บท
ตั้งค่า

บทที่สี่

“ไหนลองเจ้าเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระองค์ในช่วงที่ข้าไม่อยู่ มาให้ข้าฟังเสียหน่อยเถิด”

“เพคะ”

ม่านเอ๋อร์เช็ดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มของนาง ก่อนที่จะตั้งใจพูดด้วยความชัดถ้อยชัดคำ แม้เสียงจะไม่ดังมากนัก แต่ก็ทำให้หรงผิงสามารถจับใจความได้ทั้งหมดด้วยเช่นกัน

“ฮ่องเต้ทรงหายตัวไป ในเวลานี้ผู้กล้าและองครักษ์เงาที่ประจำในส่วนพระองค์ ก็รีบเร่งออกตามหากันจนแทบจะไม่ได้หยุดหย่อน แต่ดูราวกับว่า พระองค์หายตัวไปกับลมฟ้า อากาศ ไม่มีใครสามารถตามตัวพบเลยเพคะ”

เมื่อฟังเรื่องราวจากปากของม่านเอ๋อร์จนจบ หรงผิงรู้สึกว่าตนเองกำลังเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง และสัมผัสได้ว่า สถานะองค์หญิงของนางนี้อาจเริ่มที่จะสั่นคลอน

บรรยากาศภายนอกเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง.....

ดูเหมือนว่า วันแรกของการเริ่มต้นชีวิตในรูปแบบใหม่ของนางกำลังจะพ้นวันแล้ว...

ท้องฟ้าเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนสี พระอาทิตย์ลาลับพ้นจากขอบฟ้าอันไกลโพ้น ไม่นานเกินรอ ดวงจันทร์

สีแจ่มอร่ามงามตาก็เคลื่อนย้ายร่างกลมๆ ของตนเองขึ้นมาแทนที่

ม่านเอ๋อร์ดูแลรับใช้เจ้านายของตน จนกระทั่งถึงเวลานอน

หรงผิงปิดเปลือกตาลงหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย นางพยายามนึกหาหนทางที่จะสามารถรักษาตัวรอด และอยู่ที่นี่ได้อย่างผาสุข เพียงแต่นางยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก

สถานการณ์ของนางในตอนนี้ เป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในขณะที่นางกำลังเกิดความกระวนกระวายใจ

อยู่นั้น บางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวจนเกิดเสียงดังคลุกขลัก อยู่ในม่านชั้นที่ใช้ปิดคลุมเตียงนอน

“นกนี่นา... เจ้าเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกัน?” เมื่อสังเกตดูอีกครั้ง หรงผิงจึงเห็นถึงอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ที่บริเวณขาด้านซ้ายของมัน และอาจจะเป็นเพราะนางเผลอกดน้ำหนักมือมากไป

ทำให้เจ้านกตัวน้อยเกิดความตกใจจนกระทั่งจิกจงอยปากลงบนหลังมือขาวเนียนของนาง คล้ายกับเป็นการกล่าวเตือน

เพียงแต่คมปากของมัน ทำให้ผิวเรียบลื่นต้องเกิดเป็นรอยฉีกขาด เห็นถึงโลหิตสีแดงสดไหลซึมผ่านออกมา “โอ๊ย! เจ้านี่ตัวเล็กตัวน้อยแต่กลับร้ายกาจยิ่งนัก อยู่นิ่งๆ เสียสิ ข้าจะช่วยทำแผลให้กับเจ้า”

“!?” ดูเหมือนว่านางจะนึกตกใจจนถึงขั้นต้องกระพริบเปลือกตาขึ้นลงถี่ๆ อีกครั้ง

รอยแผลที่ขาของเจ้านกตัวน้อยที่ยังคงทำตัวนิ่งอยู่ในอุ้งมือนุ่มนิ่มของนาง ได้หายไปหมดสิ้นแล้ว แม้แต่ร่องรอยของผิวหนังที่เคยฉีกขาด ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เคยมีอยู่จริง

“หายไปไหนแล้วละ? เมื่อครู่ ข้าไม่ได้ตาฝาดไปหรอกนะ เจ้ามีแผลจริงๆ นี่นา”

เสียงอันไพเราะยังคงพึมพำอยู่กับตัวเองอยู่เช่นนั้น

ด้านนอก เสียงของม่านเอ๋อร์เคาะประตูเรียก “องค์หญิงเพคะ มีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือไม่เพคะ?”

“อ่อ ไม่มีๆ เจ้ากลับไปพักผ่อนต่อเถอะ ให้เจ้าขันทีน้อยเข้ามาหาข้าก็พอ”

“เพคะองค์หญิง” แม้ว่าจะเกิดความสงสัย แต่ม่านเอ๋อร์ก็ไม่ใช่ข้ารับใช้ที่มีนิสัยสอดรู้สอดเห็น

ไม่นานนักขันทีน้อยหน้าตาน่ารัก ก็เดินเข้ามาในห้องบรรทม โดยที่มีม่านเอ๋อร์เดินตามเข้ามาด้วย เพียงแต่เว้นระยะอยู่ไกลๆ เท่านั้น

หรงผิงเข้าใจได้ถึงหน้าที่ของนางกำนัลคนสนิท จึงมิได้กล่าวสิ่งใดให้มากความ นอกเสียจากสิ่งที่นางตั้งใจเสียตั้งแต่คราวแรก

“ขันทีน้อย เจ้าจงพานกตัวนี้ไปปล่อยในที่ที่ปลอดภัยเสีย อย่าให้มันถูกผู้ใดรังแกได้อีก”

“นก? องค์หญิง ทรงได้นกตัวนี้มาจากที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“เป็นหน้าที่ของข้าหรือที่จะต้องรายงานเจ้า” คำตอบจากปากของนาง ถึงกับทำให้ขันทีตัวน้อยเกิดอาการหน้าถอดสี

“มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยสมควรตาย”

“อือ... ช่างเถอะๆ” นางโบกมือไปมา เป็นเชิงอนุญาตให้พวกเขาก้าวเท้าออกไปจากห้อง

“เจ้าก็เอาไปปล่อยแทนข้าด้วยก็แล้วกัน หมดเรื่องแล้ว ก็กลับออกไปเถอะ ข้าอยากจะพักผ่อน”

“พ่ะย่ะค่ะ//เพคะ องค์หญิง”

ประตูถูกปิดลง ความเงียบสงบกลับมาเป็นของนางอีกครั้งแล้ว หรงผิงค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง ครุ่นคิดทบทวนไปมา จนกระทั่งผล่อยหลับไป....

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel