บทที่ 4
“นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน...” น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มของเธอโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ความสับสน ความกลัว และสัญชาตญาณของการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องหาเหตุผลรองรับกำลังตีกันวุ่นในหัว “มวลสารไม่สามารถสูญหายแต่เปลี่ยนรูปได้... แต่นี่มันคือการเคลื่อนย้ายสติสัมปชัญญะข้ามมิติเวลาอย่างนั้นเหรอ? มันเป็นไปไม่ได้...”
เธอยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าในกระจก ความเย็นจากผิวสัมผัสและรอยแผลถลอกที่หน้าผากย้ำเตือนว่านี่คือเรื่องจริง เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความอัดอั้น
อันฉีที่เดินตามมาเห็นสะใภ้ยืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้ากระจกก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรำคาญใจ “ร้องไห้ทำไม! เห็นหน้าตัวเองแล้วรับไม่ได้หรือไง หรือว่าตกบันไดจนสติวิปลาสไปแล้วจริงๆ?”
อันฉีหันไปมองเป่าเป้ยที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง แล้วหันกลับมาด่าเยว่ชิงต่อ “ดูเอาเถอะ สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งลูกชายฉันนัก ที่ต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่ร้องไห้ไร้สติปัญญาแบบนี้ ถ้าคนในกองทัพรู้ว่าเมียนายพลหลิวเหว่ยเป็นบ้า เขาคงเอาหน้าไปมุดดินที่ไหนแน่ๆ!”
“คุณ... คุณบอกว่านายพลหลิวเหว่ย?” โรซี่หันมาถามด้วยเสียงสั่นเครือ
“ใช่สิ! ผัวแกไง! หรือจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อผัวตัวเอง?” อันฉีส่ายหัวอย่างระอา “เยว่ชิง ฉันจะบอกแกเป็นครั้งสุดท้ายนะ ถ้าวันนี้แกยังทำตัวเป็นคนไร้สติ ไม่ยอมลุกไปทำหน้าที่ภรรยาและแม่ที่ดี ฉันจะบอกให้หลิวเหว่ยหย่ากับแกเสีย แล้วหาผู้หญิงคนใหม่ที่ฉลาดและมีสกุลรุนชาติกว่านี้มาแทนที่แก!”
โรซี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความเจ็บปวดที่ศีรษะยังคงอยู่ แต่น้ำตาของเธอเริ่มแห้งเหือดไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความเยือกเย็นประดุจนักวิจัยที่กำลังเผชิญกับโจทย์ที่ยากที่สุดในชีวิต
ในเมื่อความตายในโลกก่อนเป็นเรื่องจริง และการอยู่ในร่าง ‘เยว่ชิง’ นี้ก็เป็นเรื่องจริง เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสวมบทบาทนี้ให้ดีที่สุด
‘เยว่ชิง’ คนเดิมอาจจะอ่อนแอและถูกรังแกจนตายไปแล้ว แต่ ‘โรซี่ ลี’ คนนี้จะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าว่าไร้สติปัญญาอีกเป็นอันขาด
“ฉันจะไปทำครัวเดี๋ยวนี้ค่ะ” โรซี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบจนอันฉีต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“เออ! รู้ความเสียบ้างก็ดี” หญิงชราสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่เต็มไปด้วยการดูถูก “รีบไปจัดการตัวเองซะ อย่าให้หลิวเหว่ยกลับมาเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของแกล่ะ นังสะใภ้ไร้สกุล!”
โรซี่มองตามแผ่นหลังของแม่สามีไป ก่อนจะก้มลงมองเด็กน้อยเป่าเป้ยที่ยังคงมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดกลัว
“เป่าเป้ย...” โรซี่เรียกชื่อเด็กน้อยเบาๆ “ไม่ต้องกลัวนะ แม่... แม่จะดูแลหนูเอง”
เธอยังไม่คุ้นชินกับคำว่า ‘แม่’ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกถึงความผูกพันประหลาดที่ติดมากับร่างนี้ การต่อสู้ครั้งใหม่ในยุคที่ไร้ซึ่งเทคโนโลยี แต่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและคำครหา กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอจะใช้สมองอัจฉริยะนี้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า... นายพลหลิวเหว่ยช่างโชคดีแค่ไหนที่มีเธอเป็นภรรยา
บทที่ 3 สัญญาผูกพันและใจที่ด้านชา
โรซี่ในร่างของเยว่ชิงเดินกะเผลกเข้ามาในห้องครัวสภาพเก่าคร่ำคร่า กลิ่นขี้เถ้าและคราบเขม่าดำติดอยู่ตามผนังอิฐ เธอหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าเตาฟืนโบราณด้วยความรู้สึกมึนงงอย่างถึงที่สุด สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่คุ้นเคยกับเตาไฟฟ้าความร้อนสูงและเครื่องมือที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ไม่ต่างจากโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์
ฟืน...การเผาไหม้แบบสันดาปที่ไม่สมบูรณ์...ฉันต้องเริ่มจากตรงไหน?
เธอก้มมองกองไม้แห้งและกระบอกไม้ไผ่สำหรับเป่าลมด้วยสายตาว่างเปล่า มือที่เคยหยิบจับหลอดแก้วมูลค่าหลักล้านกลับต้องมาจับท่อนฟืนที่เต็มไปด้วยมอด
