บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 คนปากแข็ง

ตอนที่ 9 คนปากแข็ง

หลังอาหารเช้า หลี่เจียวซินช่วยหวังต้าซานเก็บทำความสะอาดถ้วยชาม เมื่อนางเห็นว่าเขากำลังจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง นางจึงเรียกเขาไว้

“ท่านพี่” หลี่เจียวซินเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานที่สุดเท่าที่นางจะทำได้ “ข้าอยากจะไปที่ลำธารอีกครั้ง เพื่อซักเสื้อผ้าชุดเจ้าสาวของข้าที่สกปรกเมื่อคืน แล้วก็อาบน้ำอีกรอบ”

หวังต้าซานมองนางด้วยสายตาที่ระแวง

“เจ้ายังคิดจะหนีอีกรึ?” เขาถามเสียงต่ำ

“ไม่คิดแล้ว!” หลี่เจียวซินรีบปฏิเสธทันควัน “ข้าไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ไหน…จะกลับไปบ้านพ่อแม่พวกเขาคงจับข้ามาส่งท่านอยู่ดี…อีกอย่าง…ท่านก็ให้กระต่ายข้าแล้ว ข้าต้องดูแลมัน” นางชี้ไปที่กระต่ายน้อยที่ยังคงถูกมัดขาไว้ข้างกรงดักสัตว์

หวังต้าซานมองกระต่ายน้อยแล้วหันกลับมามองนางอีกครั้งด้วยสายตาอ่านยาก

“ได้” หวังต้าซานตอบตกลงอย่างว่าง่าย คำตอบของเขาทำให้หลี่เจียวซินยิ้มออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

“แต่รีบไปรีบมา ข้ามีงานต้องทำ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะที่เชื่อใจข้า!” หลี่เจียวซินตอบด้วยรอยยิ้มกว้างที่สดใสจนทำให้ใบหน้าคล้ำเสียของนางดูงดงามขึ้นมาทันตา นางรีบหันไปหยิบชุดเจ้าสาวผ้าไหมสีแดงที่กองอยู่บนพื้น รวมถึงห่อผ้าชุดใหม่ที่เขาเพิ่งเอามาให้

“ข้าจะรีบไปรีบมา”

“อย่ามัวแต่พูดมาก” หวังต้าซานพูดตัดบท สีหน้ากลับมาเป็นเคร่งขรึมอีกครั้ง “ข้าจะให้เวลาเจ้าครึ่งชั่วยาม ถ้าเจ้าไม่กลับมา…ข้าจะออกไปตามล่าเจ้า“

หลี่เจียวซินเดินออกจากกระท่อมไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร้องเพลงเบา ๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกเหมือนได้เป็นอิสระทำให้นางมีความสุข แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

หวังต้าซานมองตามร่างบางที่หายลับไปในป่าไผ่จนกระทั่งแน่ใจว่านางไปถึงลำธารแล้ว เขาจึงเลิกมอง

หวังต้าซานไม่ได้ออกไปล่าสัตว์หรือทำอะไรอย่างที่หลี่เจียวซินคาดไว้ เขากลับเดินไปยังกองไม้ฟืนที่อยู่ด้านหลังกระท่อม และเริ่มทำงานอย่างเงียบๆ

เขาหยิบขวานเก่าๆ ขึ้นมา แล้วเริ่มตัดไม้ไผ่ลำใหญ่ที่เขาเก็บไว้สำรองมาทำกรงใส่กระต่าย

หลี่เจียวซินเดินมาถึงริมลำธารเล็ก ๆ ในยามเช้า แสงแดดสีทองสาดส่องกระทบผิวน้ำที่ใสสะอาด ทำให้บริเวณนี้ดูสว่างและอบอุ่นกว่าเมื่อคืนมาก นางทิ้งชุดเจ้าสาวลงบนก้อนหินริมน้ำ แล้วเริ่มจัดการกับมัน

ขณะที่กำลังขยี้ชุดเจ้าสาวในน้ำ นางก็กวาดสายตาไปรอบ ๆ อีกครั้งอย่างละเอียด และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้นางเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

เพราะเมื่อคืนมีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวสลัว ๆ ทำให้นางไม่ทันได้สังเกต แต่วันนี้ลำธารเล็ก ๆ แห่งนี้กลับดูเหมือนจะเป็นแหล่งหาอาหารที่ดีสำหรับนาง

นางเห็นเส้นใยสีเขียวเข้มที่ดูคล้ายเส้นผมหรือสาหร่ายน้ำจืดที่เรียกว่า "เทา" ลอยติดอยู่กับก้อนหินใต้ผิวน้ำ มันเป็นสาหร่ายที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้ และมีรสชาติเฉพาะตัว แล้วก็เปลือกหอยจูบ นางก้าวลงไปในน้ำตื้น ๆ แล้วใช้เท้าเขี่ย ๆ ไปตามก้นลำธาร และนางก็รู้สึกได้ถึงเปลือกหอยแข็ง ๆ หลายตัว นางก้มลงมองแล้วหยิบขึ้นมาดู มันคือหอยจูบตัวใหญ่ และมีถึงสามสี่ตัวในบริเวณที่นางยืนอยู่ ถ้าหาดี ๆ คงจะเจออีกไม่น้อยเลยทีเดียว

บริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง นางเห็นกลุ่มพืชสีเขียวอ่อนที่กำลังแตกยอดม้วนงออย่างสวยงาม "ผักกูด" ผักพื้นบ้านที่มีรสชาติอร่อยสามารถนำมาผัดหรือลวกจิ้มกินกัยน้ำพริกได้ มันมีอยู่เป็นจำนวนมาก ขึ้นอยู่ตามแนวหินและรากไม้ นางจึงรีบซักเจ้าสาวแล้วมาพาดไว้บนโขกหิน ก่อนจะเดินลึกเข้าไปในป่าข้างลำธารอีกเล็กน้อย และนางก็พบกับพืชที่มีใบยาวเรียว กลิ่นหอมฉุนคล้ายข่าหรือขิงป่า มันคือเครื่องเทศอีกชนิดที่สามารถนำมาดับคาวและเพิ่มความหอมให้กับอาหารได้เป็นอย่างดี

หลี่เจียวซินอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น นี่คือสิ่งที่นางต้องการ ที่นี่ไม่ได้แห้งแล้งอย่างที่หวังต้าซานบอกเลย แค่เขาอาจจะมองข้ามของเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ไป เพราะเอาแต่ล่าสัตว์ใหญ่เท่านั้น

นางเหลือบมองดวงอาทิตย์ที่เริ่มส่องแสงสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า นางรีบกลับไปอาบน้ำที่ลำธารอย่างรวดเร็ว แล้วสวมชุดใหม่ที่หยิบมา ซึ่งเป็นชุดผ้าฝ้ายสีเขียวเข้มที่มีขนาดพอดีกับตัว ทำให้นางไม่ได้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขอทานในชุดชั้นในโคร่ง ๆ ของหวังต้าซานอีกต่อไปแล้ว

หลังจากสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นางก็หันมาจัดการกับเสื้อผ้าเก่าที่นางใส่มาตั้งแต่แรก นางเดินกลับลงไปที่ริมน้ำ ซักเสื้อผ้าของหวังต้าซานจนสะอาด ก่อนจะบิดน้ำออกแล้วนำมาพาดรวมกับชุดเจ้าสาวที่กองอยู่บนโขดหินใหญ่

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นางก็มองไปยังอาหารที่สามารถหาได้จากรอบ ๆ ตัวอย่างเสียดาย

‘ไม่เป็นไร…ตอนนี้ต้องกลับไปก่อน ค่อยมาสำรวจใหม่’ นางคิดในใจแล้วรีบหยิบชุดที่ยังเปียกชื้นเดินกลับไปที่กระท่อม

หลี่เจียวซินวิ่งกลับมาถึงหน้ากระท่อมอย่างเหนื่อยหอบอีกครั้ง ชุดใหม่สีเขียวเข้มของนางทำให้ดูกระฉับกระเฉงกว่าชุดตัวในที่หลวมโพรกเมื่อเช้าเป็นอย่างมาก

“ข้ากลับมาแล้วท่านพี่!” หลี่เจียวซินตะโกนบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณกระท่อม

แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้นางต้องชะงักฝีเท้า

หวังต้ากำลังยืนอยู่ข้างกระท่อม ข้าง ๆ เขาคือกรงกระต่ายขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ไผ่

กรงกระต่ายนี้มีขนาดเกือบเท่าโต๊ะอาหาร ยกสูงจากดินและมีประตูเปิดปิดที่แน่นหนา

ส่วนกระต่ายป่าตัวน้อยที่รอดตายอย่างหวุดหวิด ตอนนี้ถูกปล่อยให้กระโดดโลดเต้นอยู่ในกรงไม้ไผ่หลังใหม่ มันดูสบายอารมณ์กว่าตอนที่ถูกมัดขาเป็นไหนๆ

หวังต้าซานหันกลับมามองหลี่เจียวซินที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา แต่สายตาคมกริบของเขามองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าของนาง

“ชุดนี้เหมาะกับเจ้าดี” เขาพูดเสียงห้วน ๆ ก่อนจะชี้ไปที่กรงกระต่ายที่เพิ่งสร้างเสร็จ “เจ้าหาหญ้ามาให้มันกินเองแล้วกัน”

หลี่เจียวซินมองกรงกระต่ายอย่างละเอียดแล้วอดทึ่งไม่ได้ ชายหน้าโหดคนนี้ไม่เพียงแต่ยอมยกกระต่ายให้นาง แต่ยังสร้างบ้านใหม่ให้มันอีกด้วย

“ขอบคุณท่านพี่มากเจ้าค่ะ” หลี่เจียวซินกล่าวอย่างจริงใจ

หวังต้าซานไม่ได้ตอบรับคำขอบคุณของนาง เขาเพียงแค่เดินไปหยิบมีดล่าสัตว์ขึ้นมาถือไว้ แล้วเดินไปที่ประตูของกระท่อม

“จำไว้! งานของเจ้าคือดูแลตัวเองให้ดี ทำอาหารให้ข้ากิน และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับมีทายาท” หวังต้าซานพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด และก่อนที่หลี่เจียวซินจะทันได้ตอบอะไร เขาก็เดินออกจากกระท่อมไปในป่าทึบอย่างเงียบเชียบ

หลี่เจียวซินมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาจนหายลับไป ก่อนจะหันมามองกรงกระต่าย นางยิ้มอย่างมีความสุข

หลังจากตากเสื้อผ้าเสร็จแล้ว หลี่เจียวซินก็หยิบตะกร้าสานใบเดิมและจอบอันเล็กมุ่งหน้ากลับไปยังลำธารอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ไปอย่างเร่งรีบ

เมื่อมาถึงลำธาร หลี่เจียวซินก็เริ่มลงมือเก็บวัตถุดิบที่นางมองเห็นเมื่อครู่ทันที

นางใช้จอบอันเล็กค่อย ๆ คุ้ยเขี่ยหินและทรายที่ก้นลำธาร นางพบหอยจูบตัวใหญ่หลายสิบตัวอย่างรวดเร็ว หอยเหล่านี้ต้องนำไปแช่น้ำสะอาดคืนหนึ่งก่อนเพื่อคายดินโคลนถึงจะนำมาปรุงอาหารได้ หอยเหล่านี้ดูสะอาดเพราะอยู่ในลำธารที่ไหลเอื่อย ๆ ไม่ใช่น้ำนิ่ง หลี่เจียวซินก้มลงเก็บหอยอย่างใจเย็น นางใช้มือเปล่าควานหาตามซอกหินและรากไม้ที่จมอยู่ในน้ำ

นางใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วยามในการหาหอย จนกระทั่งก้นตะกร้าเริ่มหนักอึ้ง เมื่อเห็นว่าปริมาณหอยเกือบจะถึงครึ่งตะกร้าแล้ว นางจึงตัดสินใจพอ นางต้องเหลือพื้นที่ในตะกร้าไว้สำหรับวัตถุดิบอื่นด้วย

นางเดินลุยน้ำไปยังบริเวณที่เห็นสาหร่ายน้ำจืดหรือเทาติดอยู่กับซอกก้อนหิน นางใช้มือค่อย ๆ ช้อนสาหร่ายสีเขียวเข้มที่มีลักษณะคล้ายเส้นผมขึ้นมาใส่ตะกร้าโดยใช้ใบไผ่สดที่เก็บมารองพื้นไว้

หลังจากเก็บสาหร่ายจนพอแล้ว หลี่เจียวซินก็เดินไปที่บริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง นางยิ้มกว้างเมื่อเห็นผักกูดที่กำลังแตกยอดอ่อนม้วนงอเป็นวงสวยงาม นางเด็ดยอดอ่อนของผักกูดจนเกือบเต็มกำมือใส่ลงในตะกร้า

ถัดจากพุ่มผักกูด นางเดินลึกเข้าไปในป่าข้างลำธารอีกเล็กน้อยเพื่อเก็บขิงป่า

และสิ่งที่ทำให้นางตื่นเต้นที่สุดคือ พุ่มไม้เตี้ย ๆ ที่มีใบรูปรีสีเขียวเข้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวคล้ายเครื่องเทศที่รู้จักกันดีในอาหารไทย ใบยี่หร่า! มันคือใบยี่หร่าป่า นางเก็บใบยี่หร่าอ่อน ๆ มาได้กำมือหนึ่ง มันคือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เมนูหอยของนางมีรสชาติจัดจ้านยิ่งขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel