บทที่ 2
กลุ่มสาวๆ เงียบกริบ เมย์ หนึ่งในนักวิจัยในกลุ่มมองเธอด้วยสายตาเหยียดๆ “เธอชมหรือด่าพวกฉันน่ะโรซี่?”
“ฉันแค่สังเกตการณ์” โรซี่ตอบอย่างจริงจัง “อ้อ แล้วก็... ฉันอ่านรายงานของพวกเธอแล้วนะ มีจุดผิดพลาดในค่า pH อยู่ 0.5 หน่วย ถ้าพวกเธอตั้งใจฟังตอนเรียนเคมีพื้นฐานปีหนึ่ง คงไม่พลาดจุดที่น่าอายแบบนี้”
“โรซี่!” ลินดาที่อยู่ในกลุ่มนั้นร้องออกมา “พวกเรากำลังจะไปฉลองกัน เธอมาเพื่อทำลายบรรยากาศหรือไง?”
“ฉันมาเพื่อมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกต่างหากล่ะ” โรซี่ตอบด้วยใบหน้าที่ยังคงเรียบเฉย “การบอกความจริงคือความจริงใจที่สุดที่ฉันจะให้ได้ ไม่ใช่เหรอ?”
“ไปกันเถอะพวกเรา ยัยนี่มันเสียสติไปแล้ว คุยด้วยแล้วปวดหัว!” เมย์ลุกขึ้นนำกลุ่มเพื่อนเดินหนีไป ทิ้งให้โรซี่ยืนอยู่กลางห้องแล็บเพียงลำพัง
โรซี่ถอนหายใจเบาๆ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเธอทำอะไรผิดไป เธอพยายามจะช่วยให้งานของพวกเขาดีขึ้น พยายามจะคุยด้วยแล้ว แต่มันก็ยังล้มเหลวเหมือนเดิม
คืนนั้น โรซี่ยังคงทำงานล่วงเวลาอยู่ในแล็บเพียงคนเดียว แสงไฟในตึกดับไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงห้องของเธอที่ยังสว่าง
เธอสังเกตเห็นควันที่ลอยออกมาจากช่องระบายอากาศที่เชื่อมกับห้องแล็บข้างๆ ซึ่งปกติจะเป็นห้องเก็บสารเคมีอันตรายของทีมลินดา
“กลิ่นนี่มัน...” โรซี่ขมวดคิ้ว สัญชาตญาณของเธอเตือนว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง กลิ่นมันไม่เหมือนสารเคมีรั่วไหลทั่วไป แต่มันคือปฏิกิริยารุนแรงที่เกิดจากการผสมสารที่ไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน
เธอกำลังจะก้าวไปที่โทรศัพท์ฉุกเฉิน แต่จู่ๆ ประตูด้านหน้าห้องแล็บก็ถูกล็อกจากภายนอก
“ใครน่ะ! เปิดประตูนะ!” โรซี่ตะโกน พร้อมกับวิ่งไปที่ประตู แต่แรงดันอากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนไป ควันสีเทาเข้มเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ
เธอจำกลิ่นนี้ได้... มันคือไซยาไนด์คอมพาวด์ที่เข้มข้น และมันถูกปล่อยออกมาในปริมาณที่จงใจให้ถึงตาย
“ลินดา? เมย์? ใครก็ได้...ช่วยด้วย!”
โรซี่พยายามจะหยิบหน้ากากป้องกันแก๊สพิษที่อยู่บนชั้น แต่ความมึนงงเริ่มถาโถมเข้ามาเร็วเกินไป สติของเธอพร่าเลือน ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด ปอดแสบร้อนเหมือนถูกไฟเผา
เธอล้มลงกับพื้น มือสั่นระริกพยายามจะคว้าขวดน้ำเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่พลังงานในร่างก่ายกลับหายไปอย่างรวดเร็ว
ในวินาทีสุดท้ายที่สติจะดับวูบลง โรซี่ไม่ได้นึกถึงสิทธิบัตรหรือเงินทองที่เธอมี แต่นึกถึงคำพูดของหัวหน้าที่ว่า 'คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์'
ถ้าฉันได้มีโอกาสอีกครั้ง... ฉันจะลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์...ที่เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์คนอื่น ๆ ดูบ้าง
หัวใจของเธอเต้นช้าลงเรื่อยๆ จนกระทั่งความเงียบสงบเข้าครอบงำ ทิ้งร่างของนักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะไว้ท่ามกลางควันพิษในห้องแล็บที่เธอรักที่สุด
แต่แล้ว... ความมืดมิดนั้นกลับถูกทำลายด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่ศีรษะ
“นังตัวดี! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงแหลมสูงตวาดก้องอยู่ข้างหู โรซี่พยายามจะลืมตา แต่แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ ทำให้เธอต้องหรี่ตาลง ความเจ็บปวดที่ท้ายทอยทำให้เธอครางออกมา
ที่นี่ที่ไหน... ทำไมเหม็นกลิ่นสาบดินและควันไฟแบบนี้?
“แม่... แม่อย่าดุแม่จ๋าเลยค่ะ เป่าเป้ยกลัวแล้ว” เสียงเล็กๆ สั่นเครือที่ฟังดูเหมือนเด็กผู้หญิงตัวน้อยดังขึ้นใกล้ๆ
โรซี่พยายามยันกายลุกขึ้น แต่อาการหน้ามืดทำให้เธอเกือบจะล้มลงไปอีกรอบ มือของเธอที่ยันพื้นไว้... มันไม่ใช่แขนที่เรียวบางและขาวผ่องของเธอ แต่มันดูซูบซีดและหยาบกร้านกว่าเดิม
เธอก้มลงมองเสื้อผ้าที่สวมอยู่ มันเป็นชุดผ้าฝ้ายสีซีดๆ มีรอยปะชุนแบบโบราณ
เดี๋ยวนะ... ฉันควรจะตายไปแล้วนี่?
