้อย ดวงตาแดงก่ำมองลูกชายอย่างไม่อยากเชื่อ “เสี่ยวเฉิน…นี่เจ้าไปเอายามาจากที่ใด”
คำถามนั้นทำให้หลินเสี่ยวเฉินเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมา “ข้าเข้าไปในเมืองขอรับ ไปทำงานแล้วก็ได้เงินมาก็เลยเอาไปซื้อยา”
“ทำงาน?” เสียงของมารดาสั่นเครือ มองร่างเล็กของลูกชายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าราวกับเพิ่งตระหนักถึงบางสิ่ง “เจ้าเพิ่งหายป่วย ยังอ่อนแรงอยู่แท้ ๆ แล้วจะไปทำงานได้อย่างไร”
หลินอวี้หลานที่นั่งอยู่ข้างเตียงก็เบิกตากว้างไม่ต่างกัน “เสี่ยวเฉิน…เจ้าพูดจริงหรือ เจ้าไปทำงานในเมืองมาแล้ว”
เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ “ขอรับ ข้าไปช่วยล้างจานที่ร้านอาหาร ได้ค่าแรงมานิดหน่อย” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ต่อจากนี้ไปพวกท่านไม่ต้องห่วงเรื่องเงินแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบงันลงทันที
จางเว่ยเยียนยืนตัวแข็งอยู่กับที่ มือยังคงกำห่อยาแน่น ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง “เสี่ยวเฉิน…เจ้า…เจ้าเป็นแค่เด็กอายุสิบขวบเองนะ” นางพูดเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “หนำซ้ำยังเพิ่งหายป่วยแต่กลับต้องไปทำงานหนักในเมืองเพราะบ้านเรา”
เสียงของนางขาดหายไป น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจหยุด
“เป็นเพราะแม่…เป็นเพราะแม่แท้ ๆ ถ้าแม่ดูแลพวกเจ้าได้ดีกว่านี้พวกเจ้าก็คงไม่ต้องลำบากเช่นนี้” นางทรุดตัวลงเล็กน้อย มือยกขึ้นปิดหน้า
“ท่านแม่” เด็กชายเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม เขาก้าวเข้าไปใกล้แล้ววางมือเล็ก ๆ ลงบนแขนของนาง “อย่าพูดแบบนั้นเลยขอรับ”
จางเว่ยเยียนส่ายหน้า “แม่ทำให้เจ้าต้องไปทำงานทั้งที่ยังเด็ก แม่…”
“ไม่ใช่ความผิดของท่านแม่เลย” เขาพูดแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงแม้จะไม่ดังแต่กลับหนักแน่นจนผู้เป็นแม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง “ฐานะของบ้านเราตอนนี้มันก็เป็นแบบนี้ ไม่มีผู้ใดอยากให้เป็น แต่เมื่อมันเป็นแล้วพวกเราก็ต้องช่วยกันแก้ไขไม่ใช่หรือขอรับ”
คำพูดของเด็กชายถึงแม้จะเรียบง่ายแต่กลับตรงไปตรงมาจนทุกคนในห้องนิ่งไป
เขามองไปรอบ ๆ เห็นครอบครัวของตน เห็นพ่อที่นอนป่วยอยู่บนเตียง เห็นแม่ที่กำลังร้องไห้และพี่สาวที่มองเขาด้วยสายตาสับสน พิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่ออย่างช้า ๆ
“ข้าไม่ได้ลำบากอะไรเลย แค่ไปทำงานนิดหน่อยก็ได้เงินมาแล้ว อย่างน้อยก็สามารถซื้อยาให้ท่านพ่อได้” เขาหันไปมองบิดาแวบหนึ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ตราบใดที่ท่านพ่อยังรักษาได้ข้าก็จะหาเงินต่อไป”
หลินกวงที่นอนอยู่บนเตียงมองลูกชายเงียบ ๆ ดวงตาที่อ่อนแรงสั่นไหวเล็กน้อยราวกับมีบางอย่างเอ่อล้นอยู่ภายใน
“ลูก…” เขาพูดเสียงแผ่ว “พ่อทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว”
หลินเสี่ยวเฉินส่ายหน้า “ไม่ใช่ขอรับ” เขายิ้มบาง ๆ “ท่านพ่อก็เคยทำงานหนักเพื่อพวกเรามาตลอด ตอนนี้ข้าแค่ช่วยบ้างก็เท่านั้น”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความสิ้นหวังเหมือนก่อนหากเป็นความรู้สึกบางอย่างที่อบอุ่นและหนักแน่น
หลินอวี้หลานที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ กัดริมฝีปากแน่นก่อนจะก้าวออกมา “ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะช่วยอีกแรง”
ทุกคนหันไปมองนางพร้อมกัน
“พี่หญิง…” หลินเสี่ยวเฉินเอ่ย
