ตอนที่ 8 มันยิ่งกว่าแปลกแล้วนะ
ตอนที่ 8 มันยิ่งกว่าแปลกแล้วนะ
ผัดหน่อไม้ในถ้วยดินเผาหมดลงในเวลาไม่กี่อึดใจ
“มีอีกไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลี่เจียวซินหัวเราะเบา ๆ อย่างผู้ชนะ “มีสิ! ในตะกร้ายังเหลือหน่อไม้อีกตั้งหลายหน่อแต่ว่า…” นางลากเสียงยาว
“แต่ว่าอะไร?” หวังต้าซานมองนางด้วยแววตาที่เริ่มหงุดหงิดจากการถูกขัดใจ
“ข้อตกลงของเรา” หลี่เจียวซินยิ้มหวาน “ท่านพอใจกับอาหารของข้าหรือไม่?”
หวังต้าซานจ้องหน้านาง ดวงตาคมกริบของเขายังคงมีความลังเล แต่ความหิวและความต้องการรสชาติที่เพิ่งค้นพบนั้นมีอำนาจเหนือกว่า
“ข้า…ยอมรับว่ามันดี แต่อย่างไรก็ยังสู้เนื้อกระต่ายไม่ได้อยู่ดี ถ้าเลือกระหว่างผัดหน่อไม้ของเจ้ากับกระต่ายย่างหอมๆ คงมีเพียงคนโง่เท่านั้นที่เลือกผัดหน่อไม้”
หลี่เจียวซินมองหน้าเขาด้วยสีหน้าที่คาดไม่ถึง นางมั่นใจว่ารสชาติหน่อไม้ผัดไข่ที่นางเพิ่งทำเสร็จนั้นเป็นรสชาติที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตนี้ และปฏิกิริยาของเขาก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาชอบมันมาก แต่เขากลับปฏิเสธที่จะยอมรับต่อหน้านางตรง ๆ นางกำหมัดแน่น พยายามควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในอก
“ท่าน…” นางอ้าปากเตรียมจะโต้เถียง แต่หวังต้าซานกลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้นางเงียบ
“แต่” เขาเน้นคำว่า ‘แต่’ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบของเขามองตรงมาที่ดวงตาคู่กลมโตของนาง “ข้าไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้เจ้าแลกเปลี่ยนนิ!”
หลี่เจียวซินชะงัก คำพูดของเขาทำให้ความโกรธของนางมลายหายไปในทันที
“กระต่ายตัวนั้นข้ายกให้เจ้าก็ได้” หวังต้าซานพูดต่อด้วยท่าทีไม่แยแส เขายักไหล่เล็กน้อย
หลี่เจียวซินเบิกตากว้างด้วยความดีใจ นางแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าคนหน้าโหดจะยอมยกมันให้นาง
“จริงหรือ?...ท่านยกมันให้ข้าจริงๆนะ?” นางถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ตื้นตัน
“ข้าหวังต้าซานไม่เคยผิดคำพูด” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ขอบคุณมากท่านพี่!” หลี่เจียวซินไม่สนใจท่าทางของเขาอีก นางรีบวิ่งออกไปนอกกระท่อมอย่างรวดเร็ว เพื่อไปหาเจ้ากระต่ายน้อยที่ถูกมัดไว้ข้างกรงดักสัตว์
“เดี๋ยวก่อน!” เสียงทุ้มต่ำของหวังต้าซานดังขึ้นทำให้นางชะงักฝีเท้าลง นางหันกลับไปมองเขาด้วยสีหน้าสงสัย
หวังต้าซานมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“เจ้าต้องทำอาหารให้ข้ากินอีก เพราะข้ายังไม่อิ่ม” เขาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แต่ความอยากอาหารในน้ำเสียงของเขากลับซ่อนไม่มิด
โครก~~
เสียงท้องของหลี่เจียวซินร้องประท้วงออกมาอีกครั้ง นางหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ
หวังต้าซานยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
“เจ้าหิวจนไส้จะขาดแล้วยังจะมัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้อีก” เขาเดินตรงไปที่มุมห้องแล้วชี้ไปที่ถังไม้เก่า ๆ ใบหนึ่ง “ไปหุงข้าว แล้วทำหน่อไม้ผัดไข่ที่เจ้าทำเมื่อกี้มาให้ข้ากินอีก ทำให้มากกว่าเมื่อกี้ด้วย”
หลี่เจียวซินพยักหน้าอย่างรวดเร็ว นางเองก็หิวจนตาลายแล้วและอาหารที่นางทำเองเมื่อครู่ก็เป็นสิ่งเดียวที่นางอยากกินในตอนนี้
“ได้เจ้าค่ะ”
นางเดินไปที่ถังไม้ที่หวังต้าซานชี้บอก ถังไม้ใบนั้นมีฝาปิดมิดชิด เมื่อเปิดออก นางก็พบกับสิ่งที่ทำให้ดวงตาของนางต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง
ในถังไม้ใบนั้น...มีข้าวสารสีขาวเมล็ดเรียวยาวที่ดูสะอาดสะอ้านอยู่เกือบครึ่งถัง
‘นี่มัน…ยิ่งกว่าแปลกแล้วนะ!’ นางคิดในใจอย่างหนักอึ้ง
“จะมัวยืนมองข้าวไปถึงไหน! รีบทำเข้า!” เสียงทุ้มต่ำของหวังต้าซานดังขึ้นจากด้านนอกกระท่อม
หลี่เจียวซินรีบดึงสติกลับมา นางปิดฝาถังข้าวสารลงอย่างรวดเร็วแล้วหันไปมองเขา
หวังต้าซานกำลังยืนอยู่หน้าประตูราวกับจะรอให้นางทำอาหารให้เขากินเสร็จอย่างใจเย็น
“ท่านจะออกไปรอข้างนอกไม่ได้หรืออย่างไร?” นางถามอย่างหงุดหงิด นางไม่ชินกับการถูกจ้องมองในขณะทำอาหาร
หวังต้าซานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายอย่างที่นางไม่คาดคิด
เมื่อหวังต้าซานออกไปแล้ว หลี่เจียวซินก็เริ่มลงมือทำอาหารอย่างเร่งรีบ นางไม่เสียเวลาไปกับการคิดเรื่องความเป็นมาของเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะความหิวของนางในตอนนี้มีมากกว่าความสงสัยใดๆ
นางนำหม้อดินเผาอีกใบมาใส่น้ำแล้วนำไปตั้งไฟเพื่อหุงข้าว จากนั้นก็จัดการกับหน่อไม้ที่เหลือ
นางนำหน่อไม้ส่วนหนึ่งมาหั่นเป็นเส้นละเอียด แล้วนำไปต้มในน้ำซุปที่นางปรุงขึ้นอย่างง่าย ๆ จากเกลือและซีอิ๊วเล็กน้อย เมื่อน้ำเดือด นางก็ตอกไข่ไก่ป่าฟองที่สี่ลงไปในหม้อแล้วคนให้เข้ากัน นางตักน้ำมันหมูที่เจียวไว้ใส่ลงไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความหอมมัน เมื่อซุปเดือดจนไข่สุก นางก็ตักขึ้นมาพักไว้
จากนั้นก็มาทำซ้ำเมนูเดิมที่หวังต้าซานติดใจ นางใช้หน่อไม้ส่วนที่เหลือกับไข่ไก่ป่าสองฟองมาผัดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ถูกคั่วกับน้ำมันหมูยังคงอบอวลไปทั่วกระท่อม แม้แต่หลี่เจียวซินเองก็ยังรู้สึกว่าตัวเองทำอาหารได้อร่อยกว่าในชาติก่อน
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ข้าวก็หุงเสร็จพอดี อาหารทั้งสองเมนูถูกตักใส่ถ้วยดินเผาวางคู่กันอยู่บนโต๊ะไม้
หลี่เจียวซินจัดโต๊ะอาหารเสร็จพอดี ประตูไม้เก่า ๆ ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง หวังต้าซานก้าวเข้ามาในกระท่อมพร้อมกับถือห่อผ้าสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ
ดวงตาของเขามองตรงไปยังอาหารบนโต๊ะทันที แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามถึงอาหาร เขาก็เดินตรงเข้ามาหานางแล้วยื่นห่อผ้าในมือให้นางอย่างไม่ลังเล
“นี่ของเจ้า” หวังต้าซานพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
หลี่เจียวซินรับห่อผ้ามาอย่างงุนงง ก่อนจะเปิดมันออกอย่างช้า ๆ และสิ่งที่อยู่ข้างในก็ทำให้นางถึงกับอ้าปากค้างอีกครั้ง
ข้างในห่อผ้ามีเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงหลายชุดและมีทั้งตู้โตว(ชุดชั้นใน) กางเกงตัวใน และเสื้อคลุมตัวนอก ซึ่งทั้งหมดทำจากผ้าฝ้ายเนื้อดี ไม่ใช่ผ้าป่านเนื้อหยาบที่ชาวบ้านทั่วไปสวมใส่ มีสีสันเรียบง่าย อย่างสีน้ำตาลและสีเขียวเข้ม สีเหลืองอ่อน นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ยังมีหวีไม้เนื้อดีอันหนึ่ง ผ้าเช็ดหน้า และที่สำคัญที่สุด…มีรองเท้าหนังสัตว์คู่หนึ่งที่ดูทนทานและเหมาะกับการเดินป่า
“เสื้อผ้าพวกนี้…” หลี่เจียวซินมองไปที่หวังต้าซานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“ไม่ต้องถามมาก” หวังต้าซานพูดตัดบทอย่างรวดเร็ว “ข้าไปขอมาจากบ้านญาติในหมู่บ้าน”
หลี่เจียวซินเม้มปากแน่น นางรู้ว่าเขาโกหก! ญาติที่ไหนจะให้เสื้อผ้ารองเท้าอย่างดีและขนาดยังพอดีกับตัวของนางอีก!
“ขอบคุณ…ท่านพี่” หลี่เจียวซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความสงสัยในตัวชายหนุ่มคนนี้กลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ
หวังต้าซานไม่ตอบรับคำขอบคุณของนาง เขาเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอย่างไม่รอช้า ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังอาหารทั้งสองเมนูที่วางคู่กันอยู่
เขาเริ่มตักแกงจืดหน่อไม้เข้าปากก่อน ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสชาติที่บางเบาแต่กลมกล่อมของซุปผสานกับความหวานกรอบของหน่อไม้และไข่ ทำเอาความเหนื่อยล้าจากการอดนอนมาหนึ่งคืนมลายหายไป
เขาซดแกงจืดหน่อไม้อีกหลายคำ ก่อนจะหันมาตักหน่อไม้ผัดไข่เข้าปากทันที
“รสชาติเป็นอย่างไรบ้างท่านพี่?” หลี่เจียวซินถามอย่างอดไม่ได้
หวังต้าซานเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะการกิน
“รีบนั่งลงแล้วกินของเจ้าซะ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ แต่การที่เขายอมกินอาหารที่นางทำอย่างเงียบเชียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
หลี่เจียวซินยิ้มอย่างพึงพอใจ นางตักข้าวใส่ชามให้ตัวเอง แล้วเริ่มกินหน่อไม้ผัดใส่ไข่ด้วยความหิวโหย
“หน่อไม้ที่เจ้าหามา…มันอร่อยกว่าหน่อไม้ทั่วไปมากนัก” หวังต้าซานพูดขึ้นในขณะที่เคี้ยวข้าวอยู่
“แน่นอนสิเจ้าค่ะ” หลี่เจียวซินตอบอย่างภูมิใจ “หน่อไม้ที่อยู่ใต้ดิน รสชาติจะหวานกรอบกว่าหน่อไม้โผล่พ้นดินเยอะเลย”
อาหารเช้ามื้อแรกของคนสองคนในกระท่อมกลางป่าผ่านไปอย่างเงียบ ๆ มีเพียงเสียงซดน้ำซุปของหวังต้าซานที่ดังเป็นบางครั้งเท่านั้น
