ตอนที่ 5 สอนให้หลาบจำ
ตอนที่ 5 สอนให้หลาบจำ
ตึง ตึง แคว่ก !!! มือหนาเดินเข้ามาขึ้นคร่อมร่างบาง ฉีกอาภรณ์จนไม่เหลือแม้สักชิ้น อารมณ์พุ่งพล่านลมหายใจถี่ระรัว ก้อนเนื้อขาวนวลยั่วยวนสายตานับครั้งไม่ถ้วน เขายื่นมือไปบีบคอของนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
“วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รับรู้และห้ามแต่งกายเช่นนี้ออกไปข้างนอกอีก มิเช่นนั้นข้าจะมอบเจ้าให้ทหารทั้งกองทัพได้เสวยสุขกับร่างกายของเจ้า ได้จะปลดปล่อยอารมณ์ให้หายคลายความกังวล นี่ยังนับว่าข้าเมตตาเจ้าแล้วผิงเอ๋อร์ สำนึกใส่สมองกลวง ๆ ของเจ้าเอาไว้ด้วย ” ผิงเอ๋อร์ไม่ได้หลบสายตาจ้องมองเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว เพราะดูคนที่กำลังกังวลน่าจะเป็นเขาเสียมากกว่า
“ท่านแม่ทัพโปรดเมตตาข้าด้วยเจ้าค่ะ เพราะข้าอยู่ในกองทัพไร้อาภรณ์สวมใส่ มีสิ่งใดก็สวมใส่สิ่งนั้น บิดาของข้าไม่ได้บอกให้ข้าเตรียมอาภรณ์มามากมาย แม่ทัพโปรดเข้าใจข้าด้วย”
“เจ้าอย่ามาแก้ตัวเพราะไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เจ้ารอดพ้นจากตอนนี้ไปได้” เอ่ยจบเขาโน้มตัวลงประกบริมฝีปาก มิใช่จูบที่นุ่มนวลแต่เป็นจูบที่ดูดดื่มรุนแรงและดิบเถื่อน ร่างบางสมองเบาหวิววาบหวามสั่นสะท้าน วูบวาบในร่างกาย อ่อนระทวยเพียงแค่รสจูบที่อ่อนหัดของตนเองที่แทบไม่เคยสัมผัส
“อื้อ อือ” เสียงครวญครางประทวงผ่านลำคออู้อี้ฟังไม่รู้เรื่อง ร่างบางดันอกของเขาให้ห่างและผละออกทว่าเขากลับจับมือของเขาตรึงเอาไว้เหนือศีรษะ ลิ้นยังคงกระหวัดดูดดื่มความหอมหวานไม่รู้จักพอ
ลิ้นสากค่อย ๆ ปลดริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นร่างเล็กใต้กายใหญ่เริ่มหายใจติดขัด แต่เขายังคงไม่หยุดนิ่ง ไล่เลียสัมผัสแทบทุกส่วนของใบหน้า ความรู้สึกเสียวซ่านปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อความชุ่มของน้ำลายแตะสัมผัสที่คอระหงขบเม้มทำให้ลำคอของนางเกิดรอยจ้ำกุหลาบ ซ้ำ ๆ หลายแห่ง ราวกับจะแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่านางมีเจ้าของ
ความรู้สึกวูบวาบผสานกับความรู้สึกม้วนท้องน้อยราวกับมีผีเสื้อโบยบิน ร่างเล็กหลับตาเผยอหน้าร้องครวญครางออกมาอย่างลืมตัว
“อะ อ๊า อ่าา”
มือข้างขวาจับมือของนางเอาไว้ส่วนอีกข้างเลื่อนต่ำลงมาเคล้งคลึงบีบขย้ำทรวงอกที่เคยยั่วยวนเขาเมื่อครู่อย่างเมามันและเต็มเนื้อมือ ยามเมื่อนิ้วดึงบีบขยี้สติของผิงเอ๋อร์เลือนราง ประกายไฟวาบผ่านร้อนรุ่มไปทั้งตัว
เขาเงยหน้าจ้องมองร่างเล็ก เห็นว่าสตรีตรงหน้าหายใจติดขัด เขาปล่อยมือของนางช้า ๆ ถอดอาภรณ์ของตนเองทิ้งไว้ปลายเตียง ก่อนจะถอดเศษผ้าที่ปกปิดช่วงล่างของผิงเอ๋อร์ออกอย่างไม่รีรอ แท่งเอ็นผงาดพร้อมแล้วที่จะทะลวงเข้าไปในช่องรัก ทว่าเมื่อเขาจับขาของนางตั้งฉากขึ้น มองดูมันช่างคับแคบหากตะบี้ตะบันยัดเข้าไปคงทำให้แก่นกลางระหว่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บแน่ ๆ
