ตอนที่ 4 ยั่วยวน
ตอนที่ 4 ยั่วยวน
หลังรับราชโองการเสร็จ จ้าวเหวินดูวันที่เดินทางปล่าวประกาศบอกต่อให้แก่ทหารได้รับรู้ ทุกคนต่างพากันดีอกดีใจที่จะได้เดินทางกลับวังหลวงหาครอบครัว เสนาบดีโจวไห่หลงยังไม่ได้กลับในทันที เพราะนี่ก็ใกล้จะตะวันตกดิน จ้าวเหวินจึงชักชวนให้นอนค้างที่กองทัพเอาไว้รุ่งสางค่อยเดินทางกลับ ทั้งสองคือสหายที่สนิทสนมกันมากเพียงมองตาก็รู้ใจ หลังจากที่จัดการเรื่องบอกกล่าวกับทหารเสร็จ เขาจึงพาไห่หลงไปส่งที่ซุ้มค่ำคืนนี้เขาจะมีการกินเลี้ยงดื่มด่ำสุรางานรื่นเริงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในกองทัพหลังจากที่ไม่ได้รื่นเริงมานานเพื่อเป็นการตอบแทนทหารเหล่าผู้กล้าที่เคียงข้างไม่ท้อถอย
ระหว่างเดินมาที่ซุ้มสายตาของจ้าวเหวินปะทะสบตากับสตรีที่เขาคะนึงหาจนแทบอยากถลาตัวไปหานาง แสงแดดช่วงพลบค่ำเหลืองอร่ามส่องกระทบร่างบางที่ยืนอยู่ต่อหน้า ไม่พบเจอนางเพียงสองวันไม่คิดว่านางจะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ใบหน้าแต่งแต้มประทินโฉม ริมฝีปากแดงระเรื่อจากสีชาด แต่ที่สะดุดตาเขามากกว่าสิ่งใดคือชุดที่นางสวมใส่ยามนี้่ ทำให้เขาถึงกับกำมือแน่นดวงตาจ้องเขม็งราวจะจับนางกินเลือดกินเนื้อเสียยามนั้น
อาภรณ์สีเขียวอ่อนด้านนอกโปร่งแสง บางแทบเห็นเนื้อด้านในอาภรณ์ผืนน้อยสีแดงเข้มปักลวดลายดอกโบตั๋นด้วยด้ายทอง เสื้อตัวในถูกรัดไว้อย่างจงใจให้ต่ำลงกว่าปกติเล็กน้อย เผยให้เห็นความอวบอิ่มของเนินอกขาวเนียนดุจหิมะที่เบียดนูนพ้นขอบออกมาอย่างท้าทายสายตา
“สตรีนางนั้นคือผู้ใดกันนางฟ้าอย่างนั้นหรือ? หากข้าไม่เดินทางมาที่นี่ในวันนี้คงไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองว่าที่นี่มีนางฟ้าอาศัยอยู่” ดวงตาของไห่หลงส่องประกายแวววาว ลุกโซนความเป็นบุรุษในกายของเขาทันทีที่เห็นนางจากไกล ๆ ยิ่งทำให้จ้าวเหวินไม่พอใจมากกว่าเดิม กำมือแน่นเพื่อระบายอารมณ์ขนาดสหายของเขาเห็นนางยังมีสายตาหื่นกระหายขนาดนี้ แล้วนี่นางออกมาเดินเล่นท่ามกลางทหารที่อดอยากมานานเช่นนี้ สายตาคนพวกนั้นไม่แทะโลมนางจนทั่วทั้งตัวแล้วหรือ?
