บทที่ 1 เฟยห่วงลี่ 3
คำว่า เจ้าของบ้าน
ฟังแค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าเด็กแฝดทั้งสองคนถูกปฏิบัติมาเป็นเช่นไร ต่อไปนี้เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกของเธออีกแล้ว
“ได้สิ แม่จะพาหนู ๆ ไปกินข้าวเอง เราสองคนจะไม่หิวอีกต่อไปแล้วนะ” เฟยห่วงลี่จูงมือเด็กสองคนออกจากห้องนอนของพวกเขา
หญิงสาวเดินจูงเด็กน้อยตัวเล็กทั้งสอง ขาสั้น ๆ ป้อม ๆ เดินตามด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ต้องกลัวนะคะ ถ้าแม่ยังอยู่ไม่มีใครอะไรพวกหนูสองคนได้เลยสักนิด” ว่าแล้วเธอก็เดินนำ สายตาคู่งามกวาดมองหาห้องครัว ทำไมบ้านเงียบเฉียบเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเปล่านะ
แต่ก็ดีอย่างน้อย เธอจะได้หาอะไรให้เด็กน้อยทั้งสองกินเพื่อประทังชีวิต โดยไม่ต้องสู้รบตบมือกับใคร
“ห้องครัวอยู่นี่ครับแม่” เฟยเยว่ส่างกระดุกกี่เพ้าของผู้เป็นมารดาแรง ๆ ก่อนนิ้วชี้น้อย ๆ จะชี้ไปทางฝั่งซ้ายของบ้าน
หญิงสาวจัดการอุ้มเด็กน้อยทั้งสองขึ้นมาโดยใช้มือทั้งสองโอบลำตัวของเด็กน้อยเอาไว้ โชคดีที่เด็กน้อยทั้งสองตัวเล็กไม่หนักมาก เรี่ยวแรงก็ของเธอเลยอุ้มได้สบาย ๆ
เด็กน้อยทั้งสองออกไปทางผอมจนทำให้ตัวเล็กแกร็น
“อยากกินอะไรกันหึ เดี๋ยวแม่เป็นคนทำ”
“อยากกินเป็ด”
“อยากกินเนื้อ”
ทั้งเฟยเยว่เล่อ และเฟยเยว่ส่างพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความดีใจ หญิงสาวปล่อยลูก ๆ ลงไปยืนบนพื้น เด็กน้อยตาโตเมื่อเห็นเป็ดกับเนื้ออยู่ในตู้กับข้าว
“พวกแกจะทำอะไร”
เฟยห่วงลี่กำลังจะยื่นมือไปเปิดตู้กับข้าวมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน หญิงสาวเหลียวหลังกลับไปมอง เห็นหญิงสาววัยราวสี่สิบในชุดกี่เพ้าเท้าเอวมองพวกเธอสามแม่ลูกดวงแววตาอาฆาต ทำราวกับว่าเธอนั้นไปฆ่าใครมาอย่างนั้นเชียวล่ะ
“ก็จะทำอาหารยังไงล่ะป้า ไม่เห็นหรืออย่างไง” เฟยห่วงลี่ตอบกลับไปแบบไม่สนหน้าใครสักนิด เพราะเธอไม่ใช่เฟยห่วงลี่คนเดิมที่ต้องเล่นตามบท เธอก็เลือกทางที่ดีที่สุดเพื่อครอบครัวของเธอ
“กล้าดียังไงว่าเรียกฉันแบบนี้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง....”
“อะไรหรือคะคุณแม่”
เสียงของใครบางคนดังขึ้น เป็นเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสวย ทาปากสีแดงเลือดนก เดินมาพร้อมกับหญิงสาวอีกคนที่แต่งตัวคล้ายกัน
ถ้าให้เดาสองคนนี้ก็คือ สะใภ้หนึ่ง กับสะใภ้สามสิท่า......
“ก็นางตัวดีกับลูก ๆ ของมันกำลังขโมยของอยู่นะสิ” เจียงหงเอ่ยฟ้องสะใภ้สุดรักทั้งสอง.....
“ขโมยอะไรกันล่ะคะคุณแม่ ฉันก็เป็นสะใภ้ของคุณแม่นะคะและเด็กสองคนนี้ก็เป็นหลานคุณแม่แท้ ๆ ไม่คิดจะแบ่งปันอาหารให้หน่อยหรือคะ หรือให้พวกฉันหิวตายในบ้านหลังนี้ จะไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ”
เฟยห่วงลี่แบะปากกอดอก เด็กทั้งสองกอดขาของแม่ตนเองเอาไว้ด้วยความหวาดกลัว อาการตัวสั่นของเด็กแฝดทำให้หญิงรับรู้ว่าเมื่อก่อนเด็กทั้งสองคนคงโดนทำร้ายมาเยอะ
คำพูดของสะใภ้คนรองแสนน่ารังเกียจทำให้ใจของเจียงหงผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้เจ็บใจยิ่งนัก เธอคงต้องสั่งสอนสะใภ้คนนี้เสียหน่อย ไม่รู้ว่าลูกชายของเธอหาผู้หญิงแบบนี้มาเป็นเมียได้อย่างไร น่ารังเกียจสิ้นดี
“หน็อย!”
ฝ่ามือของเจียงหงยกขึ้นกลางอากาศจงใจจะฟาดลงใบหน้างดงามแสนหยิ่งผยองของสะใภ้รอง
เฟยห่วงลี่แบะปากกะพริบตา ถอนหายใจ มุขนี้เธอเคยในบทละครประจำ ก่อนหญิงสาวจะรั้งแขนของแม่สามีเอาไว้ก่อนจะฟาดลงมาบนหน้าของเธอก่อน
ได้โอกาสเฟยห่วงลี่บีบแขนของแม่สามีอย่างแรงมากพอที่จะสร้างรอยแดงบนแขนของหญิงสูงวัย
“คุณแม่ อย่ามาคิดทำร้ายฉันกับลูกอีก เพราะฉันไม่ใช่เฟยห่วงลี่คนที่ยอมไปหมดเสียทุกอย่างเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
