บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

"ความลำบากเหรอ... มันหน้าตาเป็นยังไงกันนะ?"

เธอพึมพำกับตัวเอง พลางนึกถึงความวุ่นวายในโลกธุรกิจที่เธอเพิ่งผ่านมา สำหรับเธอ ความลำบากคือการที่กำไรลดลงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ หรือการที่คู่ค้าเจรจาไม่ลงตัว

ในคืนนั้นเอง พายุฤดูร้อนโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงเหนือท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้ ฟ้าผ่าลงมายังยอดตึกอาคารหลินกรุ๊ปจนระบบไฟฟ้าขัดข้องชั่วขณะ หลินชิงเหอที่กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ

หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ โรคเดิมของผู้หญิงที่ดูแข็งแรงต่หน้าทุกคนกำเริบขึ้นฉับพลัน ความรู้สึกหน้ามืดอย่างรุนแรงจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างในชุดสูทสีขาวทรุดลงกับพื้นพรมหนานุ่ม สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือแสงสีขาวนวลตาที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่แผ่วเบาเหมือนลมพัด

'ถ้าเจ้าต้องสูญเสียทุกอย่าง... เจ้าจะยังคงเป็นราชินีอยู่ได้หรือไม่?'

สู่โลกใหม่ที่หนาวเหน็บ

"แม่... แม่ครับ"

เสียงเรียกนั้นแหบแห้งและเล็กแหลม หลินชิงเหอพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาของเธอมันหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความนุ่มนวลของพรมเปอร์เซีย แต่เป็นความกระด้างและเย็นเฉียบของเตียงดินเผาที่เรียกว่า 'คัง' (เตียงเตา)

เธอกระพริบตาถี่ๆ มองเห็นเพดานที่ทำจากคานไม้ผุๆ และมีคราบเขม่าดำเกาะแน่น กลิ่นอับของฟางและดินชื้นๆ ลอยเข้าจมูกจนเธออยากจะเบือนหน้าหนี

"หิว... ต้าเป่าหิว"

หลินชิงเหอหันขวับไปมองที่ข้างกาย เธอพบเด็กชายตัวเล็กๆ สองคนที่มีใบหน้าเปื้อนฝุ่น มอมแมม เสื้อผ้ามีรอยปะซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่เห็นเนื้อผ้าเดิม ดวงตาของเด็กน้อยทั้งสองโตเกินตัวเพราะความผอมโซ

"ที่นี่ที่ไหน?" เธอพยายามจะเปล่งเสียง แต่เสียงที่ออกมากลับแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน

บทที่ 2 ร่างใหม่ในโลกใบเก่า

ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วศีรษะทำให้หลินชิงเหอรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เธอยังคงหลับตาแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "เซี่ยปิน... เอายาแก้ปวดมาให้ฉันที..." เธอพึมพำเรียกเลขาหนุ่มด้วยความเคยชิน แต่สิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงขานรับที่สุภาพและรวดเร็วของเลขาผู้ชำนาญการ แต่กลับเป็นเสียงแผ่วเบาที่สั่นเครือคล้ายเสียงลูกนก

"แม่... แม่ครับ... แม่ตื่นแล้วเหรอ?"

หลินชิงเหอขมวดคิ้วแรงขึ้นไปอีก เสียงนั้นเล็กและแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือเพดานไม้ที่ผุพังจนมองเห็นรอยรั่วที่มีแสงแดดรำไรลอดผ่านลงมา ฝุ่นละอองเต้นระบำอยู่ในลำแสงนั้นเหมือนตอกย้ำว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนสุดหรูในเพนท์เฮาส์ของเธอ

เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความรู้สึกมึนงงทำให้โลกหมุนคว้างไปชั่วขณะ และนั่นเองที่ทำให้เธอสังเกตเห็นเด็กชายสองคนนั่งคุดคู้โต๋เต๋อยู่ข้างเตียงดินเผาที่แสนเย็นชืด

"แม่... แม่ไม่เป็นไรใช่ไหม? เมื่อกี้แม่ล้มลงไป... ผมกลัวมากเลย" เด็กชายคนที่ดูโตกว่าเล็กน้อยกล่าวพลางเอื้อมมือที่มอมแมมมาจับชายแขนเสื้อของเธอ

หลินชิงเหอมองมือนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่ไม่ใช่ผ้าไหมราคาแพง แต่มันคือผ้าเนื้อหยาบสีซีดจางที่มีรอยปะจนนับไม่ถ้วน กลิ่นอับของเหงื่อและดินที่ติดอยู่บนตัวทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้

"พวกเธอ... เรียกใครว่าแม่?" เธอถามออกไป เสียงนั้นแหบพร่าจนเธอเองยังตกใจ มันไม่ใช่เสียงที่ทรงอำนาจของราชินีแห่งตลาดทุน แต่มันคือเสียงของหญิงสาวที่ดูอ่อนแรงและตรอมใจ

เด็กชายทั้งสองชะงักไปคนละนิด เด็กชายตัวเล็กที่สุดที่ดูจะอายุไม่เกินสี่ขวบเริ่มเบะปาก "แม่จำผมไม่ได้เหรอ... แม่จำเสี่ยวเป่าไม่ได้เหรอครับ?"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel