บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 แต่งงานแล้วกับคนจน

ตอนที่ 3

แต่งงานแล้วกับคนจน

แสงเช้ายามต้นฤดูสาดลงบนลานบ้านตระกูลหลิน เสียงวิทยุในห้องโถงเปิดข่าวการประชุมสหกรณ์ประจำอำเภอคลอเบา ๆ กลิ่นโจ๊กข้าวขาวลอยมากับไออุ่นจากครัว ซูเหยานั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มองแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ระหว่างสองชีวิตคือชีวิตเก่าที่หิวจนสลบ กับชีวิตใหม่ที่กลายเป็นคุณหนู

แต่ชีวิตใหม่นี้ มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใจเธอหนักอึ้ง

เธอแต่งงานแล้ว

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ“คุณหนู ข้าเข้าไปได้ไหม” เสียงเสี่ยวชุนถาม

“เข้ามาเถอะ”

เสี่ยวชุนถือเสื้อผ้าฝ้ายสองชุดเข้ามา สีเทาอ่อนกับสีน้ำเงินหม่น วางบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย

“ฮูหยินบอกว่า ถ้าคุณหนูจะออกไป ให้ใส่ชุดเรียบ ๆ หน่อยค่ะ”

ซูเหยามองเสื้อผ้า “ออกไป?”

เสี่ยวชุนชะงัก “เมื่อวาน…คุณหนูพูดเองว่าจะไปบ้านคุณเขย”

ความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมา เธอพยักหน้า ช้า ๆ “อืม ไป”

เสี่ยวชุนทำตาโต “ไปจริงหรือคะ”

“จริง” ซูเหยาหยิบชุดสีเทาขึ้นมา “ข้าไม่ควรหลบอยู่แต่บ้านพ่อแม่”

เสี่ยวชุนลังเล “แต่…เมื่อก่อนคุณหนูไม่ชอบไปที่นั่นเลยนะะ ไปทีไรก็ทะเลาะทุกที”

ซูเหยาหยุดมือไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ “ต่อไปจะไม่ทะเลาะแล้ว”

เธอแต่งตัวเองอย่างคล่องแคล่ว มัดผมเรียบ ใช้เพียงปิ่นไม้ ไม่เลือกเครื่องประดับทองที่วางอยู่ในกล่องข้างเตียง เสี่ยวชุนมองเธอเหมือนมองคนละคน

“คุณหนู…เปลี่ยนไปจริง ๆ”

ซูเหยายิ้มบาง “คนล้มครั้งหนึ่ง ก็มักตื่นขึ้นมาใหม่”

ทั้งสองเดินไปยังห้องโถง หลินต้าซานผู้เป็นพ่อนั่งดื่มชา สีหน้าเคร่ง จ้าวอวี้หลานผู้เป็นแม่วางตะเกียบลงเมื่อเห็นเธอ

“แต่งตัวจะไปไหน” พ่อถามทันที

“ฉันจะไปบ้านเฉินเหว่ยหลง” ซูเหยาตอบตามตรง

เสียงถ้วยชากระทบจานดัง “กึก”

“ยังจะไปอีกหรือ!” พ่อขึ้นเสียง “บ้านนั้นมีอะไรให้เจ้า ไปแล้วก็มีแต่ลำบาก”

แม่พูดแทรกเบา ๆ “ซูเหยา เพิ่งฟื้น อย่าเพิ่งไปเลย”

ซูเหยานั่งลงอย่างสงบ “ฉันแต่งงานแล้ว ต่อให้ลำบากก็ต้องไป”

พ่อจ้องเธอเขม็ง “ก่อนหน้านี้ลูกพูดอีกอย่าง”

“ก่อนหน้านี้ฉันเอาแต่ใจ” เธอตอบนิ่ง “ตอนนี้ฉันอยากรับผิดชอบ”

ห้องทั้งห้องเงียบไปทันที คำนี้ไม่ใช่คำที่ คุณหนูหลิน เคยพูด

แม่มองเธออย่างพิจารณา “ลูกไม่รังเกียจเขาแล้วหรือ”

“ฉันไม่เคยรังเกียจคนจน” ซูเหยาพูดช้า ๆ “ฉันรังเกียจคนไม่ขยันมากกว่า”

พ่อหรี่ตา “หมายความว่ายังไง”

“ถ้าเขาขยัน ทำมาหากินสุจริต ความจนก็ไม่ใช่ความผิด”

พ่อเงียบไปอึดใจ ก่อนพูดเสียงแข็ง “พ่อจะให้คนงานไปส่ง”

“ไม่ต้องค่ะ” ซูเหยาส่ายหน้า “ฉันอยากไปเหมือนคนธรรมดา”

แม่ถอนหายใจ “อย่างน้อยให้เสี่ยวชุนไปด้วย”

“ได้”

พ่อโบกมืออย่างหงุดหงิด “ไปก็ไป ถ้าเขาทำให้ลำบาก ก็กลับมาเ”

“ค่ะ” ซูเหยาก้มศีรษะ

ทางเดินไปหมู่บ้านปลายนาเต็มไปด้วยเสียงคนยามเช้า มีคนหาบน้ำ มีคนตัดฟืน มีเด็กถือกระเป๋าผ้าไปโรงเรียน ทุกคนมองเธอ เพราะคุณหนูหลินไม่ค่อยเดินเท้าออกมาแบบนี้

เสียงกระซิบดังตามหลัง“นั่นใช่คุณหนูหลินไหม”

“ใช่สิ แต่งกับคนจนแล้วยังกล้าออกมาอีก”

“คงไปหาเรื่องผัวอีกล่ะมั้ง”

เสี่ยวชุนหน้าเสีย “อย่าไปฟังเลยค่ะ”

ซูเหยาพูดเบา ๆ “ไม่เป็นไร ปากคนห้ามไม่ได้ แต่การกระทำห้ามได้”

เมื่อข้ามสะพานไม้เล็ก ๆ ก็เห็นบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่เดี่ยว ๆ หลังคากระเบื้องเก่าปะบางส่วนด้วยสังกะสี ลานดินหน้าบ้านมีฟืนเรียงเป็นตั้ง ถังน้ำสองใบวางข้างผนัง

“ถึงแล้วค่ะ” เสี่ยวชุนกระซิบ

ซูเหยาสูดลมหายใจ แล้วเคาะประตูไม่นานประตูก็เปิดออก

ชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ด้านใน เสื้อฝ้ายสีเข้มเก่าแต่สะอาด แขนเสื้อพับขึ้น เผยท่อนแขนแข็งแรง ใบหน้าคมคาย ดวงตาดำลึก นิ่งจนอ่านไม่ออก

เขามองเธอโดยไม่พูด

ซูเหยารู้ทันที คนนี้คือเฉินเหว่ยหลง“มีอะไร” เขาถามสั้น ๆ

น้ำเสียงไม่หยาบ แต่ห่างเหิน “ฉันมาหา” เธอตอบ

“หาทำไม”คำถามตรงจนเสี่ยวชุนสะดุ้ง

ซูเหยามองตาเขา “ฉันก็จะมาอยู่บ้าน”

คิ้วเขาขยับเล็กน้อย “คุณหนูหลินพูดเล่นหรือ”

“ไม่เล่น”

“ครั้งก่อนเธอก็พูดแบบนี้” เขาตอบเรียบ “อยู่ครึ่งวันก็กลับไปฟ้องพ่อ”

ซูเหยารู้ว่าร่างเดิมคงทำจริง เธอไม่แก้ตัวแทน แต่พูดตรง ๆ

“ครั้งก่อนฉันผิด ครั้งนี้ไม่”

เขามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เห็นเสื้อผ้าเรียบ ไม่หรู ไม่โอ้อวด แววตาที่เคยยกสูงใส่คนอื่นกลับนิ่งและจริงจังกว่าเดิม

“พ่อเธอรู้หรือยัง” เขาถาม

“รู้”

“ไม่ห้าม?”

“ห้าม แต่ฉันก็มา”

ลมพัดผ่านลานบ้าน เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะหลีกทาง

“เข้ามา”

ในบ้านเรียบง่าย มีโต๊ะไม้ เตาไฟ หม้อเหล็ก และรอยซ่อมแซมหลายจุด แต่ทุกอย่างเป็นระเบียบ

เขายกถ้วยน้ำให้เธอ “ดื่ม”

“ขอบคุณ” เธอรับโดยไม่ลังเล

คำนี้ทำให้เขาชะงักเล็กน้อย“อย่ามาล้อฉัน” เขาพูดเสียงต่ำ

“ไม่ได้ล้อ”

“เธอทำให้ฉันกลายเป็นตัวตลกทั้งหมู่บ้านแล้ว” เขาพูดตรง “แต่งงานกับคุณหนู แต่เมียไม่เคยอยู่บ้าน”

ซูเหยากำถ้วยน้ำอุ่นไว้แน่น “ต่อไปจะอยู่”

“พูดง่าย”

“งั้นดูจากการกระทำ”

เขาหัวเราะหึเบา ๆ “เธอทำอะไรเป็น”

“ทำกับข้าว ทำงาน ค้าขาย”

“คุณหนูทำงาน?”

“คนหิวทำได้ทุกอย่าง” เธอเผลอพูด

เขามองเธอทันที “เธอหิวเป็นด้วยหรือ”

ซูเหยารู้ว่าพลาด แต่ไม่ถอย “เป็น”

ความเงียบแผ่กระจายระหว่างทั้งสอง เธอเดินไปดูมุมครัว เปิดฝาหม้อ เห็นข้าวสารเหลือน้อย

“วันนี้กินอะไร”

“อะไรก็ได้”

“มีผักดองไหม”

เขาชี้ไปที่ไห

“มีไข่หรือเปล่า”

“มีสองฟอง” เขาตอบ “เก็บไว้ให้”

หัวใจเธออุ่นวาบ “ใช้ฟองเดียวพอ”

เธอก่อไฟ ต้มข้าว ใส่ผักดองกับขิง กลิ่นหอมลอยขึ้นอย่างเรียบง่าย เสี่ยวชุนยืนมองตาไม่กะพริบ

“คุณหนูทำจริง ๆ …”ไม่นานข้าวต้มสองชามก็วางบนโต๊ะ

“กินเถอะ” เธอบอก

เขาตักชิมหนึ่งคำ หยุดนิดหนึ่ง แล้วพูดสั้น ๆ “กินได้”

เธอยิ้ม “งั้นก็ดี”

ยังไม่ทันได้กินต่อ เสียงผู้หญิงก็ดังจากหน้าบ้าน

“เฉินเหว่ยหลง! อยู่ไหม”

เขาวางช้อนทันที สีหน้ากลับไปนิ่ง

ป้าหวังร่างท้วมเดินเข้ามาเท้าเอว “ได้เงินค่าฟืนหรือยัง วันนี้ต้องคืน”

สายตานางเหลือบเห็นซูเหยา แล้วหัวเราะ “โอ๊ะ คุณหนูมาอีกแล้ว มาดูบ้านจน ๆ สนุกไหม”

เสี่ยวชุนกำมือแน่นด้วยความโกรธ

เฉินเหว่ยหลงพูดเรียบ “ฉันจะคืน”

“เอาจากไหนคืน” ป้าหวังแค่นเสียง “หรือให้คุณหนูควักให้”

ซูเหยาก้าวออกไปหนึ่งก้าว มองตรง ๆ

“หนี้จะคืน แต่คืนด้วยแรง ไม่ใช่เงินพ่อแม่”

ป้าหวังชะงัก “พูดเหมือนคนละคน”

ซูเหยาตอบนิ่ง “ใช่ ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้ว”

ลมเช้าพัดผ่านลานบ้าน เฉินเหว่ยหลงหันมามองเธออีกครั้ง สายตาคราวนี้ไม่ใช่แค่นิ่งแต่มี ความประหลาดใจปนอยู่

เหมือนเขาเริ่มไม่แน่ใจว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า…ยังเป็นคุณหนูหลินคนเดิมหรือไม่

และนั่น คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel