ตอนที่7 หน่อไม้ผัดไข่
ตอนที่7 หน่อไม้ผัดไข่
เมื่อเดินมาถึงหน้ากระท่อม นางพบว่าหวังต้าซานยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มือของเขากำลังลับมีดล่าสัตว์เล่มยาวอยู่ แววตาที่เงยขึ้นมามองนางเต็มไปด้วยความสงสัยที่เพิ่มมากขึ้น
“กลับมาแล้วหรือ?” หวังต้าซานเอ่ยเสียงเรียบ มุมปากของเขาไม่ยิ้มเยาะอีกต่อไป แต่สายตาที่จ้องมองมาที่ตะกร้าในมือของนางกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ครึ่งชั่วยามของท่านใกล้จะหมดหรือยัง?” หลี่เจียวซินถามกลับด้วยเสียงหอบเหนื่อย นางวางตะกร้าลงบนพื้นเบาๆ
หวังต้าซานวางมีดลง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาดูตะกร้าของนาง เมื่อเห็นหน่อไม้ขาวอวบที่กองรวมกันอยู่กับไข่ไก่ป่า เขาก็ถึงกับชะงัก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่มันก็ทำให้นางพอใจ
“หน่อไม้? หน้าแล้งแบบนี้เจ้าไปหามาจากไหน?” เขาถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“ป่าไผ่ด้านหลังกระท่อม” หลี่เจียวซินตอบอย่างภูมิใจ ก่อนจะยื่นเมล็ดกระวานดำในกำมือให้เขาดู “และนี่คือเครื่องเทศชั้นดี! ท่านเตรียมท้องรอกินอาหารเลิศรสของข้าได้เลย”
หวังต้าซานรับเมล็ดกระวานไปดมเบา ๆ ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยอย่างไม่เต็มใจ
หลี่เจียวซินนำหน่อไม้มาปอกเปลือก นางมองไปที่หม้อดินเผาสองสามใบที่วางอยู่ตรงมุมห้อง แล้วตัดสินใจหยิบหม้อที่ใหญ่ที่สุดมาเพื่อต้มหน่อไม้
“ข้าต้องการน้ำ” นางบอกหวังต้าซานอย่างไม่ลังเล
หวังต้าซานไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูดใด ๆ แต่เขากลับเดินออกไปนอกกระท่อมอย่างเงียบ ๆ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับถังน้ำเต็มใบ และก่อไฟในเตาดินที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของกระท่อมให้นาง
หลี่เจียวซินเดินตรงไปยังมุมห้องที่เป็นครัว สิ่งที่นางเห็นคือความแร้นแค้นอย่างถึงที่สุด มีเพียงหม้อดินเผาสองสามใบที่ดำเขม่า ถ้วยชามดินเผาเนื้อหยาบสี่ห้าใบ
หลังจากล้างวัตถุดิบเสร็จ นางก็หันไปมองหวังต้าซานด้วยสีหน้าคาดหวัง “ท่านมีเครื่องปรุงอะไรบ้าง? อย่างน้อยก็…เกลือ?”
หวังต้าซานชี้ไปที่มุมหนึ่งของชั้นไม้ที่ทำจากเศษไม้ “มีเกลือและมีน้ำมันหมูที่ข้าเจียวไว้”
หลี่เจียวซินเดินไปดูด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสิ่งที่วางอยู่บนชั้น นางถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ นางเอื้อมมือไปหยิบไหดินเผาใบเล็ก ๆ ที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างดีออกมา
ในไหใบแรกมีเกลือสีขาวละเอียด ที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นเกลือเม็ดหยาบอย่างที่ชาวบ้านทั่วไปใช้ แต่มันเป็นเกลือคุณภาพดี
ในไหใบที่สองมีของเหลวสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นหอมเค็ม! นี่มัน ซีอิ๊วขาวชัด ๆ
ในไหใบที่สามมีน้ำตาลกรวดสีขาว สำหรับชาวบ้านในยุคโบราณน้ำตาลถือว่าเป็นของฟุ่มเฟือยและมีราคาแพงกว่าเกลือมาก
หลี่เจียวซินขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมโตของนางจ้องมองไปที่หวังต้าซานที่กำลังก่อไฟอยู่ด้วยความสงสัย
‘นี่มันบ้านของนายพรานป่าจริง ๆ หรือเนี่ย?’ นางคิดอย่างระแวง
ตามความเข้าใจของนางชาวบ้านในยุคโบราณ สำหรับครอบครัวที่แร้นแค้นแล้ว แค่การมีเกลือเม็ดหยาบไว้ปรุงอาหารก็ถือว่ามีฐานะในระดับหนึ่งแล้ว แต่ที่กระท่อมหลังเล็กโทรม ๆ กลางป่าแห่งนี้ หวังต้าซาน กลับมีเครื่องปรุงเกือบจะทุกอย่าง! ไม่ว่าจะเป็น เกลือชั้นดี ซีอิ๊ว น้ำมัน และน้ำตาล! สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงสถานะหรือความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาของเขาอย่างแน่นอน
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น?” หวังต้าซานถามขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของนางที่สลับซับซ้อนไปด้วยความประหลาดใจและความสงสัย “ไม่มีเครื่องปรุงพอที่จะให้เจ้าทำอาหารเลิศรสได้อย่างนั้นรึ?”
หลี่เจียวซินรีบปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติทันที นางไม่สามารถแสดงความสงสัยออกมาได้ในตอนนี้
“ไม่! เครื่องปรุงของท่านมีพอแล้ว แถมยัง…ดีเกินกว่าที่ข้าคาดไว้อีกด้วย!” หลี่เจียวซินตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างกว่าเดิมเล็กน้อย นางหันหลังกลับไปจัดการกับหน่อไม้ในตะกร้าต่อทันที
‘เอาเถอะ! เก็บไว้ความสงสัยไว้ก่อน! ตอนนี้ฉันหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว’
ด้วยวัตถุดิบที่หามาได้และเครื่องปรุงรสที่มีอย่างเหลือเฟือ หลี่เจียวซินตัดสินใจเลือกทำเมนูที่ง่ายที่สุดและสามารถดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างเต็มที่
“หน่อไม้ผัดไข่”
หลี่เจียวซินเริ่มลงมือทำอาหารอย่างรวดเร็วราวกับเชฟมืออาชีพ ในโลกก่อนนางเป็นคนที่ชอบทำอาหารมาก แม้จะไม่ได้เก่งกาจถึงขั้นเป็นเชฟ แต่ฝีมือการทำอาหารของเธอก็อร่อยชนิดที่เพื่อน ๆ ต่างก็ติดใจ
นางใช้มีดทำครัวเก่า ๆ ของหวังต้าซานหั่นหน่อไม้เป็นชิ้นพอดีคำ แล้วนำไปต้มในหม้อดินเผาที่กำลังเดือดเพื่อลดความขม
ในขณะที่รอหน่อไม้ต้ม นางก็นำไข่ไก่ป่าสามฟองมาตอกใส่ชามดินเผา ตีผสมกับเกลือและซีอิ๊วเล็กน้อย จากนั้นก็จัดการโขลก พริกป่าที่เก็บมาพร้อมกับกระวานดำที่นางแกะเอาเมล็ดสีน้ำตาลเข้มออกมา
กลิ่นหอมฉุนของพริกป่าผสมผสานกับกลิ่นของกระวานดำที่ถูกโขลกจนแตก ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วกระท่อม ทำให้หวังต้าซานที่นั่งมองนางอยู่ข้างกองไฟต้องขมวดคิ้วแน่น
เมื่อหน่อไม้ถูกต้มจนได้ที่ นางก็ตักขึ้นมาพักไว้ จากนั้นก็ตัก น้ำมันใส่ลงในหม้อดินเผาที่ทำความสะอาดแล้ว รอจนน้ำมันร้อนได้ที่ก็ใส่พริกและกระวานดำที่โขลกหยาบๆ ลงไปผัดอย่างรวดเร็ว
ซ่าาาาา!
เสียงพริกและกระวานดำกระทบกับน้ำมันร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมฉุนรุนแรงไปทั่วทั้งบริเวณ กลิ่นหอมนั้นทำให้หลี่เจียวซินที่ท้องร้องจนไส้จะขาดอยู่แล้ว ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
นางรีบใส่หน่อไม้ลงไปผัดอย่างรวดเร็ว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และซีอิ๊ว ก่อนจะใส่ไข่ที่ตีไว้ลงไป
ฉ่าาาาาาา!
ไข่ไก่ป่าถูกผัดเข้ากับหน่อไม้และเครื่องเทศจนมีสีเหลืองนวลสวยงาม
“เสร็จแล้ว!”
หลี่เจียวซินตักหน่อไม้ผัดไข่ใส่พริกกระวานดำ ใส่ถ้วยดินเผาอย่างรวดเร็ว อาหารในถ้วยมีสีสันน่ากินไม่น้อย
นางรีบนำถ้วยอาหารไปวางลงบนโต๊ะไม้ที่ขาโยกเยกข้าง ๆ หวังต้าซานที่ยืนมองอยู่
“ท่านพี่ลองชิมดู!” หลี่เจียวซินพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยชัยชนะ นางเรียกเขาว่า “ท่านพี่” อย่างเต็มปากเต็มคำ แม้ในใจจะรู้สึกยี้แค่ไหน แต่นี่คือกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในการเอาใจคนหน้าโหด
หวังต้าซานชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า “ท่านพี่” จากปากของนาง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเท่ากลิ่นหอมที่ยั่วยวนชวนน้ำลายไหลตรงหน้า
ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังอาหารในถ้วยอย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบตะเกียบไม้เก่า ๆ มาคีบหน่อไม้ชิ้นหนึ่งขึ้นมาอย่างช้า ๆ เขาใช้เวลาพิจารณาสีสันและกลิ่นหอมที่แปลกใหม่นั้นอย่างละเอียด
กลิ่นหอมของพริกคั่วกับน้ำมันหมูและซีอิ๊ว นั้นกระตุ้นต่อมน้ำลายของเขาอย่างรุนแรง
หวังต้าซานตัดสินใจชิม เขายกหน่อไม้ชิ้นนั้นเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างช้า ๆ
ทันใดนั้นเอง!
ดวงตาคมกริบของหวังต้าซานก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึมของเขาคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกที่เข้าโจมตีลิ้นของเขาคือความแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเจอ
รสชาติเค็มนำตามด้วยความหวานเล็กน้อยจากน้ำตาลที่ตัดรสให้กลมกล่อม
ความเผ็ดร้อนของพริกป่าที่รุนแรงแต่ไม่บาดลิ้น มันคือความเผ็ดที่ทำให้เขาอยากอาหารมากขึ้นหลายเท่าตัว
หวังต้าซานคีบหน่อไม้คำที่สองเข้าปากทันทีโดยไม่ต้องคิด เขาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนหลี่เจียวซินต้องยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” นางถาม
หวังต้าซานไม่ตอบ เขายังคงเคี้ยวหน่อไม้คำที่สามอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะตักหน่อไม้ผัดเข้าปากจนเต็มคำ ใบหน้าคมเข้มของเขาที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังไม่ได้แสดงความยินดีออกมามากนัก แต่การกระทำของเขาได้บอกทุกอย่างแล้ว
