ระบบซื้อขายสินค้า
ลั่วเฟินเยว่ใช้จังหว่ะที่ทุกคนออกไปหมด เดินสำรวจห้องนอนเล็กๆ พร้อมทั้งเปิดดูตู้เสื้อผ้าก่อนจะพบว่าชุดที่มีนั้นเก่าคร่ำครึจนต้องเบ้หน้า
“ถึงโลกเดิมจะเป็นแค่แม่ค้า แต่ก็เป็นแม่ค้าที่ฮอตที่สุดในย่านนั้นนะ ผิวหยาบกร้าน ใบหน้าแห้งแตกเป็นขุยนี่คืออะไรกัน!!” เธอมองถูถาดเงินที่วางอยู่มุมห้องก่อนยกมันขึ้นมาส่องใบหน้าตัวเองและพบว่า สตรีผู้นี้สวยไม่น้อยหากได้ดูแลตัวเอง ใบหน้าสวยหวานแต่แววตาโศกเศร้า ช่างน่าสงสาร…
“เปิดระบบค้าขาย ถาดเงินนี้ขายเข้ามาในระบบได้…15ตำลึง” เพล้ง!!
จู่ๆเสียงปริศนาก็ดังขึ้นจนเธอตกใจทิ้งถาดเงินลงบนพื้น สายตาหวานกวาดมองดูรอบๆแต่ไม่พบใครทำเธอรีบยกมือขึ้นกุมหัวใจที่เต้นเร็วแรง
“คะ ใครกัน!!” พรึบ ภาพตัวเลขที่ปรากฏขึ้นมากลางอากาศทำเธอรีบถอยไปตั้งหลัก
“ระบบแลกสินค้านี้ ท่านสามารถนำของโบราณมาแลกเป็นเงินสดได้ โดยระบบจะคำนวนให้ท่านเอง” เมื่อตั้งสติได้เธอก็รีบมองหาของที่พอจะมีค่าในห้องนี้ทันที
“อะ อันนี้ ขายได้ไหม” มือบางจับถ้วยชาขึ้นมาลองถาม
“ถ้วยชานี้ขายได้1ตำลึง” ลั่วเฟินเยว่พยักหน้าก่อนจะนึกอะไรออก
“ถ้าอยากซื้อของหล่ะ แบบว่าของในโลกเดิมหน่ะ” ใบหน้าหวานลุ้นรอคำตอบด้วยใจจดจ่อ
“1เครื่องนุ่งห่ม 2ยารักษาโรค 3อาหาร 4รถม้า“ ระบบตอบกลับพร้อมขึ้นราคาที่ต้องจ่าย นั่นเท่ากับว่าหากเธอหาของโบราณมาขายได้ เธอถึงจะได้เงินไปใช้จ่ายของจำเป็นในมิติ
”ปัจจัย4สินะ“ เธอวิ่งไปหยิบถาด ก่อนเอามาวางใกล้ๆ รวมถึงถ้วยชาและปิ่นเก่าๆ
”ขายทั้งหมด“ เธอมองตัวเลขที่วิ่งขึ้นจากเลข1ไปจนถึงเลข19
”ทั้งหมด19ตำลึงหากขายกรุณากดตกลง” นิ้วเรียวจิ้มลงบนอากาศ
“เรียบร้อย ท่านสามารถเบิกเงินได้ทุกเมื่อ” ลั่วเฟินเยว่ฉีกยิ้มกว้าง
“นี่คงเป็นข้อดีที่ได้ทะลุมิติมาละมั้ง!!”
“ลูกของอารองชื่ออะไรนะ ลั่วลู่หานงั้นหรอ คนนี้ต้องช่วยเรากอบโกยได้แน่!!“ เธอมั่นใจว่าเด็กหนุ่มที่ผู้เป็นพ่อฝากฝังเธอเอาไว้ต้องมาเยี่ยมเธออีกแน่นอน และเธอจะรอเวลานั้น กอบโกยของในบ้านอาสะใภ้ไปขายให้ระบบ เธอจะไม่ไปมือเปล่า ใครจะลำบากก็ช่าง ต้องไม่ใช่เธอ
ที่สำคัญ ในความจำเธอยังเห็นว่าตอนแม่เธอตาย สมบัติในส่วนของแม่เธออาสะใภ้เธอเก็บไป อารองที่เอาแต่ทำงานไม่เคยรู้เรื่องนี้!!
“พี่สาวหากท่านไม่ตื่นมากินอาการเสียหน่อยข้าเกรงว่า ท่านจะตายเอาได้นะขอรับ” ลั่วลู่หานที่มาเยี่ยมนางอีกครั้งในช่วงบ่ายพร้อมถาดอาหาร ทำคนที่แกล้งหลับค่อยๆลืมตาตื่นเพราะรอเวลานี้มานานแล้ว
“พี่หญิงท่านตื่นแล้ว!!”
“ชู้วววว” นิ้วชี้เรียวยาวยกมือขึ้นแตะริมฝีปากไม่ให้ชายหนุ่มลูกพี่ลูกน้องเสียงดัง
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่ยืนอยู่ข้างกันเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่
“ลู่หาน ลู่อิ่น เจ้าสองคนพี่น้องอย่าพึ่งโวยวายไป ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าสองคนช่วย” เพราะรอเวลาไม่ได้ นางรู้ดีว่าอีกไม่นานจะถูกส่งตัวไปบ้านสามสกุลเหวินจึงจำเป็นต้องทำเรื่องสำคัญให้เร็วที่สุด
“ท่านพ่อฝากฝังให้ข้าดูแลท่าน ไม่ว่าเรื่องอะไรข้ายินดีช่วย”
“ข้าเองก็ด้วย” นางยิ้มให้สองพี่น้องสกุลลั่วที่มีจิตรใจดีผิดแม่ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก
“ข้าคิดว่า…สมบัติของมารดาข้าที่ถูกอาสะใภ้ยึดไป ต้องช่วยข้าในภายหน้าได้แน่ หากไปอยู่บ้านสามี ไม่มีของมีค่าติดตัวไปเกรงว่าจะถูกดูแคลน เจ้าสองคนพี่น้องช่วยข้าได้หรือไม่” แววตาเว้าวอนที่นางแสดงออกให้หน้าสงสารที่สุดทำทั้งคู่เห็นใจ
“กล่องของท่านป้า ข้ารู้ว่าอยู่ใต้เตียงท่านแม่เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ” ลั่วลู่อิ่นแสดงความกังวลออกมาทันที
“ข้านึกออกแล้ว ลู่อิ่นเจ้าหลอกให้ท่านแม่กับแม่นมพาไปข้างนอกสิ ที่เหลือข้าจัดการเอง” ลั่วลู่หานที่อยากช่วยพี่สาวเต็มที คิดว่าเรื่องนี้ไม่ยาก
“เอ่อ นอกจากสมบัติของมารดาข้าเอ่อ…ข้าอยากได้ ถ้วยชาม ชุดน้ำชา แก้วน้ำ รวมถึง…เอ่อ…หม้อสวยๆ ต้องการไม่เยอะ สักอย่างละ1ชุด พวกเจ้าคิดดูสิ หากเริ่มต้นชีวิตครอบครัวใหม่ของพวกนี้เจ้าเป็นนัก” เด็กสองคนเห็นด้วย ก่อนจะคิดตามที่นางพูดต่อ
“ในเรือนใหญ่โตแบบนี้ เครื่องครัวหายไปบางส่วนใครจะสนใจถูกหรือไม่” ลั่วลู่อิ่นพยักหน้าเห็นด้วยที่สุด
“เครื่องครัวแก้วน้ำจานชามบ้านเรามีมากมาย ยกมาเป็นตะกร้าก็ยังได้ เรื่องแบบนี้เราช่วยพี่เยว่ได้อยู่แล้ว” ลั่วเฟินเยว่ฉีกยิ้มกว่าง
“แต่ว่า…ท่านจะเอาออกไปอย่างไรขอรับในวันพรุ่งนี้”