“เห็นครวญคราง ข้าคิดว่าร่างกายเจ้าพร้อมแล้วเสียอีก ทำไมวันนี้ดูคับแคบมากกว่าวันนั้นหรือเพราะแท่งร้อนของข้ามันขยายใหญ่ขึ้นมากกว่าทุกวัน เมื่อครู่แค่หยั่งเชิงเอาล่ะต่อจากนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าจนเจ้าหายใจถี่รัวร้องขอชีวิต ฮึ ฮึ ดูสิว่าเจ้าจะทนไหวหรือไม่! ทุกอย่างล้วนมาจากการกระทำของเจ้า เพราะเจ้าเป็นคนที่ต้องให้ข้าเป็นคนเยี่ยงนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เมตตา” เขาเอ่ยพลางนั่งคุกเข่าลงพื้น จับขาทั้งสองข้างของนางห่างออกจากเดิม นิ้วยาวค่อย ๆ แหวกว่ายเข้าไปในช่องทางคับแคบ ครานั้นเองผิงเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก ด้วยความตกใจเมื่อสิ่งที่เขายัดเข้าไปมิใช่แท่งร้อนที่อุ่น ๆ แต่เป็นนิ้วมือที่แข็งและเยือกเย็น
“อึก อื้อ ทะ…ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ข้าเจ็บเจ้าค่ะ” สองมือยื่นมาจับมือของเขาเอาไว้ไม่ให้ยัดเข้าไปลึกกว่านี้ แม้ว่าจะเคยช่วยตัวเองมาก่อน เมื่ออยู่ในร่างลู่ซาน แต่นี่มิใช่.. ร่างกายนี้ช่องรักช่างคับแคบ แถมยังพึ่งผ่านค่ำคืนแรกกับแม่ทัพไม่เพียงแค่ครั้งเดียว ความรู้สึกเจ็บปวดนี้ยังคงไม่เปลี่ยนผัน ร่างใหญ่ชะงักก่อนจะปัดมือของนางออกเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ทำไม..! หรือว่าแค่นี้เจ้าจะยอมแพ้ไม่มีทางเสียหรอก ที่ข้าทำเช่นนี้เพราะต้องการช่วยไม่ให้เจ้าเจ็บต่างหาก”
แจ๊ะ แจ๊ะ …!! นิ้วยาวของเขาดันเข้าไปช้า ๆ และค่อย ๆ ดึงเข้าดึงออก ร่างเล็กบิดเกร็งมือจิกฟูกบรรเทาความเจ็บปวด ใบหน้าเริ่มเงยเกยจนจ้าวเหวินมิอาจทนได้ เร่งความเร็วของนิ้วมือเข้าออก น้ำเลี้ยงเริ่มไหลซึมออกมาด้วยความซาบซ่าน เขาจ้องมองกลีบกุหลาบที่เริ่มปริ่มน้ำ ในใจชักอยากจะลิ้มรส เพราะเมื่อครั้งก่อนเขาใจร้อนและวู่วามเกินไปมิได้เล้าโลมให้ร่างกายของนางคุ้นชิน ประดีประดาเข้าจู่โจมจนทำให้นางเจ็บระบมทั้งร่างกาย แต่ครั้งนี้ ไม่เหมือนกัน ยิ่งเขาเห็นนางทุรนทุรายมากเพียงใดเขายิ่งชอบใจ ก้มหน้าลงใช้ลิ้มสากลิ้มรสดูดขบเม้ม เลียติ่งสวรรค์ที่ตั้งชูชันสีชมพูล่อหน้าล่อตา
“อะ อ๊าาา ตรงนั้น ตรงนั้นไม่ได้นะเจ้าคะ” น้ำเสียงแผ่วเบาราวกำลังจะขาดใจ ลมหายใจหอบถี่แอ่นกระตุกเมื่อถูกละเลงลิ้นรัวล้วงลึกกระหวัดดูดเม้ม ริมฝีปากเผยอหอบเกลียวคลื่นแห่งความปรารถนาพรั่งพรูมากกว่าเดิม
ยิ่งเห็นนางทุรนทุรายเขายิ่งขบเม้มรุนแรงมากกว่าเดิม ลิ้นสากสอดใส่เข้าไปด้านในเป็นเนื้อเดียวกับนิ้วที่ยังคงเล่นกระตุกนิ้วอยู่ด้านใน จนร่างเล็กสั่นสะท้านเกร็งดิ้นเร่าร่อนเอวเข้าหาอย่างควบคุมตนเองไม่ได้ ท้องน้อยหดเกร็งซ่านกระสัน เสียวปานจะขาดใจ
“อึก อื้อ ท่านแม่ทัพ ข้าเสียวเหลือเกิน อ๊า ๆ ข้าจะเสร็จแล้ว อึก อือ” น้ำเสียงแหบแห้งครางระงมเอ่ยกระท่อนกระแท่นไม่เป็นภาษา รู้สึกร้อนลวกจนตัวสั่นระริกเบา ๆ จ้าวเหวินกลืนน้ำหวานที่หลั่งไหลออกมาจากช่องรัก ช่างหอมหวานราวกับน้ำผึ้ง เขาเงยหน้าขึ้นและถอดมือออกจากช่องรัก ลูบคลำกลีบกุหลาบอย่างหลงใหล นิ้วมือเต็มไปด้วยน้ำล่อเลี้ยงเหนียวหนืด ตอนนี้ดูเหมือนว่าร่างกายของนางพร้อมแล้วที่จะรับแท่งร้อนที่มันบวมจนปวดตั้งชูชันอยู่ต่อหน้า
