บท
ตั้งค่า

บทที่ 6

แต่พวกคุณประเมินฉันต่ำไปแล้ว...

“ขอบคุณนะคะป้าหลิวที่เล่าให้ฟัง” โรซี่พูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น “จากนี้ไป ป้าไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกว่าฉันไร้ค่าอีก”

ป้าหลิวเงยหน้ามองเยว่ชิงด้วยความประหลาดใจ แววตาที่เคยหม่นแสงและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว คู่นั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงดวงตาที่คมกล้าและทรงพลัง ราวกับเป็นคนละคน

“คุณหนู... ดูเปลี่ยนไปนะคะ” ป้าหลิวพึมพำ

“คนเราตายแล้วเกิดใหม่ได้ในวันเดียวค่ะป้าหลิว” โรซี่ตอบเป็นนัย “ในเมื่อฉันยังหายใจอยู่ ฉันจะพิสูจน์ให้หลิวเหว่ยและแม่ของเขาเห็นเองว่า ‘สะใภ้ไร้สกุล’ คนนี้... มีสมองที่พวกเขานึกไม่ถึงเลยล่ะ”

ในเย็นวันนั้นเอง เสียงรถจี๊ปทหารที่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วกลับยิ่งกดดันมากขึ้น อันฉีรีบวิ่งออกไปรับลูกชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่โรซี่ยืนอยู่หลังม่านหน้าต่างห้องนอน มองดูชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ก้าวลงจากรถ ท่าทางองอาจและใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเขาคือ นายพลหลิวเหว่ย

ได้เวลาเริ่มบททดสอบแรกแล้วสินะ โรซี่คิดในใจพลางกระชับมือเป่าเป้ยแน่นขึ้น

บทที่ 4 นายพลผู้เย็นชาและการเผชิญหน้า

เสียงปิดประตูรถจี๊ปทหารดังหนักแน่นเป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของเป่าเป้ยเริ่มเต้นรัวด้วยความกังวล เด็กน้อยขยับเข้าไปใกล้ร่างของแม่มากขึ้น โรซี่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่หลังม่านไม้ไผ่ที่พรางตาได้เพียงครึ่งเดียว สายตาคมกริบแบบนักวิทยาศาสตร์ของเธอจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวลงมาจากรถ

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวขี้ม้าเนี๊ยบกริบปรากฏตัวขึ้น เขาคือ นายพลหลิวเหว่ย ผู้ชายที่มีโครงสร้างทางชีวภาพที่โรซี่ต้องยอมรับว่า 'สมบูรณ์แบบ' อย่างเหลือเชื่อ ไหล่กว้างที่ดูแข็งแรงแกร่งดุจหินผา ส่วนสูงที่น่าจะเกือบ 190 เซนติเมตร และใบหน้าที่ราวกับถูกสลักจากหินอ่อนชั้นเลิศ คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งดาบ นัยน์ตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด และริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง

โครโมโซมเด่นชัดมาก... โรซี่วิเคราะห์เชิงชีวภาพโดยสัญชาตญาณ ท่าทางการเดินมีศูนย์ถ่วงที่มั่นคง บ่งบอกถึงการฝึกฝนร่างกายมาอย่างหนัก

“หลิวเหว่ยลูกแม่! กลับมาแล้วหรือลูก” เสียงแหลมปรี๊ดของอันฉีดังทำลายความเงียบ เธอรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชายคนโปรด พลางปัดป้องฝุ่นที่แทบไม่มีอยู่จริงบนบ่าของเขา

หลิวเหว่ยพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้ายังคงเรียบเฉย “ครับแม่”

น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและทรงพลัง แต่มันกลับเย็นเยียบจนโรซี่สัมผัสได้แม้จะอยู่ห่างออกไป เขากวาดสายตามองไปรอบบ้านไม้กึ่งอิฐหลังเก่าที่ได้รับการดูแลอย่างดี ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดลงที่หน้าต่างที่โรซี่ยืนอยู่

โรซี่ไม่ได้หลบสายตา เธอจ้องตอบเขากลับไป นัยน์ตาคมกริบของหลิวเหว่ยไหววูบไปชั่วครู่เมื่อเห็นแววตาของภรรยาที่ปกติจะหลุกหลิกและหวาดกลัว กลับกลายเป็นแววตาที่นิ่งสงบและมีประกายแห่งปัญญา

เขาสะบัดหน้ากลับไปทางแม่ของเขา “แล้ว... เยว่ชิงล่ะครับ?”

พอได้ยินชื่อสะใภ้ อันฉีก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เธอแค่นเสียงเหอะออกมาดังๆ “จะใครเสียอีก! ก็นอนสำออยอยู่ในห้องน่ะสิ วันนี้ตกบันไดแค่นิดเดียวก็ร้องห่มร้องไห้เหมือนจะตาย งานบ้านงานเรือนก็ไม่ยอมทำ ข้าวปลาไม่หุงหาไว้รอสามีที่ไปเหนื่อยมาจากกองทัพ ช่างเป็นภรรยาที่ไม่ได้ความเสียจริง!”

โรซี่ฟังคำด่าทอเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอหันไปหาเป่าเป้ยแล้วพยักหน้า “ไปเถอะเป่าเป้ย ไปทักทายคุณพ่อของหนูกัน”

เมื่อโรซี่เดินออกมาจากหลังม่านสู่โถงกลางบ้าน บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นลงฉับพลัน หลิวเหว่ยยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง กลิ่นอายความกดดันจากทหารระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจนแม่บ้านหลิวและคนรับใช้คนอื่นต้องก้มหน้า

“คุณกลับมาแล้ว” โรซี่เอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ไม่มีความสั่นเครือเหมือนที่เยว่ชิงคนเก่าเคยเป็น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel