ทะลุมิติมาเป็นภริยานายพลแสนร้ายยุค 80

64.0K · ยังไม่จบ
อักษรามณี
60
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

โรซี่ เป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังแต่ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง ทำให้เธอหายใจเอาสารพิษเข้าไปและหมดสติ พอรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ร่างของผู้หญิงชื่อ เยว่ชิง เป็นภรรยาของ นายพลหลิวเหว่ย นายทหารใหญ่ที่มีชีวิตในยุค 80 เธอมีลูกสาวอายุ 4 ขวบ แต่ถูกแม่สามีกีดกันเพราะไม่ชอบสะใภ้ ที่เยว่ชิงต้องแต่งงานกับนายพลหลิวเหว่ยเพราะพ่อของเขาเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเธอ สัญญากันในสนามรบว่าจะให้ลูกแต่งงานกัน หลิวเหว่ยเองก็ไม่ได้รักเยว่ชิงเพราะคิดว่าเธอน่าเบื่อและเป็นคนไร้สติปัญญา

นิยายย้อนยุคทหารคนต่ำต้อยผู้มีชื่อเสียงข้ามมิติพลิกชีวิตนางเอกเก่งยุค80ดราม่าโรแมนติก

บทที่ 1

อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว

ภายในห้องแล็บวิจัยสารเคมีขั้นสูงที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่ทันสมัย แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนกับพื้นกระเบื้องสะอาดกริบ เสียงหึ่งๆ ของเครื่องเหวี่ยงสารปนเปไปกับเสียงเคาะคีย์บอร์ดที่สม่ำเสมอ

โรซี่ ลี นักวิทยาศาสตร์สาววัย 25 ปี ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าตู้ดูดควัน ใบหน้าเรียบเฉยของเธอถูกปิดทับด้วยแว่นตานิรภัยและหน้ากากอนามัย มือที่สวมถุงมือยางสีฟ้าเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำประดุจเครื่องจักร เธอคือกำลังสำคัญของสถาบันวิจัยแห่งนี้ ผู้ที่เพิ่งจะจดสิทธิบัตรสารประกอบชนิดใหม่ที่โลกต้องการได้สำเร็จ

แต่ความสำเร็จที่ส่องประกายนั้น กลับตามมาด้วยเงาทึบที่กัดกินชีวิตทางสังคมของเธอ

“เรียบร้อย” โรซี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นผลลัพธ์ในหลอดทดลองเปลี่ยนเป็นสีที่เธอต้องการ

เธอยืดตัวขึ้นและถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงามหมดจดราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับเรียบเฉยและเย็นชาจนคนรอบข้างเข้าไม่ถึง

“โรซี่... ผลการทดลองส่วนที่สามเสร็จหรือยัง? ทีมเราต้องรีบส่งรายงานนะ” ลินดา เพื่อนร่วมงานวัยเดียวกันเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเกรงใจกึ่งรำคาญ

โรซี่หันไปมองโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “เสร็จแล้ว ฉันวางไว้บนเซิร์ฟเวอร์กลางเมื่อสิบนาทีก่อน ถ้าเธอเช็กเมลบ่อยกว่าเช็กอินสตาแกรม เธอคงเห็นมันไปแล้วล่ะ”

คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำให้ลินดาชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเพื่อนร่วมงานเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ “ฉันแค่ถามดูเฉยๆ ไม่เห็นต้องพูดประชดกันเลยนี่”

“ฉันไม่ได้ประชด ฉันพูดตามข้อเท็จจริง” โรซี่ตอบพลางถอดถุงมือทิ้งลงถังขยะอันตราย “การจัดการเวลาคือพื้นฐานของนักวิจัย ถ้าเธอทำไม่ได้ ฉันก็แค่สงสัยว่าทำไมเธอถึงยังอยู่ในทีมนี้”

ลินดากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปพร้อมกับเสียงพึมพำที่โรซี่ได้ยินชัดเจนว่า “อัจฉริยะแล้วไง... นิสัยแบบนี้ถึงไม่มีใครคบ”

โรซี่มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เธอไม่ใช่คนใจร้าย เธอแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องเสียเวลาอ้อมค้อมในเมื่อความจริงคือสิ่งที่สั้นและง่ายที่สุด

ในช่วงพักเที่ยง โรซี่มักจะนั่งกินข้าวคนเดียวที่มุมหนึ่งของโรงอาหาร เธอไม่ได้รู้สึกเหงา แต่ความเงียบช่วยให้เธอคิดสูตรเคมีได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม วันนี้เธอกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกที่คุ้นเคย

“โรซี่ ไปพบผมที่ห้องหน่อยสิ” ดร.วิชัย หัวหน้าสถาบันวิจัยวัยชาวอินเดียห้าสิบเศษเรียกเธอ

ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร ดร.วิชัยมองนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดของเขาด้วยแววตาหนักใจ

“โรซี่... สิทธิบัตรตัวใหม่ของคุณมันสุดยอดมากนะ ทางรัฐบาลให้ทุนเพิ่มมาอีกก้อนใหญ่เลย” เขากล่าวเปิดประเด็น

“นั่นเป็นเรื่องดีค่ะ หนูจะได้สั่งซื้อเครื่องแมสสเปกโตรมิเตอร์รุ่นใหม่” โรซี่ตอบอย่างกระตือรือร้น

“นั่นก็เรื่องหนึ่ง...” ดร.วิชัยถอนหายใจ “แต่อีกเรื่องคือ... มีคนในทีมมาร้องเรียนเรื่องคุณอีกแล้ว พวกเขาบอกว่าคุณพูดจาทำลายน้ำใจ และชอบทำเหมือนคนอื่นโง่”

โรซี่ขมวดคิ้ว “หนูไม่เคยทำแบบนั้น หนูแค่บอกจุดที่พวกเขาทำผิด ถ้าพวกเขาไม่แก้ไข ผลการทดลองก็ผิดพลาด หนูทำเพื่อคุณภาพของงานนะคะ”

“คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์นะโรซี่ บางครั้งความสัมพันธ์ก็สำคัญพอๆ กับผลลัพธ์ ผมอยากให้คุณลองปรับตัวดูหน่อย ลองมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในเชิงบวกดูบ้าง สัปดาห์นี้มีการสังสรรค์คืนวันศุกร์ ผมอยากให้คุณไป”

โรซี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ถ้ามันเป็นคำสั่งงาน หนูจะทำค่ะ”

วันศุกร์นั้น โรซี่พยายาม "ปรับตัว" ตามที่หัวหน้าบอก เธอเดินไปที่โต๊ะของกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่กำลังหัวเราะคิกคักกันอยู่

“สวัสดี” โรซี่กล่าวเสียงเรียบ “วันนี้เสื้อผ้าของพวกเธอมีสีสันที่ตัดกันอย่างรุนแรงมาก น่าจะเป็นสเปกตรัมที่น่าสนใจ”