“นางมิใช่นางฟ้าแต่เป็นนางบำเรอของข้าในยามที่อยู่กองทัพแห่งนี้เท่านั้น”
“อะไรกันเพียงข้ามองคราเดียวก็มองออกว่านางมิใช่นางคณิกา จะเป็นสตรีอุ่นเตียงของแม่ทัพเหี้ยมโหดอย่างเจ้าได้อย่างไร ไม่มีทางแต่ดูสิเรือนร่างของนางช่างดึงดูดสายตาเสียจริง จนข้าอยากได้มาครอบครอง ฮ่า ฮ่า หากเป็นเช่นอย่างเจ้ากล่าวมาเบื่อเมื่อไหร่โยนมาให้ข้านะ ข้าพร้อมจะรับนางไปอยู่ที่เรือนของข้า เป็นอนุของข้ายังดีกว่าต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่เสียดายของแย่”
“เลิกเอ่ยวาจาไร้สาระเสียที เดินไปด้านหน้าอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงที่พักแล้ว ยามโหย่ว(19.00) มาพบกันที่กองไฟ” จ้าวเหวินพยายามกักเก็บความโมโหเอาไว้ ไล่ให้สหายไปพักก่อนที่เขาจะเดินไปหาผิงเอ๋อร์ด้วยความโมโห
“ท่านแม่ทัพเมื่อครู่ผู้ใดหรือเจ้าคะ ท่าทางสง่างามราวกับทวยเทพ”
“เห็นบุรุษไม่ได้เลยอย่างนั้นรึ แสดงกิริยาสำส่อนออกมาจนเห็นได้ชัดเจน ถึงว่าบิดาของเจ้าถึงได้มอบเจ้าให้ข้าทั้ง ๆ ที่พึ่งจะผ่านพิธีปักปิ่นผม คงเห็นความร่านราคะในกายเจ้าสินะ” เขาเดินเข้ามาใกล้ดึงกระชากข้อแขนของนาง จนร่างบางเซถลาไปแบบชิดที่อกของเขา เขากระซิบด้วยคำหยาบโลนเบา ๆ ข้างหูของนางก่อนจะหันไปสั่งอี๋เหนียงให้กลับเรือน”อี๋เหนียงท่านกลับเรือนเถิดวันนี้หมดหน้าที่ของท่านแล้ว”
“เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ” อี๋เหนียงเหลือบมองผิงเอ๋อร์ครู่หนึ่งก่อนจะก้มโค้งลงและหันหลังให้ทั้งสอง
“ท่านแม่ทัพ ข้าเจ็บนะเจ้าคะข้อมือของข้าแดงหมดแล้ว อีกอย่างอี๋เหนียงยังไม่ทันได้หาอาหารเย็นให้ข้าเลย เหตุใดท่านต้องรีบขับไล่นางกลับด้วย” ผิงเอ๋อร์แสร้งทำไม่รู้เรื่องแต่ทว่าเรื่องนี้เป็นแผนการของนางเองที่จะมายั่วยุท่านแม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวิน
“เจ้าแต่งกายอันใดของเจ้ากัน อยากจะมีสามีเป็นทหารทั้งกองทัพอย่างนั้นหรือ? แต่งตัวเช่นนี้ยิ่งกว่านางคณิกาที่หอนางโลมเสียอีก มานี่เดี๋ยวนี้” เขาอยากฉีกกระชากสิ่งที่บดบังเรือนร่างนั้น อยากทำให้สีหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยแรงราคะ เรือนร่างยั่วกำหนัดจนยากจะเยียวยา ลมหายใจร้อนระอุหัวใจเต้นแรงระรัวฉุดกระชากลากร่างบางจนถึงซุ้มพักของนาง เขาเกวี้ยงร่างของนางลงบนเตียงฟาง ดึงผ้าคุมเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้ามาเอ่ยกำชับกับทหารสนิทเสียงดัง
“ลู่จื่อหากมีผู้ใดมาเรียกหาข้าจงบอกว่าข้าไม่ว่างและคอยเฝ้าหน้าซุ้มจนกว่าข้าจะเดินออกไปจากที่นี่”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”
สายตาราวกับสิงโตที่จ้องมองกระต่ายน้อยไร้ทางสู้ พร้อมที่จะเขมือบนางทุกคราสายตาดุดันจนแทบมองทะลุอาภรณ์ที่สวมใส่ ผิงเอ๋อร์แสร้งทำเป็นตื่นกลัวทว่าในใจกลับยิ้มเยาะ
‘เพียงแค่แต่งหน้า เปลี่ยนการแต่งกายใหม่ไม่คิดว่าจะกระตุนอารมณ์เขาได้ถึงเพียงนี้ ฮึ ฮึ อย่าคิดว่าจะทิ้งฉันเอาไวที่นี่เพียงลำพัง ฉันจะทำให้แม่ทัพมิอาจจะหลงลืมและทิ้งข้าไว้ห่างกายได้’
“ทะ..ท่านแม่ทัพจะทำอันใดหรือเจ้าคะ ดวงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้า ทหารยังคงเดินผ่านซุ้มของข้ามากมาย หากข้าส่งเสียงดังจะรบกวนผู้อื่นได้นะเจ้าคะ”
“ข้ามิได้สน เจ้าเองก็ต้องการเช่นนี้มิใช่หรือที่แต่งกายเช่นนี้ก็อยากจะหาบุรุษมาสนองกิเลสของเจ้าสินะ คิดว่าข้ารู้ไม่ทันหรืออย่างไร ช่างเป็นสตรีแพศยาจริง ๆ วันนี้ข้าจะไม่อ่อนแรงจะทำให้สตรีเช่นเจ้ายอมสยบศิโรราบให้ข้า จนไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกไปให้ท่าชายใดอีก”
