บทที่ 9
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงทันที หลิวเหว่ยจ้องมองใบหน้าสวยซึ้งของภรรยาที่ตอนนี้ดูสง่างามและทรงพลังอย่างประหลาด แรงดึงดูดบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกกับเธอมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้น ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้นเมื่อเห็นริมฝีปากบางที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั้น
เขายื่นมือหนาออกมาคว้าเอวบางของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว โรซี่ตกใจจนเสียหลักล้มลงไปบนตักกว้างของเขา
“เยว่ชิง... คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่?” หลิวเหว่ยกระซิบชิดใบหู กลิ่นกายชายหนุ่มและไอร้อนจากร่างกายเขาส่งผ่านเข้ามาจนโรซี่รู้สึกใจสั่น เขาเริ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะครอบครองริมฝีปากนั้น
แต่ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จ โรซี่ก็ใช้มือทั้งสองข้างยันหน้าอกแกร่งของเขาไว้สุดแรง เธอเบี่ยงหน้าหลบด้วยความรู้สึกต่อต้าน
“ปล่อยค่ะ!” เสียงของเธอเฉียบขาดและเย็นชาจนหลิวเหว่ยชะงัก
“ทำไม? ปกติคุณแทบจะกระโจนใส่ผมทุกครั้งที่ผมกลับบ้านไม่ใช่หรือไง?” เขาถามด้วยความไม่เข้าใจและเริ่มมีอารมณ์กรุ่นๆ
“นั่นมันเยว่ชิงคนเก่าค่ะ” โรซี่พูดพลางผลักตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเขาและยืนขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ตอนนี้ฉันเหนื่อย และฉันไม่ชอบการบังคับขืนใจ ถ้าคุณอยากได้แค่ ‘ร่างกาย’ ไปหาผู้หญิงคนอื่นเถอะค่ะ แต่ถ้าคุณอยากได้ ‘ภรรยา’ คุณต้องหัดให้เกียรติฉันมากกว่านี้”
หลิวเหว่ยยืนนิ่งมองภรรยาที่เดินไปปูที่นอนอีกฝั่งของห้องอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกเสียหน้าปนไปกับความสงสัยและเสน่หาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้หญิงคนนี้... ไม่ใช่เยว่ชิงที่เขาเคยรู้จักจริงๆ
เขามองแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะดับตะเกียงลง ทิ้งให้ห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืดที่มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นแรงด้วยเหตุผลที่ต่างกันสิ้นเชิง
บทที่ 6 การทดลองทางสังคมและกำแพงอคติ
แสงแดดยามเช้าทอดตัวผ่านรอยแยกของกำแพงอิฐในคฤหาสน์ตระกูลหลิว โรซี่ ลี ในร่างของ เยว่ชิง ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับแผนการในหัวที่ซับซ้อนกว่างานวิจัยใดๆ ที่เธอเคยทำ สำหรับเธอแล้ว มนุษย์คือสารเคมีที่มีความเสถียรต่ำและคาดเดายากที่สุด
“ในโลกก่อน ฉันสอบตกเรื่องมนุษยสัมพันธ์จนต้องตาย แต่ในโลกนี้... ถ้าฉันอยากจะปกป้องเป่าเป้ยและมีชีวิตที่สงบสุข ฉันต้องควบคุม ‘ตัวแปร’ ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ให้ได้”
เธอเริ่มก้าวออกจากห้องนอนด้วยท่วงท่าที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เยว่ชิงที่เดินก้มหน้าสั่นเทา แต่เป็นหญิงสาวที่หลังตรงและสายตาคมกล้า จุดมุ่งหมายแรกของเธอคือห้องครัวที่ส่งกลิ่นควันฟืนลอยออกมา
“ป้าหวังคะ วันนี้ทำหมั่นโถวหรือคะ?” โรซี่เอ่ยทักทายแม่ครัวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่มีจังหวะจะโคน
ป้าหวัง ชะงักมือที่กำลังนวดแป้ง เธอแปลกใจที่เห็นสะใภ้รองเข้ามาทักทายด้วยตัวเอง “ค่ะคุณหนูเยว่ชิง วันนี้อากาศชื้น แป้งดูเหมือนจะไม่ค่อยขึ้นฟูเลยค่ะ ป้ากลัวว่าคุณนายใหญ่จะบ่นเรื่องรสสัมผัสที่หยาบเกินไป”
โรซี่เดินเข้าไปใกล้ เธอสังเกตเนื้อแป้งอย่างละเอียด “ลองเพิ่มน้ำเกลือความเข้มข้นต่ำลงไปสักนิดสิคะป้าหวัง แล้วอุ่นน้ำที่จะใช้ผสมแป้งให้ได้อุณหภูมิประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส มันจะช่วยเร่งปฏิกิริยาของยีสต์ธรรมชาติได้ดีขึ้น และทำให้กลูเตนในแป้งยืดหยุ่นกว่าเดิม”
ป้าหวังขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจศัพท์ประหลาดๆ แต่เธอก็ลองทำตามคำแนะนำอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คุณหนูพูดเรื่องอะไรนะคะ... ยีสต์? กลูเตน? แต่ถ้าคุณหนูว่าแบบนั้น ป้าจะลองดูค่ะ”
ในขณะที่รอแป้งขึ้นฟู โรซี่ไม่ได้เดินหนีไปไหน เธอเริ่มชวนป้าหวังคุยเรื่องทั่วไป เรียนรู้เรื่องราวในบ้านผ่านสายตาของคนรับใช้ เธอพบว่าป้าหวังมีลูกชายที่กำลังป่วยเป็นโรคปอดอักเสบ และต้องใช้เงินจำนวนมากซื้อยาจากต่างประเทศ
“เรื่องยาลูกชายป้า... ถ้ามีโอกาส ฉันจะลองช่วยดูนะคะ ฉันพอจะมีความรู้เรื่องสารประกอบยาอยู่บ้าง”
