บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 พระราชโองการ

ตอนที่ 3 พระราชโองการ

ยามเฉิน(9.00) หลังจากล้างเนื้อล้างตัว เย่อี๋เหนียงจัดหาอาหารมาให้ลู่ซานกินเรียบร้อย นางเฝ้าครุ่นคิดเรื่องที่กำลังพบเจอ และตอนนี้ได้รู้แน่ขัดแล้วว่าตัวเอง ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในหนังสือนิยาย แถมยังเป็นลู่ผิงเอ๋อร์สตรีแรกแย้ม ที่ถูกแม่ทัพเมินเฉย

'น่าตลกจริง ๆ ฉันเข้ามาอยู่ในนิยายอย่างนั้นรึ เอาเถอะในเมื่อตอนนี้ฉันมาอยู่ในนิยายเป็นสตรีอุ่นเตียงก็ไม่ได้แย่ โฮ๊ะ ๆ ความฝันของฉันเป็นจริงสักที แต่ที่น่าโมโหคือคำพูดของแม่ทัพที่ก่อกวนหัวใจอยู่ไม่คลาย ไม่สนใจไม่มีใจ ดี ! คิดว่าตัวเองเป็นเทพบุตรรูปงามอยู่คนเดียวหรือไง..! ถึงแม้ว่าจะหล่อจริง ๆ ก็เถอะแต่ปากปีจอเหลือเกิน ฉันจะต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง สิ่งแรกคือทำอย่างไรก็ได้ให้เขาพาออกไปจากกองทัพที่มีแต่ผู้ชายมากมายเช่นนี้ และสิ่งที่สอง ปอกลอกเงินทองสมบัติเพื่อเอามาไว้ติดกาย เมื่อได้พอและพบเห็นหนทางฉันจะหนีไปจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ให้ดู'

“อี๋เหนียงที่นี่มีแต่ทหารที่เป็นบุรุษล้วนเลยหรือ ? แล้วอี๋เหนียงอยู่ที่ใดกันเหตุใดถึงเข้ามาอยู่ในกองทัพที่มีแต่บุรุษเช่นนี้เจ้าคะ ”

“ข้าเป็นชาวบ้านที่อยู่แถว ๆ นี้ ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไม่ไกลจากที่นี่ แม่ทัพต้องการสตรีมาคอยดูแลท่าน ข้าจึงรับหน้าที่นั้นเพราะค่าจ้างที่แม่ทัพยื่นให้มากพอที่จะเลี้ยงครอบครัวของข้าได้สบายพักใหญ่เลยละ ”

“อี๋เหนียงท่านอยู่ไกลชายแดนเช่นนี้ไม่หวาดกลัวหรือเจ้าคะ เหตุไม่ย้ายไปที่อื่น”

“ที่นี่คือบ้านเกิดของข้า ข้าแก่ชราอายุจวนจะลงโลงแล้วไม่ขอไปที่ใดแล้วอยู่ที่นี่แม้จะระแวงแต่ก็ไม่อยากทุกข์ยากอันใด” สายตาของอี๋เหนียงส่องประกายราวกับว่านางมีความสุขจริง ๆ ลู่ซานในร่างลู่ผิงเอ๋อร์เดินสำรวจไปเรื่อย ๆ สายตาลอบมองเหล่าทหารที่กำลังซ้อมกันอย่างฮึกเหิม กลิ่นกายของชายฉกรรจ์แรงกล้าจนนางไม่อยากจะอยู่ในกองทหารนี่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเมื่อเดินผ่านซุ้มของทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ความเจ็บความตายอยู่ต่อหน้าทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน รีบหันหลังเพื่อกลับซุ้มนอนของตนเอง สายตาเหล่าทหารที่ไม่ได้พบเจอสตรีมาเนินนานระหว่างการรบที่ยาวนาน ทำให้ลู่ผิงเอ๋อร์ขนลุกซู่ รีบย่างเท้ากลับซุ้มทันที

“อี๋เหนียงข้าเหนื่อยอยากกลับที่พักแล้ว ”

“เชิญด้านนี้เจ้าค่ะ”อี๋เหนียงเข้าใจความรู้สึกของผิงเอ๋อร์ดี สตรีอายุน้อยยังไม่ได้ท่องโลก ต้องมาอยู่ในกองทัพทหารคงหวาดกลัวไม่น้อย

มาถึงที่พักอี๋เหนียงขอตัวไปเตรียมอาหารกลางวันมาให้แก่ผิงเอ๋อร์ นางจึงใช้เวลานั้นคิดเรื่องที่จะรับมือจากแม่ทัพปากร้าย

“ถ้าหากอยากออกไปจากที่นี่และไม่อยากมีสามีหลายคนต้องทำให้แม่ทัพหลงใหล ต้องเอาอกเอาใจให้เขาตราตรึงใจ หากเขาเบื่อก่อนที่จะกลับวังหลวงมีหวังได้เป็นนางบำเรอของทหารทั้งกองทัพนี่แน่นอน ฮึ่ย ! แม้ว่าฉันจะช่วยตัวเองบ่อย ๆ และใฝ่ฝันที่จะมีค่ำคืนที่ดี แต่อย่างนี้ก็ไม่ไหวหรอกนะ มีหวังได้ตายอีกรอบแน่ ๆ ไหนดูสิต้องเปลี่ยนจากตรงไหน” ผิงเอ๋อร์เดินไปที่กระจกเงา จ้องมองเรือนร่างที่งดงามผ่านกระจก ใบหน้าขาวซีดริมฝีปากประจับเข้ากับใบหน้า ดวงตาเปล่งประกายคิ้วโค้งมนเข้ารูป อีกทั้งเรือนร่างที่น่าอิจฉานี่อีก ขนาดนางเป็นผู้หญิงด้วยกันยังอิจฉา ผิวตึงกระชับทุกสัดส่วน ผมยาวสยายเงางามไร้ที่ติ

“นี่มันสวรรค์ประทานชัด ๆ อยู่ในร่างเด็กสาวอายุน้อยนี่ช่างดีจริง ๆ เอาละ ฉันจะต้องเปลี่ยนแปลงตนเองเหมือนกัน เดิมทีฉันเป็นคนโลกสูงไม่ชอบสุงสิงกับใครเพราะกลัวจะถูกจับได้ว่าตัวฉันเป็นโรคจิต แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะใบหน้าหรือรูปร่าง ฉันต้องละทิ้งความหน้าบางเพื่อเอาตัวรอดจากนิยายเรื่องนี้ ” ผิงเอ๋อร์ยกมือทั้งสองข้างประคองหน้าอกอวบอึ๋มขึ้นอย่างพึงพอใจ เปิดคอเสื้อให้กว้างเพื่อเผยให้เห็นเนื้อที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายแวววาว พลางยิ้มกริ่มหัวเราะในใจ

‘ร่างนี้อย่างไรก็เป็นสตรีอุ่นเตียง แต่จะไม่ให้เป็นสตรีอุ่นเตียงธรรมดาเช่นเคย ฉันจะทำให้แม่ทัพทมิฬผู้นี้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยละ เมื่อนั้นฉันเองจะสั่งสอนให้เขาได้รู้ว่าการดูถูกและไม่เห็นค่าคนอื่นเป็นเช่นไร ฮ่า ฮ่า’

สองวันต่อมา

หลังจากคืนแรกที่จ้าวเหวินได้ครอบครองร่างกายของสตรีบอบบางที่เอาแต่ก่อกวนหัวใจไม่รู้จบ ทว่าเมื่อเขาได้เชยชมนางเขากลับยิ่งทวิลหานางมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะทำอะไรในสมองของเขาก็มีเพียงภาพของนางที่นอนดิ้นเร่าอย่างทุรนทุราย เสียงครวญครางยังคงกระเส่าอยู่ในหูไม่จางหาย สองวันแล้วที่เขาไม่ได้ไปที่นางที่พักของนางเพราะมีงานเร่งด่วนต้องคอยบัญชาและจัดการด้วยตัวของเขาเอง

“ท่านดูไม่มีสติเลยนะท่านแม่ทัพ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเมื่อเห็นแม่ทัพเหม่อลอยทั่ง ๆ ที่เขาเดินมาด้านหลัง หากเป็นเมื่อก่อนเพียงเสียงลมหายใจที่ใกล้เข้ามาเขาย่อมรู้ตัวรวดเร็วมากกว่าผู้ใด

“ต้องขออภัยพอดีมีเรื่องให้ต้องคิดเล็กน้อย ว่าแต่เสนาบดีโจวไห่หลงเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเองมีเรื่องเร่งด่วนอันใดกัน ที่นี่ทางจากวังหลวงหลายหมื่นลี้เลยทีเดียว ” จ้าวเหวินหันหลังกลับมามองดูผู้มาเยือนเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดจึงได้เอ่ยถามกลับ

“เหตุใดต้องเอ่ยราวกับว่าเราเหินห่างกันเช่นนี้เล่า ในเมื่อเอ่ยถามข้าก็พร้อมแล้วที่จะบอกว่ามาที่นี่เพราะเรื่องอันใด นี่คือพระราชโองการจากฝ่าบาท ทรงเรียกตัวให้แม่ทัพและกองกำลังทหารกลับวังหลวงเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะที่แม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวินได้ชัยชนะและคอยปกป้องแคว้นไม่ให้เสียแผ่นดินให้กับศัตรูแม้เพียงเฟิน ช่างเป็นความกล้าหาญของแม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวินกับกองกำลังความงามความดีต้องถูกยกย้อง โปรดรับราชโองการ” สิ้นคำกล่าวตามพระราชโองการแม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวินนั่งลงคุกเข่ายื่นมือชูเหนือหัวเพื่อรับราชโองการจากฝ่าบาท

“แม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวินน้อมรับพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel